วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปรับตัวก่อนสังเวยชีวิต : ปฏิบัติการเฝ้าระวัง-เสริมภูมิคุ้มกันสังคมไทย "ล้อมคอกไข้หวัดใหญ่"

ไข้หวัดใหญ่!

โรคภัยไข้เจ็บที่เคยเป็นโรคแสนจะธรรมดา แต่ ณ วันนี้กลับไม่ธรรมดาเสียแล้ว เพราะนอกจากจะเป็นง่ายหายยากแล้ว บางคนยังป่วยนานเกือบเป็นเดือนและหลายครั้งยังมีความรุนแรงถึงขั้นที่ผู้ป่วยต้องสังเวยชีวิตกันเลยทีเดียว

และที่น่ากังวลมากยิ่งไปกว่านั้นคือ จากการคาดการณ์ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า “โรคไข้หวัดใหญ่” ถือเป็นโรคที่ต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น เนื่องจากวงรอบการระบาดของโรคในปี 2560 จะพบผู้ป่วยพุ่งสูงขึ้นถึง 320,000 คนหรือเพิ่มสูงขึ้นถึง 2 เท่า จากปี 2559 ที่พบผู้ป่วย 156,943 คนและเสียชีวิต 43 คนทั้งล่าสุดสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ระบุว่า จากการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-19 ก.พ.2560 พบผู้ป่วย 10,189 คน แม้จะยังไม่พบผู้เสียชีวิต แต่สิ่งที่น่ากังวลคือจำนวนผู้ป่วยมีแนวโน้มการเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

และจำนวนผู้ป่วยที่ไต่ระดับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้เอง เปรียบเสมือนสัญญาณเตือนที่กระตุ้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องเร่งควบคุมและเฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่ประจำฤดูกาลและไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่อาจเกิดขึ้นอย่างเข้มข้น เพราะการพบผู้ป่วยที่สูงขึ้น ย่อมเท่ากับว่าอาจจะมีอีกหลายครอบครัวที่ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดทั้งทางร่างกายและจิตใจ จากความโชคร้ายถึงขั้นสูญเสียสมาชิกอันเป็นที่รักให้กับโรคไข้หวัดใหญ่เลยทีเดียว

สำหรับ โรคไข้หวัดใหญ่ สามารถจำแนกได้เป็น 3 ชนิด คือ เอ บี และซี โดยที่พบมากสุด คือ ไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ (H1N1) (H3N1) ซึ่งอาการส่วนใหญ่ที่พบ คือ เป็นไข้ ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร เจ็บคอ ไอ มีน้ำมูก โดยหากอาการป่วยไม่ดีขึ้นภายใน 2 วันควรรีบพบแพทย์ทันที เพื่อป้องกันความรุนแรงของโรค หรืออาการแทรกซ้อนที่อาจอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต และที่ต้องระวังคือเชื้อไวรัสจะอยู่ในเสมหะ น้ำมูก ของผู้ป่วย ซึ่งจะแพร่ไปยังผู้อื่นได้จากการไอจาม โดยเชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางจมูก ปาก ตาและสามารถแพร่เชื้อได้ช่วง 3-7 วัน

ขณะที่การเสียชีวิตจาก “โรคไข้หวัดใหญ่” นั้น ส่วนใหญ่เกิดจากภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ที่มักพบในกลุ่มเสี่ยง 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง อาทิ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งได้รับยาเคมีบำบัดและเบาหวาน 2.ผู้สูงอายุ ตั้งแต่อายุ 65 ปีขึ้นไป 3.เด็กอายุ 6 เดือนถึง 2 ปี และ 4.หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์มากกว่า 4 เดือนขึ้นไป ดังนั้น ผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงจะต้องมีการดูแลตัวเองเป็นพิเศษ ร่วมกับการเข้ารับวัคซีนป้องกันโรค เพื่อลดภาวะความรุนแรงของโรค ทั้งยังต้องหมั่นสังเกต อาการที่เสี่ยงต่อการเสียชีวิต คือ หากมีอาการไอ เหนื่อยหอบ หรือในกลุ่มเด็กเล็ก หากเริ่มมีอาการซึม มือเท้าเขียว ควรรีบพบแพทย์ทันที แต่ในกลุ่มคนปกติมักหายได้เองภายใน 1 สัปดาห์

