วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โจ๋คนสุดท้ายแก๊งมหาโหด ไขควงปักหัวนศ.ศิลปากร มอบตัวแล้ว!

โจ๋ทมิฬร่วมแก๊งรุมฆ่าโหดหนุ่มนักศึกษา ม.ศิลปากร ดอดมอบตัวตำรวจเป็นคนสุดท้าย ทำให้ขณะนี้ได้ผู้ต้องหาครบทั้ง 18 คนแล้ว ขณะที่แม่ผู้ตายเข้าพบพนักงานสอบสวน เชื่อยังมีคนบงการเบื้องหลังเป็นลูกคนมีสี วอนให้นำตัวมาดำเนินคดีให้หมด เผยครอบครัวยังทำใจไม่ได้ ส่วนนักศึกษาเพื่อนผู้ตายโร่แจ้งเอาผิดผู้ต้องหาเพิ่มฐานพยายามฆ่า ด้านผู้การ เมืองเพชรย้ำให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ไม่สน ใครมีอิทธิพล

จากคดีสะเทือนขวัญกรณีกลุ่มวัยรุ่นเกือบ 20 คนบุกเข้าไปทำร้ายนายธีระพงษ์ หรือปอนด์ ฐิตะญาณ อายุ 24 ปี นักศึกษาปีที่ 4 มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี ภายในหอพักพื้นที่ ต.สามพระยา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เมื่อวันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยใช้ไขควงแทงศีรษะเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยม หลังเกิดเหตุตำรวจติดตามจับกุมผู้ร่วมก่อเหตุ 17 คน ยังเหลืออีก 1 คน ต่อมาเวลา 11.30 น. วันที่ 6 มี.ค. พ.ต.อ.ภคิน ศิวเมธากุล ผกก.สภ.ชะอำ สั่งให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำคนร้ายที่ร่วมกันก่อเหตุคนสุดท้าย หลังติดต่อเข้ามอบตัวเป็นคนสุดท้าย เป็นชายวัยรุ่นอายุ 17 ปี บ้านอยู่ อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี เบื้องต้นได้ให้การภาคเสธ แต่เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นเยาวชนต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง

จากนั้นในช่วงบ่าย นางอรุณรัตน์ ชมโลก อายุ 50 ปี มารดานายธีระพงษ์ พร้อมด้วยนางอรุณี ดีสุวรรณ ป้าของนายธีระพงษ์ และทนายความ เดินทางไปที่ สภ.ชะอำ เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี โดยมี พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ ผบก.ภ.จ.เพชรบุรี พล.ต.ต.สมชาย รักเสนาะ ผบก.สส.ภ.7 และ พ.ต.อ.ภคิน ศิวเมธากุล ผกก.สภ.ชะอำ ชี้แจงรายละเอียดทั้งหมด ขณะเดียวกันได้มีนักศึกษา 3 คนที่เป็นเพื่อนผู้ตายที่อยู่ในเหตุการณ์และได้รับบาดเจ็บเข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีต่อกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 18 คนในข้อหาพยายามฆ่าด้วย

ด้านนางอรุณรัตน์เปิดเผยว่า พอใจในการทำงานของเจ้าที่ตำรวจจนนำมาสู่การจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 18 คน มีทั้งคนลงมือแทงลูกชายอยู่ในกลุ่มด้วย แต่จากที่ได้ข้อมูลเพื่อนลูกชายพบว่ายังมีบุคคลอื่นที่นอกเหนือจาก 18 คนร่วมก่อเหตุครั้งนี้ด้วย คาดว่าคนที่เหลือเป็นผู้สั่งการอยู่เบื้องหลัง เป็นลูกผู้มีอิทธิพลและคนมีสี จึงอยากให้ตำรวจสอบสวนข้อเท็จจริงดังกล่าวด้วย นอกจากนี้ ห่วงเรื่องความปลอดภัยของเพื่อนน้องปอนด์ที่บาดเจ็บและเป็นพยานสำคัญในคดี เนื่องจากกลุ่มผู้ร่วมก่อเหตุหลายคนเป็นลูกหลานผู้มีอิทธิพลได้รับการประกันตัวออกไป อาจมีการข่มขู่พยาน อยากให้ตำรวจและทหารเข้าไปดูแลเรื่องความปลอดภัย

