วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เอสเอ็มอีอัจฉริยะ ปู๊นๆไทยแลนด์ 4.0

เอสเอ็มอีอัจฉริยะ ปู๊นๆไทยแลนด์ 4.0

  • Share:

ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs เชื่อว่า...จะเป็นส่วนช่วยในการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต

การศึกษาพบว่า เหตุผลที่ทำให้ธุรกิจชุมชนเกิดความล้มเหลวเกิดมาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ

1.ปัญหาด้านการดำเนินธุรกิจที่ยังมีการบริหารที่ไม่เป็นระบบ เช่น เงินทุนหมุนเวียน ต้นทุนการดำเนินงาน ต้นทุนวัตถุดิบที่ไม่เหมาะสม และ 2.ปัญหาด้านการขาย เช่น การขาดทักษะในการตั้งราคา ปัญหา การหาช่องทางการขาย และการกระจายสินค้า

ปัจจุบันจากการเปลี่ยนแปลงของระบบอุตสาหกรรมทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยการก้าวเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 ส่งผลให้ทุกภาคส่วนต้องปรับตัว โดยเฉพาะกระทรวงอุตสาหกรรมต้องเร่งปรับบทบาท... โครงสร้างให้สอดคล้อง พร้อมเดินหน้าไปกับนโยบายรัฐบาล

ขับเคลื่อนประเทศไทย...“ไทยแลนด์ 4.0” สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

พร้อมที่จะผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศ ผ่านการปรับเปลี่ยนโครงสร้างภาคเศรษฐกิจ...จากเดิมที่เน้นการใช้แรงงาน มีมูลค่าเพิ่มต่ำ ไปสู่การเป็นเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนบนฐาน “ความรู้” และ “นวัตกรรม” ที่สร้างมูลค่าเพิ่ม

สมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม บอกว่า การปรับตัว ของภาคอุตสาหกรรมให้สามารถยกระดับไปสู่การเป็นอุตสาหกรรม 4.0 ถือเป็นโจทย์สำคัญของกระทรวง ต้องให้ความสำคัญเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมและวิสาหกิจไทยให้สามารถเติบโตได้อย่างมีศักยภาพ

ตั้งยุทธศาสตร์ในแต่ละระดับการเติบโต ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มสตาร์ตอัพเอสเอ็มอี มุ่งเน้นการถ่ายทอดความรู้ ฝึกปฏิบัติในการจัดทำแผนธุรกิจ บ่มเพาะ จัดกิจกรรมนำเสนอแผนธุรกิจของผู้ประกอบการ เป้าหมายเพื่อแสวงหาโอกาสทางการเงิน...การเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพิ่มศักยภาพให้สูงขึ้นไปอีกระดับ

ถัดมา...กลุ่ม SMEs ที่มีศักยภาพเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งอนาคต จะต้องสร้างความเข้มแข็ง เพิ่มผลิตภาพให้กับผู้ประกอบการ ด้วยนวัตกรรม เพิ่มมูลค่าให้กับ “สินค้า” และ “บริการ” รวมทั้งส่งเสริม ให้ใช้ระบบอัตโนมัติ การใช้หุ่นยนต์เข้ามาช่วยในกระบวนการผลิต

สุดท้าย...กลุ่ม SMEs ที่ต้องการความช่วยเหลือหรืออยู่ในช่วงฟื้นตัว ภาครัฐจะให้การสนับสนุนจัดอบรมการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ ให้คำปรึกษาแนะนำในด้านต่างๆ รวมถึงเชื่อมโยงกับธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในแต่ละสาขา บูรณาการร่วมกันระหว่างนักธุรกิจที่เป็นภาคเอกชน สถาบันการศึกษา สถาบันการเงิน เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยสามารถขยับสู่การเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2579

“การที่จะผลักดันการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจของประเทศอย่างก้าวกระโดด วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือ SMEs ถือเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลง”

เดินหน้าไปสู่การเป็น SMEs 4.0

ปัญหามีว่า จะทำอย่างไรจึงจะยกระดับอุตสาหกรรมและวิสาหกิจไทยให้ก้าวเดินหน้าต่อไปได้...พร้อมเติบโตไปในกระแสเศรษฐกิจยุคใหม่ ได้อย่างมีศักยภาพ?

สมชาย ย้ำว่า เรามีแนวคิดเรื่อง Intelligent SMEs หรือเอสเอ็มอีอัจฉริยะพยายามใช้เทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาช่วย ซึ่งจะมีสองส่วนด้วยกันคือกับกลุ่มเอสเอ็มอีอัจฉริยะที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องไอทีกับเอสเอ็มอีในส่วนที่ใช้นวัตกรรมต่างๆเป็นตัวช่วยในเรื่องของการดำเนินการ นับตั้งแต่เรื่องการตลาด การผลิต หรือการจัดการเกี่ยวกับเรื่องวัตถุดิบ “เวลาที่ติดต่อซื้อขายวัตถุดิบเราก็สามารถบอกได้ว่าความต้องการของลูกค้าที่มาต้องการสินค้าประเภทใด ลูกค้าก็สามารถเข้ามาติดต่อบอกผ่านระบบออนไลน์ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว สั่งตรงไปยังบริษัทผู้ผลิตวัตถุดิบนั้นๆทันทีว่ามีความต้องการสีไหน แบบไหน อย่างไร”

เสร็จแล้ว...กระบวนการผลิตก็ทำการควบคุมโดยระบบอัตโนมัติต่างๆ เสริมด้วยระบบไอทีเข้ามาจัดการ หัวใจสำคัญก็คือ ไม่ต้องใช้คนมาก ลงลึกไปถึงการติดต่อกับซัพพลายเออร์จะมีการผลิตสินค้าประเภทนี้อย่างนี้...ฉะนั้นวัตถุดิบจะต้องมีอะไรบ้าง เป็นการบริหารจัดการภายใต้ระบบอัตโนมัติ

เป็นการติดต่อกันระหว่างลูกค้า ผู้ผลิต แหล่งวัตถุดิบ...

