วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'ธรรมกาย' ขุดร่องดิน-ปล่อยน้ำ สกัดยานพาหนะ ใกล้อาคารบุญรักษา

'ธรรมกาย' ขุดร่องดิน-ปล่อยน้ำ สกัดยานพาหนะ ใกล้อาคารบุญรักษา

  • Share:

รอง ผบช.ภ.1 เผย 'ธรรมกาย' ขุดร่องดิน-ปล่อยน้ำ สกัดยานพาหนะ ใกล้อาคารบุญรักษา โซนดี เร่งสอบเป็นพื้นที่สาธารณะหรือไม่ หากใช่ถือเป็นความผิด...

เมื่อเวลา 13.10 น. วันที่ 6 มีนาคม ที่ บก.ตชด.ภ.1 พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบช.ภ.1 เปิดเผยว่า กรณีการตรวจพบมีการขุดร่องดินสกัดยานพาหนะ ในบริเวณใกล้กับอาคารบุญรักษา ซึ่งอยู่โซน D และเป็นพื้นที่ควบคุมว่าจะต้องตรวจสอบว่า เป็นพื้นที่สาธารณะหรือพื้นที่ของเอกชน ซึ่งหากเป็นพื้นที่สาธารณะ การกระทำดังกล่าวถือว่ามีความผิด แต่หากเป็นของเอกชนก็ต้องสอบถามสาเหตุการดำเนินการดังกล่าว เบื้องต้นยืนยันว่า มีการขุดคันดินและปล่อยน้ำเข้าไปจริง แต่ยังไม่มีข้อมูลตรวจพบ มีน้ำมันเชื้อเพลิงเก็บไว้ ต้องถามทางดีเอสไอ ส่วนการขอคืนพื้นที่ตลาดกลางคลองหลวงนั้น เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการ พร้อมยืนยันไม่กังวลการซุกซ่อนอาวุธและสิ่งผิดกฎหมายเข้ามาในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ยังคงตั้งด่านคัดกรองรอบบริเวณพื้นที่ควบคุม เพื่อดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด มีเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง

รอง ผบช.ภ.1 กล่าวถึงการจับกุมกลุ่มการเมืองที่ให้การสนับสนุนพระและลูกศิษย์วัดพระธรรมกายว่า ที่ประชุมอยู่ระหว่างการสืบสวนว่ามีบุคคลใดเป็นแกนนำ ซึ่งหากมีการกระทำผิดกฎหมายแกนนำก็ต้องรับผิดชอบ โดยทางการข่าวยังอยู่ระหว่างตรวจสอบว่า มีฝ่ายการเมืองที่เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง เพื่อใช้เป็นข้อมูล ขณะนี้มีกลุ่มการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องจำนวนมาก จึงต้องสืบสวนอย่างละเอียด

ต่อมาเวลา 12.00 น. พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ นำสื่อมวลชนเข้าตรวจสอบอาคารบุญรักษา บริเวณคลองสาม ใกล้กับประตู 15 วัดพระธรรมกาย แต่อยู่นอกรั้ววัดพระธรรมกาย โดยเข้าเส้นถนนเลียบคลอง 3 เมื่อไปถึงพบว่ามีบึงสระบัวขนาดใหญ่ และถนนเลียบกำแพงหลังวัดพระธรรมกาย ใกล้อาคารบุญรักษา มีการนำสแลนมาขึงกางสูงกว่า 2 เมตร ทำให้ไม่สามารถเห็นได้ว่าในพื้นที่ดังกล่าวมีอะไร ก่อนทหารจะนำกล้องส่องทางไกลมาส่องดูความเคลื่อนไหว พบกลุ่มศิษยานุศิษย์สวมหมวกและใส่หน้ากากอนามัยปิดหน้าตลอดเวลา

พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ใช้โดรนขึ้นบินสำรวจ และถ่ายภาพถ่ายทางอากาศ และพบว่า บริเวณริมถนนหลังวัดพระธรรมกายใกล้ๆ อาคารบุญรักษา มีการใช้รถแบ็กโฮขุดดินทำเป็นคูน้ำเป็นแนวยาว 4 แนว เพื่อกีดขวางเส้นทางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และดักไม่ให้ยานพาหนะผ่านได้ นอกจากนี้ยังพบถังน้ำมันเชื้อเพลิงขนาด 200 ลิตร ประมาณ 18-20 ใบ ตั้งเป็นแนวยาวตลอดแนวคลอง ห่างกันจุดละ 10 เมตร ทำเป็นบังเกอร์ จากนั้นนำสแลนมาคลุมปิดอำพรางสายตาจากภายนอก อีกทั้งกลุ่มลูกศิษย์วัดพระธรรมกายมีการผลักดันเจ้าหน้าที่ทหารออกมาจากพื้นที่ด้วย

