วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รีคอน นักรบเหนือมนุษย์ EP.2 ปลุกความกล้า ท้าความกลัว! บททดสอบใจโค้งสุดท้าย

61 ชีวิต.. ยอมอุทิศฟันฝ่า
เพื่อให้ได้ชื่อว่า สมเป็นลูกผู้ชาย
แกร่งดังเหล็กเพชร
เด็ดกว่าเหล็กไหล
พวกเราล้วนไซร้..
นักเรียนลาดตระเวน
ธงชัยนำหน้า ไม่ว่าที่ไหน
เราจะตามไป มิให้คลาดคลา
ภูมิประเทศลมฟ้า จะมาแบบไหน
ฟันฝ่ามันไปเพื่อเอาชัยกลับมา

เหนื่อยนักมองธง เอ้า ธงยังอยู่
เราจึงต้องสู้ สู้ให้ยิบตา..

หน่วยของเรานี้ มีดีหนักหนา
สมญานามว่า Recon กล้าตาย..!!
สมญานามว่า Recon กล้าตาย..!!

มาต่อกันอีก 34 ชั่วโมงที่เหลือ ดีกรีความโหดทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเหล่านักรบไม่ได้นอนมา 2 วัน และต้องเดินทางอย่างต่อเนื่อง เพื่อเข้าปราบปรามกองกำลังติดอาวุธของผู้ก่อความไม่สงบให้เสร็จสิ้น

และจากเหตุการณ์เมื่อวานที่มีนักเรียนรีคอนออกอาการอ่อนแรงหลายรายนั้น ครูฝึกจึงให้ถอดเสื้อออก และฉีดน้ำเพื่อคลายความร้อนให้กับนักเรียน

นักเรียนรีคอนหมายเลข 81 ที่เดินรั้งท้ายอยู่คนเดียว เริ่มอ่อนล้า ทิ้งห่างกลุ่มเพื่อนเกือบ 100 เมตร เรือเอกปรัชญา ต้องช่วยยกเป้สัมภาระ เพื่อให้เขาได้เดินต่อไปได้รวดเร็วขึ้นและตามกลุ่มเพื่อนได้ทัน

เรือเอกปรัชญา แสงแก้ว ผบ.ร้อย.ฝึกรบพิเศษฯ นย. เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังระหว่างเดินไปกับนักเรียนรีคอนว่า หลังจากที่พวกเขาจบหลักสูตรไป จะทำให้เขามีวินัยมากขึ้น มีความเป็นผู้นำ มีความแข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจ สามารถปฏิบัติภารกิจได้ในพื้นที่ที่ลำบาก สภาพอากาศลำบาก ภูมิประเทศลำบาก เพราะพวกเขาผ่านมาทั้งหมดแล้ว

และการฝึกนี้เทียบเท่ากับการฝึกให้อยู่ในภาวะที่กดดันสูงสุด นั่นหมายความว่า ในชีวิตจริงเราจะไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่คับขันทุกวัน แต่อาจจะมีวันหนึ่งที่ต้องเจอสถานการณ์กดดัน ซึ่งพวกเขาจะได้ใช้ความรู้ที่เรียนมาฝ่าฟันมันไปได้

“หากเป็นชาวบ้านธรรมดา เราเลือกได้ที่เราจะไม่ไปอยู่ในเหตุการณ์เสี่ยง แต่คนเหล่านี้เขาเลือกไม่ได้ จึงต้องผูกจิตสำนึกของพวกเขาให้ไม่ปฏิเสธภารกิจ รวมทั้งเขาต้องมีเทคนิคในการปฏิบัติว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์วิกฤติต้องทำอย่างไร นั่นคือ เหตุผลของการมาฝึก ไม่ใช่มีแต่ความกล้า แต่ต้องมีเทคนิคด้วย” ผบ.ร้อย.ฝึกรบพิเศษฯ นย. อธิบาย

กระทั่ง เวลา 12.00 น. เหล่านักรบเดินทางมาถึงจุดหมายที่วัดเจริญศรีราษฎร์ ครูฝึกมีคำสั่งให้นักเรียนฝึกความแข็งแกร่งกันหลายชุด ทั้งการคลานกับพื้นหรือการแถกกระดี่ โดยใช้หัวไหล่ หน้าอกคลานไปกับพื้น และยังมีการม้วนหน้า ม้วนหลัง เพื่อฝึกหลบวิถีกระสุนของข้าศึก นอกจากนี้ ยังมีท่าขนมเกลียว โดยเป็นการนอนและใช้ขากอดคอเพื่อน เพื่อม้วนไปพร้อมๆ กัน เป็นการฝึกความสามัคคี เพราะหากคนใดคนหนึ่งไม่ม้วน เพื่อนๆ ที่เหลือก็จะไปไม่ได้