อีกหัวใจสำคัญที่ต้องพูดถึง “การจัดการบริหารภายใน” เช่น การสั่งซื้อ ระบบสินค้าคงคลัง การจัดการบัญชี ก็จะมีซอฟต์แวร์ โปรแกรมต่างๆเข้ามาช่วยดูแล ถึงวันนี้มีซอฟต์แวร์ตัวช่วยเข้ามาเยอะมาก ไม่ว่า จะเป็นแอพพลิเคชั่นต่างๆที่กระทรวงอุตสาหกรรมนำมาดาวน์โหลดให้ใช้กันแล้ว 6-7 แอพ โหลดใช้ได้ฟรีทั้งหมด

โครงการ Intelligent SMEs หรือ เอสเอ็มอีอัจฉริยะ จำนวน 125 รายที่ถูกคัดเลือก จะได้รับการติดอาวุธนำเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาใช้ดำเนินการจัดการในธุรกิจของตัวเอง ถอดบทเรียนจากประสบการณ์จริง นำมาถ่ายทอดกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ สร้างแรงบันดาลใจ ในการทำธุรกิจ สร้าง...SMEs เลือดใหม่

“วันนี้เรามองการเติบโตผลกระทบจากโลกออนไลน์ สิ่งสำคัญอย่างแรกเลยก็คือโอกาสที่เปิดกว้าง เชื่อมการผลิต การติดต่อ การตลาดออนไลน์...ผู้ประกอบการเองต้องเข้าใจ เข้าร่วม เพื่อเพิ่มศักยภาพของตนเอง มีความพร้อมไหม และพร้อมขนาดไหน”

ขายได้แล้ว ต้องรู้ด้วยว่าจะส่งอย่างไร ทุกอย่างมีต้นทุน ที่สำคัญ ...ต้องมีสินค้าพร้อมส่ง ฉะนั้นผู้ประกอบการต้องเข้าใจ สำหรับเอสเอ็มอีอัจฉริยะก็ต้องพร้อมเรื่องการฝึกอบรมการใช้ระบบไอทีต่างๆเพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพที่หลากหลาย ติดตามเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม www.dip.go.th

ในอดีตที่ผ่านมาเอสเอ็มอีไทยมีจุดอ่อนอย่างไร วันนี้ต้องเพิ่มจุดแข็ง ปรับตัวให้ดำรงคงอยู่ได้ในกระแสโลกที่เปลี่ยนแปลง สมชาย มองว่า เอสเอ็มอีบ้านเราโดยทั่วไปจะมีหลายส่วน ที่ค่อนข้างทันสมัย ผู้ประกอบการที่มีความพร้อมรอบด้านจะปรับตัวเองได้ดีอยู่แล้ว เอาตัวรอด ได้ไม่ยากปรับตัวได้เร็ว

“หลายคนที่ประสบความสำเร็จไม่ใช่ว่าเขาเก่งอย่างเดียว หากแต่มีความขยันมาก รู้จักหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เรื่อยๆ รู้ให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงเพื่อการปรับตัว ส่วนที่มีปัญหา...ข้อติดขัดบางทีเขาอาจจะไม่รู้เรื่องในตัวธุรกิจทั้งหมดก็ได้ แม้ว่าตัวสินค้าผลิตดี แต่อาจไม่ถูกตลาด”

ที่เห็นๆกันอยู่ ธุรกิจสตาร์ตอัพ ราว 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ประสบความสำเร็จผลิตสินค้าดี ถูกต้องตามตลาด ที่เหลืออีก 90 เปอร์เซ็นต์ไม่ใช่ว่าตัวผู้ประกอบการไม่ดี หากแต่การตลาดยังเป็นปัญหา

“สินค้าดี แต่ขายไม่ได้ ต้องอาศัยความเข้าใจ เข้าถึง...การตลาดเป็นเรื่องใหญ่ของธุรกิจเอสเอ็มอี รองลงมาก็เป็นเรื่องการบริหารระบบจัดการภายใน บางที่แยกไม่ออกระหว่างเงินส่วนตัว...เงินธุรกิจ...เงินหมุน ระบบบัญชีไม่รู้ต้นทุนตัวเองที่แท้จริงเป็นเท่าไหร่ ไม่มีข้อมูลประเมินจุดตัดสินใจทางธุรกิจได้ว่าต้องหยุดหรือว่าไปต่อ”

เอสเอ็มอีอัจฉริยะ (Intelligent SMEs) ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ต้องเริ่มจาก “ตัวผู้ประกอบการ” ต้องเข้าใจในเรื่องธุรกิจ ...มีใจเป็นนักธุรกิจให้ได้ ต้องรู้อะไร ทำอย่างไรบ้าง ที่สำคัญในยุคโลกหมุนเร็วอย่างวันนี้ ต้องรับการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลา ไม่อย่างนั้นก็อยู่ยาก.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้