วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ใส่หมวกหลายใบ

อำนาจเบ็ดเสร็จ ม. 44 นอกจาก จะใช้แก้ปัญหาครอบจักรวาลได้ฉับพลันทันใจ

ยังมีสรรพคุณพิเศษ ใช้เป็น “ยาดับกลิ่น” ได้ชะงัดดีนักแล

“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่า การใช้อำนาจ ม.44 ย้ายฟ้าผ่า นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการการรถไฟฯ ไปช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี

สั่งโละบอร์ด รฟท.ชุดเดิมยกกระบิ แล้วตั้งบอร์ด รฟท.ชุดใหม่เสียบแทน

สั่งเบรกการประมูลก่อสร้างรถไฟรางคู่ 5 โครงการ มูลค่า 9.4 หมื่นล้านบาท (ที่กำลังส่งกลิ่นเหม็นโฉ่) ไว้ก่อนชั่วคราว

พร้อมตั้ง “ซุปเปอร์บอร์ด” ที่มี “นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล” อดีตผู้ว่าการ แบงก์ชาติ เป็นหัวหน้าทีมเข้าไปตรวจสอบโครงการก่อสร้างรถไฟรางคู่ทั้งที่เปิดประมูล ไปแล้ว และจะเปิดประมูลต่อไปให้โปร่งใสบริสุทธิ์ยุติธรรม

มนต์ขลัง ม.44 ทำให้การรถไฟแห่งประเทศไทยหอมกลิ่นสะอาดได้ในบัดดล

“แม่ลูกจันทร์” มองว่า การที่นายกฯ บิ๊กตู่ตัดสินใจใช้อำนาจ ม.44 ย้ายฟ้าแลบผู้ว่าการ รฟท. ยุบบอร์ด รฟท.ชุดเดิม รวมทั้งแต่งตั้งซุปเปอร์บอร์ดไปตรวจสอบการประมูลโครงการรถไฟรางคู่ ที่ยื่นซองประกวดราคาไปแล้วทั้ง 5 เส้นทาง

เท่ากับเหยียบเบรกฉุกเฉินก่อนเซ็นสัญญา

แสดงว่าข้อมูลที่ ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ ออกมาแฉว่า โครงการประมูลก่อสร้างรถไฟรางคู่ 5 สาย ระยะทาง 668 กม. ใช้เงินลงทุนกว่า 9.5 หมื่นล้านบาท...

มีการล็อกสเปกให้ผู้รับเหมาราย ใหญ่ไม่กี่ราย??

แถมกำหนดราคากลางแพงเว่อร์ ไปถึง 70 เปอร์เซ็นต์??

โดยยกตัวอย่างราคาเหล็กรางรถไฟที่ รฟท.กำหนดราคากลางไว้ถึง 37,143 บาทต่อตัน

ในขณะที่ผู้รับเหมาสามารถซื้อเหล็กรางรถไฟได้ในราคา 21,600 บาทต่อตันเท่านั้นเอง

ทั้ง 2 ประเด็นนี้จะจริง? หรือไม่จริง? เป็นหน้าที่ของซุปเปอร์บอร์ดต้องเร่งหาคำตอบให้กระจ่างชัดเจน

และถ้าต้องการให้เกิดความกระจ่างแจ้งชัดเจนยิ่งขึ้นอีก...

“แม่ลูกจันทร์” ขอแหย็มเสนอความเห็นเพิ่มเติมอีก 2 ประการ

ประการที่ 1, ในเมื่อรัฐบาลมอบให้ซุปเปอร์บอร์ดซึ่งมีอดีตผู้ว่าการแบงก์ชาติเป็นประธานตรวจสอบเงื่อนไขทีโออาร์โครงการประมูลรถไฟรางคู่อย่างละเอียดทุกซอกทุกมุม

รัฐบาลควรมอบอำนาจให้ซุปเปอร์บอร์ดชุดนี้ตรวจสอบหาตัว “ผู้รับผิดชอบ” ที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ

เพื่อให้ผู้ที่ทุจริตต้องถูกดำเนินคดีตามกติกา

และเพื่อให้ผู้ที่สุจริตได้มีโอกาสพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง

ประการที่ 2, ผู้ว่าการ รฟท.คนใหม่ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบโครงการลงทุนมูลค่า หลายแสนล้านบาทของการรถไฟแห่งประเทศไทย ถือเป็น “ตัวจักรสำคัญ” ที่จะขับเคลื่อนการปฏิรูปรถไฟไทยตามยุทธศาสตร์ของรัฐบาล

ดังนั้น ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ รฟท.คนใหม่ ต้องทุ่มเททำงานเต็มเวลา และต้องลุยงานหนักสุดลิ่มทิ่มประตู

“แม่ลูกจันทร์” จึงไม่เห็นด้วยที่ ท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่งตั้ง นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ รองอธิบดีกรมทางหลวง และหนึ่งในบอร์ด รฟท. ให้ควบเก้าอี้รักษาการผู้ว่าการ รฟท.คนใหม่แถมอีก 1 ตัว

เท่ากับคนคนเดียวต้องควบ 3 ตำแหน่ง

คนคนเดียวต้องใส่หมวกพร้อมกัน 3 ใบ

จะจัดสรรเวลาอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อราชการ??

เออ...ก็นั่นน่ะซี!!

“แม่ลูกจันทร์”