สิ่งที่ผู้สื่อข่าวสังเกตเห็น คือ นักเรียนรีคอนทุกคนจะใช้ปากคาบเหรียญกรมหลวงชุมพรไว้ตลอดเวลาที่ฝึก เมื่อสอบถามก็ได้ความว่า เพื่อไม่ให้เหรียญแตกเวลาที่ฝึก

ทั้งนี้ นักเรียนรีคอนหมายเลข 62 เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังระหว่างพัก ว่า สิ่งที่สำคัญและเป็นที่ยึดเหนี่ยวของรีคอน มี 2 อย่าง คือ 1.ด๊อกแท็ก (Dog Tag) หรือป้ายห้อยคอ เป็นป้ายระบุตัวตนของทหาร จะมีชื่อ ศาสนา กรุ๊ปเลือด ซึ่งเมื่อเกิดเหตุจะทราบตัวตนของทหารนายนี้ได้ หรือหากโดนยิงเสียเลือดเยอะ ผู้ที่ช่วยเหลือจะได้ทราบกรุ๊ปเลือดและให้การช่วยเหลือได้ทัน

และ 2.เหรียญกรมหลวงชุมพร จะมีเลขรุ่นรีคอน 47 สลักอยู่ด้านหลังด้วย และการจะได้เหรียญนี้มาไม่ใช่เรื่องง่าย โดยระหว่างที่ฝึกการดำน้ำที่เกาะช้าง นักเรียนรีคอนจะต้องดำน้ำลงไปลึกถึง 18 ฟุต เพื่อไปคว้าเหรียญนี้ขึ้นมาจากน้ำ ดังนั้น ทั้งสองสิ่งนี้จึงเปรียบเสมือนเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ และทุกครั้งที่มองเห็นก็รู้สึกถึงความภาคภูมิใจที่สามารถฝ่าฟันจนสำเร็จได้

อย่างไรก็ดี อีก 1 ชั่วโมงต่อมา ฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก เหล่านักเรียนกินข้าวท่ามกลางสายฝน โดยเป็นข้าวที่หุงกันมาตั้งแต่ช่วงเช้า และดูเหมือนว่าทุกคนจะดีใจที่ฝนตก เพราะอากาศบริเวณนั้นเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง จากอากาศที่ร้อนจัดกลายเป็นเย็นสบาย ได้ชุ่มฉ่ำจากน้ำฝน หลังจากที่ไม่ได้ชำระล้างร่างกายมาหลายวัน

พักกันได้ไม่นาน ต้องออกเดินทางต่ออีกครั้ง โดยมีจุดหมายของค่ำคืนนี้อยู่ที่วัดป่าปิยมิตร เหล่านักรบเดินทางผ่านคลองข้างทาง ครูฝึกอนุญาตให้นักเรียนกระโดดน้ำให้ชุ่มฉ่ำอีกครั้ง ตู้มมม ตู้มมม ตู้มมม!!! นักเรียนรีคอนแต่ละชุดผลัดกันกระโดดลงน้ำจนสะใจ จากนั้นก็ตั้งแถวเตรียมเดินทางต่อไป

เมื่อต้องเผชิญกับความเหนื่อยจัด หิวจัด ง่วงจัด ความเห็นแก่ตัวในจิตใจมนุษย์ก็แสดงออกมา แต่ทุกคนกลับช่วยเหลือกัน ยุทโธปกรณ์ที่แบกกันมาก็สลับสับเปลี่ยนกันอยู่เรื่อยๆ แม้บางคนจะออกอาการแบกไม่ไหว เพื่อนๆ ก็เข้ามาช่วยทั้งที่ตัวเองก็แบกของหนัก

นักเรียนรีคอนหมายเลข 68 ต้องเข้าเฝือกที่แขนไม่สามารถเปลี่ยนเสื้อผ้าได้ด้วยมือข้างเดียว เมื่อเพื่อนๆ เปลี่ยนเสื้อผ้าของตัวเองเสร็จเรียบร้อย ก็เดินมาช่วยเพื่อนเปลี่ยนชุด ขณะที่อีกคนแขนหร่อย (หมายถึง แขนไม่มีแรง) เพื่อนๆ ก็มาช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้า และจากการที่ได้คลุกคลีกับนักรบทั้ง 61 นาย สัมผัสได้อย่างหนึ่งว่า พวกเขาไม่ทิ้งกัน!

ตลอดระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา พวกเขาได้ถูกทดสอบสภาพร่างกายและจิตใจตั้งแต่เข้ามาเรียน พวกเขาต้องถอดยศอันสูงส่งบนบ่า เพื่อพร้อมอยู่ในสถานะเดียวกับเพื่อนๆ และ ณ วันนี้ พวกเขาคือ ทีมเดียวกัน ‘นักเรียนรีคอน รุ่น 47’

...เวลาล่วงเลยมาถึงทุ่มตรง นักเรียนรีคอนเดินทางถึงที่หมาย ณ วัดป่าปิยมิตร พร้อมกับรับภารกิจติดต่อแหล่งข่าว เพื่อรับข่าวสารเกี่ยวกับที่ซ่อนอาวุธ โดยพลพรรคจะใช้นามแฝงว่า ‘จ่าเอกรัก ชาติยิ่ง’ แต่งกายชุดกะลาสี ผมยาวประบ่า แต่ปรากฏว่า แหล่งข่าวได้เสียชีวิตลงแล้ว ร่างอยู่ในโลงบนเมรุเผาศพ เหล่านักรบจะต้องเข้าไปหาข่าวทีละคน...แค่คิดว่าต้องไปหาข่าวจากศพก็หลอนแล้ว...

สำหรับภารกิจทดสอบกำลังใจ จะทำให้นักเรียนได้ต่อสู้กับความกลัว เพราะเมื่อต้องเผชิญในสถานการณ์จริง แหล่งข่าวอาจจะโดนข้าศึกจับได้ หรือว่าเสียชีวิตไปแล้วแต่ข่าวสารยังคงอยู่ ฉะนั้น นักรบรีคอนต้องสลัดความกลัวทิ้งและสร้างความกล้า เพื่อที่จะเข้าไปหาข่าวกลับมาให้ได้

ผู้สื่อข่าวแอบดูอยู่ห่างๆ ท่ามกลางความมืด และเงียบสงัด นักรบรีคอนคนแรกที่ย่องขึ้นมาบนเมรุ จุดธูปบอกกล่าวศพผู้เสียชีวิต จากนั้น เขาค่อยๆ เดินไปที่โลงศพ เพื่อลากโลงออกมา และทำการเปิดฝาโลง กลิ่นศพและฟอร์มาลีนตลบอบอวลออกมาจากโลง แม้กลิ่นจะแรงแค่ไหน เขาต้องใช้สองมือ สองตา หาข่าวที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อของศพ เมื่อได้ข่าวเรียบร้อยก็ปิดฝาโลงและลากกลับเข้าที่ ก่อนจะเดินไปบอกข่าวที่ได้ให้กับครูฝึกที่อยู่ห่างออกไป 100 เมตร

ยิ่งดึก ยิ่งเงียบ บรรยากาศยิ่งน่ากลัว และด้วยสภาพร่างกายของเหล่านักรบที่สะสมความเหนื่อยล้า ความหิว ความง่วงสุดขีด จนมาถึงภารกิจนี้ แม้จะมีสะดุ้ง ตกใจ เพราะเสียงของตกหรือสิ่งที่มองไม่เห็น แต่พวกเขาสามารถปฏิบัติภารกิจทดสอบกำลังใจผ่านไปได้ด้วยดี

กว่าจะปฏิบัติภารกิจกันจนครบก็เกือบรุ่งสาง และต้องออกเดินทางกันต่อ โดยวันนี้จุดหมายอยู่ที่วิหารเซียน วัดญาณสังวราราม ซึ่งตามแผนแล้วนั้น จะต้องส่งยุทโธปกรณ์ทั้งหมดให้หน่วยเหนือนำไปตรวจสอบ และที่นี่ก็เป็นที่จบภารกิจของเหล่านักรบรีคอนรุ่นก่อนๆ และพวกเขารู้กันดีว่าที่นี่แหละเป็นที่หมายสุดท้ายของภารกิจในครั้งนี้เพราะ หากนับชั่วโมงแล้ว วันนี้ เวลา 10.00 น. จะครบ 72 ชั่วโมงพอดี

