วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปฏิรูปที่อาจมองต่างมุม

ต้องถือว่าเป็นเรื่องปกติที่บุคคลในภาครัฐหลายคนออกมาตอบโต้นายธีรยุทธ บุญมี ที่วิเคราะห์และวิพากษ์รัฐบาล คสช. อย่างตรงไปตรงมา โฆษกรัฐบาลกล่าวว่าประเทศสูญเสียโอกาสจากคำพูดแต่ไม่ได้ลงมือทำมามาก เช่นเดียวกับการตำหนิในสิ่งที่ยังไม่เห็นผล เข้าทำนองติเรือทั้งโกลน ติโขนยังไม่ทรงเครื่อง และยอมรับว่าการปฏิรูปให้เกิดผล ไม่ใช่ของง่าย

โฆษกรัฐบาลชี้แจงว่าในสองปีที่ผ่านมา เป็นการนำปัญหาเก่ามาแก้ไข และป้องกันไม่ให้ปัญหาใหม่เกิดขึ้น ควบคู่กันไปกับการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ ขณะที่ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปการเมือง ของ สปท.กล่าวว่า การพูดของนายธีรยุทธ เป็นการดิสเครดิต สปท. โดยไม่ได้ดูงานที่แท้จริงที่ สปท. ได้ปฏิรูปมานับร้อยเรื่อง แต่ไม่ได้บอกว่าอะไรบ้าง

ความเห็นต่างเป็นเรื่องปกติ ของคนในสังคม กรณีนี้อาจมีเหตุสำคัญอย่างหนึ่งคือการมองต่างมุม นายธีรยุทธกล่าวว่า ในระบบสังคมและระบบการเมืองหนึ่งๆมีหลายองค์กรและหลายระดับ มีบทบาทและความสำคัญต่างกัน มีทั้งระดับที่เป็นปรากฏการณ์ระดับนโยบาย ระดับโครงสร้าง และชี้ว่าการปฏิรูปต้องแก้ปัญหาในระดับโครงสร้างอำนาจในสังคม

ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูป ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) เมื่อวันที่ 3 มีนาคม ได้กำหนดวาระการปฏิรูปเร่งด่วนในปี 2560 แบ่งออกเป็น 42 เรื่อง รวมทั้งเตรียมออก พ.ร.บ.ส่งเสริมวัฒนธรรมทางการเมืองในระดับประชาธิปไตย และ พ.ร.บ.คุ้มครองสิทธิเสรีภาพ และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน

ต้องยอมรับว่าการส่งเสริมวัฒนธรรมทางการเมืองประชาธิปไตย เป็นหัวข้อการปฏิรูปการเมืองที่ก้าวหน้า และปฏิรูปถึงระดับโครงสร้าง แต่มีคำถามว่าในเกือบ 3 ปีที่ผ่านมา มีสภาที่มีอำนาจหน้าที่เรื่องการปฏิรูปถึง 2 สภา ได้แก่ สปช.ที่ถูกยุบไป และ สปท.ที่เข้ามาทำหน้าที่แทน และยังมีคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญมาถึง 2 คณะ ได้ปฏิรูปการเมืองอะไรบ้าง

เห็นได้ชัดว่ายังไม่มีการปฏิรูปการเมืองที่เป็นรูปธรรม ยิ่งกว่านั้นร่างรัฐธรรมนูญใหม่ยังถูกมองว่าไม่ได้ปฏิรูปการเมือง แต่ทำให้การเมืองถอยหลังกลับไปคล้ายกับยุคประชาธิปไตยครึ่งใบ ตามรัฐธรรมนูญ 2521 และ 2534 ส่วนร่าง พ.ร.บ.ที่อ้างว่าจะปฏิรูปสื่อมวลชน ก็ถูกองค์กรวิชาชีพสื่อคัดค้าน เพราะเห็นว่าเป็นการก้าวถอยหลังให้รัฐแทรกแซงกิจการสื่อ

ถึงแม้หลายฝ่ายจะมีความเห็นต่างกัน แต่ทุกฝ่ายต่างเห็นพ้องกันว่าการปฏิรูปประเทศ เป็นเรื่องที่ยากและต้องใช้เวลา อาจไม่ทันใจบางฝ่ายที่ต้องการปฏิรูปถึงระดับโครงสร้างและอย่างรวดเร็ว จึงออกมากระตุ้นเร่งรัด และอาจเป็นการ “ติโขนยังไม่ทรงเครื่อง” เพราะเห็นเปิดเพลงโหมโรงมานานแรมปี แต่ที่แน่นอนที่สุดก็คือ ทุกฝ่ายต้องมีส่วนร่วมในการปฏิรูปประเทศ.

6 มี.ค. 2560 12:34 ไทยรัฐ