พญ.วรยา เหลืองอ่อน ผอ.สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ฉายภาพสถานการณ์ของโรคไข้หวัดใหญ่ ว่า ขณะนี้ยังไม่พบเชื้อโรคที่รุนแรงขึ้นยังเป็นเพียงเชื้อไวรัสตามฤดูกาล แต่มีการพบผู้ป่วยบางคนป่วยนานขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป บางครั้งมีอากาศทั้งร้อน หนาว และฝน สลับกันในวันเดียว ส่งผลให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน แต่ที่สำคัญที่สุดคือไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนในสังคมเปลี่ยนไป มีการออกกำลังกายน้อยลง กินอาหารที่ไม่มีประโยชน์ ทำให้ภูมิต้านทานในการต่อสู้โรคลดลง บางรายโดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงที่มีภูมิต้านทานต่ำ มักพบมีภาวะเชื้อหวัดลงปอดร่วมด้วย เนื่องจากสภาพร่างกายอ่อนแอลง ดังนั้น เราจึงต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิต หมั่นออกกำลังกายและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย

“สำหรับมาตรการป้องกันยังใช้การณรงค์ให้กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ ร่วมกับเน้นการดูแลให้ความรู้ในกลุ่มที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อน เช่น โรงเรียน ค่ายทหาร สถานที่ทำงาน โดยในส่วนของโรงเรียนหากพบการระบาดเป็นกลุ่มก้อนก็จะขอความร่วมมือให้ทำการปิดโรงเรียน เพื่อชะลอการแพร่ระบาดของโรค เนื่องจากเมื่อไหร่ที่คนอยู่ใกล้ชิดกัน ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสที่จะทำให้เกิดการแพร่เชื้อของโรค โดยการปิดโรงเรียนนอกจากจะช่วยชะลอการแพร่โรคได้แล้ว โรงเรียนเองก็จะต้องมีการทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัส เช่น ลูกบิด ราวบันได สนามเด็กเล่น เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อด้วย ส่วนระยะเวลาการปิดโรงเรียนขึ้นอยู่กับดุลพินิจของโรงเรียน แต่การพบการป่วยหรือการระบาดของโรคในโรงเรียนก็ไม่จำเป็นต้องสั่งปิดทุกครั้ง และจริงๆแล้วหลักการคือใครป่วยให้หยุดเรียน หยุดงานเพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อน” พญ.วรยา เน้นย้ำมาตรการในการป้องกันควบคุมโรคและว่า ขอย้ำว่าการปิดโรงเรียนถือเป็นมาตรการที่ดี ไม่ต้องตื่นกลัว จนสร้างความแตกตื่นจนบางครั้งโรงเรียนไม่กล้าสั่งปิด ซึ่งตรงนี้ต้องทำความเข้าใจกับคนในสังคม

ทีมข่าวสาธารณสุข มองว่า เรื่องโรคภัยไข้เจ็บคือเรื่องใกล้ตัวที่ทุกคนควรระมัดระวังตัวเอง ซึ่งเริ่มต้นได้ง่ายๆ ตั้งแต่การทำให้ร่างกายแข็งแรงด้วยการหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและรับประทานอาหารที่มี ประโยชน์ เพื่อเสริมสร้างภูมิต้านทานโรค แต่สิ่งที่น่าจะมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน คือการที่ภาครัฐ รวมถึงทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพต้องให้ความรู้กับประชาชนทั้งเรื่องของตัวโรคและการป้องกันโรค เพราะการมีความรู้ถือเป็นเกราะป้องกันที่ปลอดภัยทั้งประหยัดและยั่งยืนที่สุด

ขณะเดียวกันหน่วยงานภาครัฐต้องเอาจริงเอาจังกับการควบคุมโรคที่สามารถป้องกันได้ เพราะเมื่อใดที่สุขภาพของประชาชนถูกคุกคามจากโรคภัยไข้เจ็บ นั่นย่อมหมายถึงไม่ใช่เฉพาะแค่ตัวผู้ป่วยเท่านั้นที่จะต้องทนทุกข์ทรมานกับโรค แต่ยังหมายรวมไปถึงบุคคลในครอบครัวที่อาจต้องเผชิญกับความทรมานร่วมด้วย โดยเฉพาะครอบครัวที่โชคร้ายถึงขั้นต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปคงน่าเศร้าหากคนไทยยังต้องสังเวยชีวิตจากโรคธรรมดาๆอย่าง “ไข้หวัดใหญ่” ซ้ำซาก!

ทีมข่าวสาธารณสุข

6 มี.ค. 2560 14:44 6 มี.ค. 2560 14:45 ไทยรัฐ