ทำให้เช้าวันนี้ แววตาของเหล่านักรบเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น อีกไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น พวกเขาก็จะได้รับปีกที่รอคอยไว้แล้ว นักเรียนรีคอนกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปให้เร็วที่สุดเท่าที่กำลังขาของพวกเขาจะสามารถทำได้ ไม่เพียงเท่านั้น นักเรียนทุกคนจะต้องแบกยุทโธปกรณ์ที่ยึดได้จากข้าศึก รวมทั้ง โลงศพของแหล่งข่าวเมื่อคืนด้วยไปส่งยังที่หมายด้วย

ไม่ว่าจะทุลักทุเลแค่ไหน แขนขาจะล้าสักเพียงใด เหล่านักรบรีคอนก็มาถึงที่หมายจนได้ เมื่อมาถึงก่อนเวลานัด ครูฝึกจึงให้ซ้อมการติดปีกทีละนาย รวมถึงการจัดเครื่องแต่งกายให้เรียบร้อย ... และสิ่งที่รอคอยที่สุดในชีวิตก็มาถึง ผู้สื่อข่าวแหงนหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้า พบเฮลิคอปเตอร์ 1 ลำ กำลังมุ่งตรงมายังลานจอด ฮ. ที่วิหารเซียน และมีนาวาเอกสรไกร สิริกรรณะ รองผู้บัญชาการโรงเรียนทหารนาวิกโยธิน ศูนย์การฝึกหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน มาเป็นประธานติดปีกในครั้งนี้

เมื่อกล่าวเริ่มพิธีเสร็จเข้าสู่ขั้นตอนการติดปีก ปรากฏว่า ปีกที่ติดนั้นเป็นปีกของหลักสูตรส่งทางอากาศของนาวิกโยธิน ไม่ใช่ของหลักสูตรลาดตระเวนสะเทินน้ำสะเทินบก ทุกคนงงว่าเกิดอะไรขึ้น??? ความงงยังไม่ทันหาย ครูฝึกสั่งเตรียมของเดินทางต่อไปยังเขาชีจรรย์ในทันที

ผู้สื่อข่าวอาศัยช่วงจังหวะเดินทาง ถามนักเรียนรีคอนหมายเลข 12 ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาตอบด้วยน้ำเสียงเหน็ดเหนื่อยว่า “เตรียมใจไว้แล้วครับ ไม่เป็นไรครับ มีเริ่มก็ต้องมีจบ แม้ยังไม่จบตอนนี้แต่ไม่ว่ายังไงก็ต้องจบ”

ขณะที่ นักเรียนรีคอนหมายเลข 10 พลธง กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “ผิดหวังนิดหน่อยครับ 3 เดือนที่ผ่านมาใจก็อยากจะจบแล้ว ไปถึงเขาชีจรรย์จะจบหรือเปล่าก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ก็สู้”

พวกเขามุ่งหน้าไปยังเขาชีจรรย์ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อจบภารกิจสุดโหดเสียที เมื่อไปถึงครูฝึกพาเดินเข้าไปหน้าพระพุทธรูปแกะสลัก นักเรียนรีคอนตั้งแถวอยู่พักหนึ่ง หลายคนบอกกับผู้สื่อข่าวว่า รุ่นก่อนหน้านี้ก็มาจบที่นี่ ซึ่งพวกเขาคาดหวังว่า จะต้องจบภารกิจแน่นอน เพราะเวลาล่วงเลยมาถึง 73 ชั่วโมงแล้ว

แต่....ยังไม่จบ! นักเรียนรีคอนผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำอีก ครั้งนี้ครูฝึกพาเหล่านักรบเดินอ้อมมาออกอีกทางหนึ่ง เดินมาเรื่อยด้วยความเหนื่อยล้าและไม่รู้จุดหมายปลายทาง นักเรียนรีคอน พูดคุยกับผู้สื่อข่าวระหว่างเดินอย่างไม่รู้สถานที่จบว่า “รู้อยู่ครับว่ามีจบหลอก แต่ไม่คิดว่าจะมีหลอกหลายครั้ง ถ้าข้างหน้าจบหลอกครั้งที่ 3 ร่างผมคงร่วงอยู่ตรงนั้นแน่ๆ แต่ก็ไม่เป็นไรครับก็สู้ต่อไปจนกว่าจะจบจริง”

