วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ใส่หมวกหลายใบ

ใส่หมวกหลายใบ

  • Share:

อำนาจเบ็ดเสร็จ ม. 44 นอกจาก จะใช้แก้ปัญหาครอบจักรวาลได้ฉับพลันทันใจ

ยังมีสรรพคุณพิเศษ ใช้เป็น “ยาดับกลิ่น” ได้ชะงัดดีนักแล

“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่า การใช้อำนาจ ม.44 ย้ายฟ้าผ่า นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการการรถไฟฯ ไปช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี

สั่งโละบอร์ด รฟท.ชุดเดิมยกกระบิ แล้วตั้งบอร์ด รฟท.ชุดใหม่เสียบแทน

สั่งเบรกการประมูลก่อสร้างรถไฟรางคู่ 5 โครงการ มูลค่า 9.4 หมื่นล้านบาท (ที่กำลังส่งกลิ่นเหม็นโฉ่) ไว้ก่อนชั่วคราว

พร้อมตั้ง “ซุปเปอร์บอร์ด” ที่มี “นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล” อดีตผู้ว่าการ แบงก์ชาติ เป็นหัวหน้าทีมเข้าไปตรวจสอบโครงการก่อสร้างรถไฟรางคู่ทั้งที่เปิดประมูล ไปแล้ว และจะเปิดประมูลต่อไปให้โปร่งใสบริสุทธิ์ยุติธรรม

มนต์ขลัง ม.44 ทำให้การรถไฟแห่งประเทศไทยหอมกลิ่นสะอาดได้ในบัดดล

“แม่ลูกจันทร์” มองว่า การที่นายกฯ บิ๊กตู่ตัดสินใจใช้อำนาจ ม.44 ย้ายฟ้าแลบผู้ว่าการ รฟท. ยุบบอร์ด รฟท.ชุดเดิม รวมทั้งแต่งตั้งซุปเปอร์บอร์ดไปตรวจสอบการประมูลโครงการรถไฟรางคู่ ที่ยื่นซองประกวดราคาไปแล้วทั้ง 5 เส้นทาง

เท่ากับเหยียบเบรกฉุกเฉินก่อนเซ็นสัญญา

แสดงว่าข้อมูลที่ ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ ออกมาแฉว่า โครงการประมูลก่อสร้างรถไฟรางคู่ 5 สาย ระยะทาง 668 กม. ใช้เงินลงทุนกว่า 9.5 หมื่นล้านบาท...

มีการล็อกสเปกให้ผู้รับเหมาราย ใหญ่ไม่กี่ราย??

แถมกำหนดราคากลางแพงเว่อร์ ไปถึง 70 เปอร์เซ็นต์??

โดยยกตัวอย่างราคาเหล็กรางรถไฟที่ รฟท.กำหนดราคากลางไว้ถึง 37,143 บาทต่อตัน

ในขณะที่ผู้รับเหมาสามารถซื้อเหล็กรางรถไฟได้ในราคา 21,600 บาทต่อตันเท่านั้นเอง

ทั้ง 2 ประเด็นนี้จะจริง? หรือไม่จริง? เป็นหน้าที่ของซุปเปอร์บอร์ดต้องเร่งหาคำตอบให้กระจ่างชัดเจน

และถ้าต้องการให้เกิดความกระจ่างแจ้งชัดเจนยิ่งขึ้นอีก...

“แม่ลูกจันทร์” ขอแหย็มเสนอความเห็นเพิ่มเติมอีก 2 ประการ

ประการที่ 1, ในเมื่อรัฐบาลมอบให้ซุปเปอร์บอร์ดซึ่งมีอดีตผู้ว่าการแบงก์ชาติเป็นประธานตรวจสอบเงื่อนไขทีโออาร์โครงการประมูลรถไฟรางคู่อย่างละเอียดทุกซอกทุกมุม

รัฐบาลควรมอบอำนาจให้ซุปเปอร์บอร์ดชุดนี้ตรวจสอบหาตัว “ผู้รับผิดชอบ” ที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ

เพื่อให้ผู้ที่ทุจริตต้องถูกดำเนินคดีตามกติกา

และเพื่อให้ผู้ที่สุจริตได้มีโอกาสพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง

ประการที่ 2, ผู้ว่าการ รฟท.คนใหม่ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบโครงการลงทุนมูลค่า หลายแสนล้านบาทของการรถไฟแห่งประเทศไทย ถือเป็น “ตัวจักรสำคัญ” ที่จะขับเคลื่อนการปฏิรูปรถไฟไทยตามยุทธศาสตร์ของรัฐบาล

ดังนั้น ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ รฟท.คนใหม่ ต้องทุ่มเททำงานเต็มเวลา และต้องลุยงานหนักสุดลิ่มทิ่มประตู

“แม่ลูกจันทร์” จึงไม่เห็นด้วยที่ ท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่งตั้ง นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ รองอธิบดีกรมทางหลวง และหนึ่งในบอร์ด รฟท. ให้ควบเก้าอี้รักษาการผู้ว่าการ รฟท.คนใหม่แถมอีก 1 ตัว

เท่ากับคนคนเดียวต้องควบ 3 ตำแหน่ง

คนคนเดียวต้องใส่หมวกพร้อมกัน 3 ใบ

จะจัดสรรเวลาอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อราชการ??

เออ...ก็นั่นน่ะซี!!

“แม่ลูกจันทร์”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้