วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

น้ำในเขื่อนวูบหวั่นขาดแคลน พื้นที่ทำนาเกินโควตา 3 ล้านไร่ฝนหลวงพลาดเป้า

นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า แนวโน้มปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ สิริกิติ์ แควน้อยบำรุงแดน ภูมิพล และป่าสักชลสิทธิ์ ที่เหลือเวลาอีก 56 วัน จะสิ้นสุดฤดูแล้งปี 2559/60 คือ ในวันที่ 30 เม.ย.นี้ จะมีปริมาณน้ำเหลือใช้การได้จริง 674 ล้านลูกบาศก์เมตร (ล้าน ลบ.ม.) ขณะที่เมื่อวันที่ 5 มี.ค. มีปริมาณน้ำใช้การได้จริง 6,624 ล้าน ลบ.ม. มากกว่าแผนเดิมที่กำหนดไว้ว่าจะมีปริมาณน้ำเพียง 5,950 ล้าน ลบ.ม.

ขณะที่น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ ล่าสุด อาทิ เขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำกักเก็บคงเหลือ 47% เป็นน้ำใช้การได้จริง 2,570 ล้าน ลบ.ม. สถานการณ์อยู่ในเกณฑ์น้ำน้อย มีน้ำไหลลงอ่างวันละ 0.48 ล้าน ลบ.ม. ระบายน้ำออกไปวันละ 11.09 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนสิริกิติ์มีปริมาณน้ำกักเก็บคงเหลือ 62% เป็นน้ำใช้การได้จริง 3,037 ล้าน ลบ.ม. อยู่ในเกณฑ์น้ำมาก มีน้ำไหลลงอ่างวันละ 1.51 ล้าน ลบ.ม. ระบายน้ำออกไปวันละ 27.28 ล้าน ลบ.ม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เดือน มี.ค.-เม.ย.นี้ เป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ในการบริหารจัดการน้ำ เพราะชาวนาปลูกข้าวเกินแผนที่กำหนดไว้ 3.27 ล้านไร่ ทำให้ในเดือน มี.ค.ต้องมีการจัดสรรน้ำอยู่ที่ 1,340 ล้าน ลบ.ม. มากกว่าปริมาณที่กำหนดไว้เพียง 1,092 ล้าน ลบ.ม. เดือน เม.ย. ต้องมีการจัดสรรน้ำ 1,080 ล้าน ลบ.ม. มากกว่าแผนที่ตั้งไว้อยู่ที่ 813 ล้าน ลบ.ม. เพื่อสนับสนุนการทำการเกษตร

นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า หลังจากที่กรมได้เปิดปฏิบัติการทำฝนหลวงเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง และเติมน้ำเข้าเขื่อน ในหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จำนวน 9 หน่วย ครอบคลุม 25 ลุ่มน้ำหลัก ในพื้นที่ 77 จังหวัด พบว่าสามารถขึ้นปฏิบัติและทำฝนหลวงสำเร็จได้เพียงที่หน่วยจันทบุรีเท่านั้น และฝนที่ตกลงมามีเพียงเล็กน้อย เนื่องจากสภาพอากาศยังไม่เอื้ออำนวย กรมได้สั่งการให้ทุกหน่วยเตรียมพร้อมปฏิบัติการอยู่เสมอ หากสภาพอากาศเอื้ออำนวย.