ระหว่างทางเดินอย่างไร้จุดหมาย อากาศร้อนจัดในเวลาเที่ยง น้ำในกระติกทั้งสองใบแห้งขอดไม่มีแม้สักหยด มีชาวบ้านใจดีจะให้น้ำดื่มแก่นักรบที่เดินตากแดด... “พวกเราอย่าไปเอาครับ อดทนอีกนิดเดียวจะจบแล้ว” เสียงของนักเรียนรีคอนรายหนึ่งดังขึ้นมาเตือนสติเพื่อนๆ ที่อดอยากปากแห้งราวกับว่าหากไม่ได้น้ำภายในไม่กี่นาทีนี้พวกเขาอาจตายได้ แต่ดูเหมือนเสียงนั้นจะดึงสติเพื่อนๆ ได้ผล เพราะไม่มีใครรับน้ำดื่มเย็นๆ จากชาวบ้านแถวนั้นเลย

ระยะทาง 2 กม. กว่าๆ ที่เดินมายังไม่สิ้นสุดเพียงเท่านี้ พวกเขาจะต้องเดินเข้าป่าข้างทางอีกรอบ โดยระหว่างที่เดินอยู่ในป่าร่างกายแทบจะทรุดอยู่ตลอดเวลา แต่แล้วจู่ๆ เสียงระเบิดทีเอ็นทีดังสนั่น ด้วยสัญชาตินักรบที่มีอยู่ในตัว พวกเขารีบหมอบโดยพลัน ก่อนยิงสวนข้าศึกที่อยู่ข้างทางจนหนีเปิดเปิงไปกันหมด นับว่าการฝึกที่ผ่านมาทำให้พวกเขามีสติสามารถรับมือกับศัตรูที่อยู่รอบตัวได้ แม้ว่าสภาพร่างกายแทบจะล้มทั้งยืนก็ตาม

เมื่อรับมือกับข้าศึกเสร็จก็ต้องเดินทางกันต่อไป ครั้งนี้ครูฝึกให้นำผ้าพันคอมาปิดตาไว้ และต่อแถวเดินจับเป้เพื่อนข้างหน้าต่อๆ กัน โดยมีครูฝึกนำทางมาเรื่อยๆ ซึ่งต้องหลบกิ่งไม้บ้าง เดินข้ามหลุมบ้าง ตามสภาพภูมิประเทศ ซึ่งจุดหมายครั้งนี้จะจบจริงหรือจบหลอกรอบที่ 3 ยังไม่มีใครตอบได้

หรือจะต้องรอจนกว่าจิตใจของพวกเขาจะแข็งแกร่งพอที่จะรับปีกเหนือมนุษย์มาติดบนหน้าอก ไม่มีใครรู้ จนกว่าพวกเขาจะเปิดตาขึ้นมาอีกครั้ง...

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

อ่านเพิ่ม

รีคอน นักรบเหนือมนุษย์ EP.1 เหนื่อย หิว ง่วง ฝ่าภารกิจโหด 72 ชม. สุดท้าย

รีคอน นักรบเหนือมนุษย์ EP.3 น้ำตาลูกผู้ชาย! มิตรภาพ พระคุณครู เกียรติภูมิแห่งคนเหนือคน

จอมล่าปีก เสียสละ กำยำ ผู้นำ ขวัญใจครู! 5 ที่สุดแห่งนักรบรีคอนรุ่น 47

ตลก ฮา น้ำตาซึม! เก็บตกความทรงจำแสนหฤโหด กว่าจะเป็นนักรบรีคอน (ชมคลิป)

เหนือมนุษย์ เดนตาย! สัมผัสหัวใจนักรบรีคอน ไฉนยอมเสี่ยงชีวิตแลกปีกที่ไร้เงิน? (ชมคลิป)

ฝึกโหด โคตรภูมิใจ! เปิดใจนักรบรีคอน เรียนเกือบตาย ได้เอาไปใช้จริงไหม? (ชมคลิป)

มาต่อกันอีก 34 ชั่วโมงที่เหลือ ดีกรีความโหดทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเหล่านักรบไม่ได้นอนมา 2 วัน และต้องเดินทางอย่างต่อเนื่อง เพื่อเข้าปราบปรามกองกำลังติดอาวุธของผู้ก่อความไม่สงบให้เสร็จสิ้น 7 มี.ค. 2560 12:44 ไทยรัฐ