วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

การบินไทยกับแผนพัฒนาอนาคต

โดย หมัดเหล็ก

กรณี การบินไทย ที่เคยบริหารธุรกิจจนประสบกับการขาดทุนเป็นหมื่นล้าน มีความพยายามที่จะแก้ไขสถานการณ์ทั้งการปรับโครงสร้างการทำงานและบุคลากรในการทำงานเพื่อลดการขาดทุนและการนำไปสู่การประกอบการที่มีกำไร เป็นโจทย์ใหญ่ที่ผู้บริหารต้องต่อสู้มาโดยตลอดในหลายปีที่ผ่านมานี้

จนกระทั่งปี 2559 ที่ผ่านมา การบินไทยเริ่มประกาศผลกำไรจากการดำเนินธุรกิจด้านการบิน จำนวน 4,074 ล้านบาท ฟื้นตัวขึ้นถึงร้อยละ 412.2 หลังจากที่หักประมาณการค่าซ่อมเครื่องบินเช่า ค่าใช้จ่ายพิเศษตามโครงการปฏิรูป การด้อยค่าของทรัพย์สินและเครื่องบิน จำนวน 6,173 ล้านบาท รวมทั้งมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ 685 ล้านบาท ส่งผลให้มีกำไรสุทธิที่ 47 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับการขาดทุนที่ 13,047 ล้านบาทในอดีตก็ต้องถือว่าการบินไทยประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาการขาดทุนขององค์กร

ทั้งนี้ อุษณีย์ แสงสิงแก้ว รก.กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินไทย แจ้งว่า ปี 2559 ที่ผ่านมา อยู่ในช่วงการปฏิรูปองค์กรในระยะที่ 2 คือการสร้างความแข็งแกร่งในการแข่งขันจากกลยุทธ์ ใน 4 ด้าน คือการหารายได้โดยเน้นที่แผนการเพิ่มรายได้ในทุกๆด้าน การลดค่าใช้จ่ายและการเพิ่มประสิทธิภาพ การสร้างศักยภาพในด้านต่างๆให้เติบโตอย่างยั่งยืน การสร้างความเป็นเลิศในการให้บริการลูกค้า การนำระบบเทคโนโลยีที่เป็นมาตรฐานสากลเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารรายได้ การให้บริการปรับปรุงชั้นธุรกิจแบบใหม่ การขยายเส้นทางการบินใหม่ อาทิ กรุงเทพฯ-เตหะราน ประเทศอิหร่าน ภูเก็ต-แฟรงเฟิร์ต และเพิ่มความถี่ในเส้นทางยุโรป เป็นต้น

การบินไทยมีแผน ปรับปรุงฝูงบิน โดยการรับมอบเครื่องบิน A 350-900 XWB ซึ่งเป็นเครื่องบินที่ทันสมัยที่สุดในปัจจุบันจำนวน 2 ลำ ใช้งานในเส้นทางข้ามทวีป นอกจากนี้มีการปลดระวางเครื่องบินเช่าดำเนินงานออกจากฝูงบิน ทำให้ การบินไทย มีเครื่องบินให้บริการทั้งหมดจำนวน 95 ลำ แต่มีการใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถที่จะรองรับผู้โดยสารจำนวน 22.3 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาร้อยละ 4.8 ประกอบกับราคาเชื้อเพลิงการบินลดลง คิดเป็นมูลค่าประมาณ 17,907 ล้านบาท แม้จะมีค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ที่เพิ่มขึ้นจากเครื่องบินเช่าดำเนินการ ค่าใช้จ่ายจากแผนการปฏิรูปก็ตาม

วันนี้ต้องถือว่า การบินไทย ฝ่ามรสุมคลื่นลมมาได้ในระดับหนึ่ง การแข่งขันของอุตสาหกรรมการบินไม่ได้หยุดอยู่กับที่ ธุรกิจประเภทนี้ยิ่งขยายตัวมากเท่าไหร่ การแข่งขันก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

การบินไทยไม่ได้คิดแค่กำไรขาดทุนอยู่กับการบินเท่านั้น แต่ต้องพัฒนาการตลาด สินค้าและบริการ เพื่อเข้าสู่การแข่งขันด้วย เช่นเดียวกับ ปตท. ที่มีแนวคิดในการบริการและการลงทุนควบคู่กันไปด้วย

ในอนาคตการขายตั๋วเครื่องบินอย่างเดียวอาจไม่ใช่ธุรกิจที่ทำกำไรต่อไป เพราะมีการแข่งขันด้านราคาอยู่ตลอดเวลา การบินไทยต้องแข่งขันที่จะขายบริการและสินค้าในแบรนด์ของการบินไทยเองด้วย

เพื่อนำไปสู่การเป็นสายการบินอันดับต้นๆอีกระลอก.


หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th 

6 มี.ค. 2560 12:40 ไทยรัฐ