“จนถึงขณะนี้ครอบครัวยังไม่สามารถรับการเสียชีวิตของลูกชายได้ เพราะพฤติกรรมการก่อเหตุโหดร้ายทารุณมาก คนร้ายใช้ไขควงแทงหลัง 4 แผล แล้วคร่อมหลังใช้ไขควงแทงศีรษะเหล็กปักคาหัว ก่อนเอาเท้ากระทืบจนมิดด้าม ถือเป็นการกระทำที่โหดร้ายเกินกว่ามนุษย์ธรรมดาจะทำ ที่สำคัญช่วงการรักษาตัวที่โรงพยาบาลจนถึงช่วงประกอบพิธีทางศาสนาไม่มีใครเข้ามาสอบถาม มาดูแลหรือติดต่อ เพื่อแสดงความรับผิดชอบหรือสำนึกผิดเลย ครอบครัวต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด จึงต้องเอาผิดให้ถึงที่สุด รวมถึงต้องเอาคนก่อเหตุที่เหลือมาดำเนินคดีให้ได้” แม่นักศึกษากล่าว

ด้าน พล.ต.ต.สุรพงษ์เผยว่า ขณะนี้กำลังรอผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยไม่สนว่าจะเป็นคนนามสกุลดังผู้มีอิทธิพลหรือคนมีสี โดยกำชับ ผกก.สภ.ชะอำ ว่าหากพบใครเกี่ยวข้องดำเนินคดีเด็ดขาดทั้งหมด ส่วนกรณีที่มารดาและครอบครัวผู้ตายเกรงว่าจะมีการข่มขู่พยานนั้นเท่าที่สอบถามยังไม่มีเหตุดังกล่าว แต่หากฝ่ายผู้เสียหายไม่สบายใจหรือมีเหตุที่คาดว่าไม่ปลอดภัยสามารถร้องขอความ คุ้มครองได้ ส่วนกรณีที่มีการระบุว่ามีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่เป็นญาติกับผู้ต้องหาโทรศัพท์มาขอนั้นยืนยันไม่มีญาติฝ่ายผู้ต้องหาติดต่อแต่อย่างใด แต่มีญาติ ผู้เสียหายเป็นตำรวจ โทร.มาสอบถามความคืบหน้าของคดี และรับปากจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย

เย็นวันเดียวกัน นายวัฒนา เกาศัลย์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี นำนักศึกษากว่า 10 คนมอบช่อดอกไม้มอบให้ พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ ผบก.ภ.จ.เพชรบุรี เพื่อขอบคุณตำรวจที่สืบสวนติดตามผู้กระทำผิดทั้งหมดมาลงโทษ

ส่วนที่บ้านเลขที่ 58/1 หมู่ 2 ต.ปากตะโก อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร สถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพนายธีรพงษ์ นางศิริลักษณ์ พลละเอียด นายกเหล่ากาชาดชุมพร และ น.ส.วัลภา แก้วสวี พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชุมพร เดินทางไปให้กำลังใจครอบครัวของนายธีระพงษ์ โดยนางศิริลักษณ์กล่าวว่า รู้สึกสลดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่น่าเชื่อว่าสังคมไทยจะเดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร และขอเป็นกำลังใจให้ครอบครัวผู้ตายด้วย

โจ๋ทมิฬร่วมแก๊งรุมฆ่าโหดหนุ่มนักศึกษา ม.ศิลปากร ดอดมอบตัวตำรวจเป็นคนสุดท้าย ทำให้ขณะนี้ได้ผู้ต้องหาครบทั้ง 18 คนแล้ว ขณะที่แม่ผู้ตายเข้าพบพนักงานสอบสวน เชื่อยังมีคนบงการเบื้องหลังเป็นลูกคนมีสี... 7 มี.ค. 2560 05:08 ไทยรัฐ