"เบื้องต้นจากการเข้าตรวจสอบวันนี้ สื่อมวลชนจะเห็นได้ว่า เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบในพื้นที่ดังกล่าวได้ แต่เรามีภาพถ่ายทางอากาศ พบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล คาดว่าเป็นของวัดพระธรรมกาย แต่พื้นที่อยู่นอกรั้ววัด ส่วนร่องดินที่มีการขุดนั้น พบว่าบางส่วนเริ่มมีการปล่อยน้ำเข้าไปด้วย รวมทั้งมีเต็นท์ของพระเรียงรายอยู่จำนวนมาก ทำให้ทางเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยว่า ลักษณะการปฏิบัติการแบบนี้เป็นเหมือนการปฏิบัติการทางทหารหรือไม่ ทั้งนี้การกระทำดังกล่าวถือเป็นการขัดคำสั่ง คสช. ดังนั้นจึงขอให้คนที่อยู่ในพื้นที่ออกจากพื้นที่ทั้งหมด และห้ามเข้าไปในพื้นที่อีก รวมทั้งห้ามกระทำการใดๆ ในพื้นที่ จนกว่าเจ้าหน้าที่จะปฏิบัติการเสร็จสิ้น หากใครอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย เจ้าหน้าที่ดีเอสไอจะนำคำสั่งดังกล่าวไปติดบอร์ดประกาศไว้ใกล้ๆ จุดดังกล่าว" พ.ต.ต.วรณัน กล่าว

เวลา 14.00 น. ที่ตลาดกลางคลองหลวง พระครูวิจิตรอาภากร เจ้าคณะตำบลคลอง 4 อำเภอคลองหลวง พร้อมพระวินยาธิการ 5 รูป ร่วมกับตัวแทนจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เดินทางมาที่ตลาดกลางคลองหลวง เพื่อเจรจากับพระที่อยู่ในตลาดกลางว่า ทราบเรื่องที่ พศ.ติดป้ายประกาศห้ามพระทั่วประเทศชุมนุม และจะมีการตรวจสอบใบสุทธิสงฆ์ ก่อนจะรายงานผลไปที่กองอำนวยการร่วม บก.ตชด.ภ.1

ขณะที่พระครูวิจิตรอาภากร เจ้าคณะตำบลคลอง 4 อำเภอคลองหลวง พร้อมพระวินยาธิการ 5 รูป พร้อมตัวแทน พศ. เดินเข้าไปในบริเวณตลาด ไม่ถึง 5 นาที ทางกลุ่มลูกศิษย์วัดพระธรรมกายออกมาขวางทางไม่ให้เข้าไป พร้อมเจรจาขอให้ยกเลิกมาตรา 44 ทำให้เจ้าคณะอำเภอคลอง 4 และคณะต้องถอยออกนอกพื้นที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีหนังสือคำสั่งจาก พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบช.ภ.1 ลงคำสั่งวันที่ 6 มี.ค. สั่งการให้ ภ.จว.ลพบุรี จัดกำลังเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน 2 กองร้อย ภ.จว.ชัยนาท จัดกำลังเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน 1 กองร้อย ภ.จว.อ่างทอง จัดกำลังเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน 1 กองร้อย และ ภ.จว.ลพบุรี จัดกำลังเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน 1 กองร้อย รวม 5 กองร้อย ให้มารายงานตัวที่ บก.ตชด.ภ.1 ในเวลา 12.00 น. วันที่ 7 มี.ค. และปฏิบัติงานถึงวันที่ 11 มี.ค.นี้

ล่าสุดเมื่อเวลา 19.30 น. ในห้องแอพลิเคชั่นไลน์ "News ธรรมกาย" สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ได้ส่งข้อความชี้แจง กรณีร่องน้ำและถังน้ำมันเปล่า โซนอาคารบุญรักษา โดยระบุว่า "กรณีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เผยภาพมุมสูง ทางเข้า-ออก อาคารบุญรักษา ใกล้พื้นที่ 196 ไร่ พบการขุดร่องน้ำขวางถนน และพบถังน้ำมันเปล่า 200 ลิตร คาดสกัดกำลังเจ้าหน้าที่นั้น วัดพระธรรมกาย ขอชี้แจงว่า เนื่องจากวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา กลุ่มบุคคลจำนวนไม่ทราบสังกัดได้มาที่ประตูโซนอาคารบุญรักษา ตั้งแต่เวลาประมาณ 05.00 น. และบุกเข้าโดยพลการ ไม่ได้แจ้งล่วงหน้า เวลาประมาณ 06.00 น. โดยไม่แจ้งภาระกิจ

ดังนั้น พระและญาติโยมจึงได้ขอให้ถอยกำลังออกไป วันต่อๆไป มีการนำรถมาชนที่ประตูทางเข้า ถึง 2-3 ครั้ง ญาติโยมจึงได้ช่วยกันขุดร่องน้ำ เพื่อรักษาความปลอดภัยของพื้นที่ ไม่ได้มีเจตนาขัดขวางเจ้าหน้าที่ แต่ประการใด

ส่วนถังน้ำมันที่พบนั้น เป็นถังน้ำมันเปล่า ที่นำมาเป็นหลักในการขึงสแลนเท่านั้น เพื่อกันแดด กันฝุ่น และลมร้อน ไม่ได้มีเจตนาขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่แต่ประการใด.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้