วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

การศึกษาไทยยิ่งรู้ยิ่งว้าเหว่

ผมอ่านคำให้สัมภาษณ์ของ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีศึกษาใน หน้าเศรษฐกิจไทยรัฐ ฉบับวันจันทร์พูดถึง การพัฒนาคน เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0” แล้ว ก็ถึงบางอ้อ ทำไม ระบบการศึกษาไทยภายใต้ กระทรวงศึกษาธิการ จึงล้มเหลวมาตลอด

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ เป็นรัฐมนตรีศึกษาฯคนล่าสุดเพิ่งทำงานได้ไม่กี่เดือน

นพ.ธีระเกียรติ เล่าว่า โครงสร้าง กระทรวงศึกษาธิการ มันใหญ่ โตเกินกว่าที่จะใช้เวลาสั้นๆเพียงปีสองปีปฏิรูปหรือเปลี่ยนแปลงใดๆ นับตั้งแต่มีการ ปฏิรูปโครงสร้างครั้งหลังสุดเมื่อปี 2543 (17 ปีมาแล้ว) แบ่งกระทรวงศึกษาฯออกเป็น 5 แท่งใหญ่ คือ สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา อุดมศึกษา สภาการศึกษา และ สำนักงานปลัดกระทรวง ซึ่งดูเรื่องสัพเพเหระและการศึกษานอกระบบ

นับจากปีนั้น กระทรวงศึกษาฯ มีรัฐมนตรีมา 20 คน ลองคิดดูเถอะว่า นโยบายและการปฏิรูปการศึกษาของประเทศจะอยู่นานได้อย่างไร ทุกอย่างรวมศูนย์อยู่ที่ส่วนกลาง เรื่องใหญ่ๆให้รัฐมนตรีทำ แต่รัฐมนตรีอยู่กัน คนละแป๊บไม่กี่ปีก็ไป ถ้าจะแก้ไขอะไรใหม่ ต้องไปแก้ไขใน พ.ร.บ.การศึกษา ซึ่งต้องรอ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในหลายประเทศที่เจริญแล้ว แม้จะเปลี่ยนรัฐมนตรี ก็ไม่กระทบต่อยุทธศาสตร์การศึกษาของชาติ

เมื่อการปฏิรูปการศึกษาทำไม่ได้ง่าย จึงต้องเลือกทำบางด้าน ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปพร้อมกับการสร้างคุณภาพและประสิทธิภาพของคน ด้านที่เลือกทำก็คือ โครงการอบรมหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นภาคฤดูร้อน เพื่อเสริมสร้างศักยภาพกำลังคนโดยให้ “เอกชน” เป็นผู้นำในการผลิตกำลังคนจากอาชีวะ ตั้งแต่ การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม จัด วิทยากร มาช่วยสอน เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ

แสดงว่า กระทรวงศึกษาธิการ ก็หมดน้ำยา ไม่มีหลักสูตรอาชีวศึกษาที่จะรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศได้จริงๆ ต้องอาศัยเอกชนอย่างเดียว ทั้ง การผลิตคน การพัฒนาหลักสูตร ไปจนถึง วิทยากร ทั้งที่ กระทรวงศึกษาฯ เป็น กระทรวงที่ได้รับงบประมาณมากที่สุดอันดับ 1 ทุกปี ปีละกว่า 5 แสนล้านบาท ไม่รู้เอาไปทำอะไรหมด

ยิ่งฟัง นพ.ธีระเกียรติ เล่าถึง “อาชีวศึกษา” ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ก็ยิ่งเศร้าหนักขึ้นไปอีก ท่านรัฐมนตรีบอกว่า ทุกวันนี้เรามี เด็กอาชีวะอยู่ประมาณ 1 ล้านคน แต่ละปีมีผู้ จบการศึกษาราว 2 แสนคน แต่พูดตามตรงว่า พวกเขาไม่เป็นที่ต้องการของตลาด หลักสูตรที่เขาเรียนจบออกมา มันโบราณ อย่างเครื่องยนต์ที่เขาเรียนก็เป็นเครื่องยนต์เก่า เครื่องไฟฟ้าเก่า หลักสูตรอาชีวะไม่มีหลักสูตรใดที่สามารถรองรับระบบเศรษฐกิจของประเทศ ที่กำลังเติบโตได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง โลจิสติกส์ หุ่นยนต์ รถไฟฟ้า ฯลฯ ท่านรัฐมนตรีเล่าให้ฟังด้วยว่า ที่ภาคใต้เวลา สปีดโบ๊ต เสีย ต้องรอช่างกันเป็นวัน เพราะหาช่างซ่อมไม่ได้ อาชีวะเราซ่อมไม่ได้

ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ กระทรวงศึกษาธิการไทย วันนี้ คุณภาพตกต่ำถึงเพียงนี้

สำหรับ หลักสูตรการสร้างแรงงานอาชีวะ เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0” ของรัฐบาล นพ.ธีระเกียรติ รัฐมนตรีศึกษาฯ บอกว่า มีอยู่ 2,656 หลักสูตร แบ่งเป็น 2 กลุ่ม

กลุ่มแรก เป็นหลักสูตรที่สอดคล้องกับ Growth Engine ไล่ตั้งแต่ First S-Curve, New S-Curve, Thailand 4.0 Super Cluster มีจำนวน 550 หลักสูตร เช่น การตรวจสอบรอยร้าวอากาศยาน ช่างอากาศยาน ขนส่งระบบราง รถไฟความเร็วสูง พลังงาน สมาร์ทฟาร์มเมอร์ เป็นต้น

กลุ่มที่สอง เป็นหลักสูตรที่ตอบสนองความต้องการของท้องถิ่น มี 2,106 หลักสูตร เช่น งานซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน นวดแผนไทย ช่างซ่อมเครื่องยนต์ เช่น สปีดโบ๊ต เป็นต้น

ผมขอเอาใจช่วย ท่านรัฐมนตรีธีระเกียรติ ครับ ขอให้ทำสำเร็จ สักครึ่งหนึ่งที่คิดก็เลิศแล้ว สำหรับเวลารัฐบาลที่เหลืออยู่อีกปีเศษ แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือการศึกษาของเด็กไทยโดยรวม วันนี้ เด็กชั้นประถม โรงเรียนอินเตอร์สามารถ พูด อ่าน เขียน ได้ 3 ภาษาแล้ว แต่นักเรียน ไทยทั่วประเทศยังเรียน ก.เอ๋ย ก.ไก่ อยู่ภาษาเดียว แถมยังไม่แข็งแรงอีกต่างหาก เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ไม่รู้รัฐบาลพูดจริงพูดเล่น.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

6 มี.ค. 2560 12:21 6 มี.ค. 2560 13:46 ไทยรัฐ