วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อาณาจักร vs ศาสนจักร (2)

อาณาจักร vs ศาสนจักร (2)

  • Share:

เสาร์ 16.30 น. ของ 11 มีนาคม 2560 มีพิธีพระราชทานเพลิงศพนายพยุง ช่วยรักษา ณ เมรุวัดแสนสุข เขตมีนบุรี กทม. ท่านพยุงเป็นบิดาของท่านผู้ใหญ่ที่ครอบครัวผมเคารพ ผมจึงขออนุญาตประกาศกำหนดการพระราชทานเพลิงศพมา ณ ที่นี้ครับ

เมื่อวานผมรับใช้ถึงเรื่องคุลทัวร์คัมพฟ์ หรือการต่อสู้กันระหว่างจักรวรรดิเยอรมันและคริสตจักรโรมันคาทอลิกซึ่งซัดกันอยู่นานถึง 6 ปี ที่เริ่มมาจากแคว้นปรัสเซียต้องการรวมแคว้นโน้นแคว้นนี้มาอยู่ด้วยกันเพื่อตั้งเป็นประเทศใหม่ใหญ่กว่าเก่าที่มีชื่อว่าจักรวรรดิเยอรมัน ซึ่งผู้คนในจักรวรรดิส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์

การที่แคว้นอัลซาซ-ลอร์แรนจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิด้วย ทำให้สัดส่วนของชาวคาทอลิกเพิ่มเป็นร้อยละ 37 บิสมาร์คซึ่งเป็นอัครมหาเสนาบดีในตอนนั้นเห็นว่าจะเป็นอันตรายต่อจักรวรรดิจึงคิดจะกำจัด โดยเริ่มจากนักบวช เพราะนักบวชคาทอลิกมีอิทธิพลสูง และจงรักภักดีต่อสันตะปาปาที่กรุงโรมซึ่งเป็นศูนย์กลางอำนาจจากภายนอก

การทะเลาะกันของศาสนจักรและอาณาจักรมีสาเหตุมาจากการแย่งมวลชนกันทั้งนั้นครับ บิสมาร์คไม่พอใจที่คนไปจดทะเบียนสมรสที่โบสถ์ ไม่จดที่อำเภอ คนพาลูกหลานไปเข้าโรงเรียนของโบสถ์ ไม่เข้าโรงเรียนรัฐ บิสมาร์คประกาศว่าชาติต้องมาก่อนศาสนจักร และศาสนาต้องอยู่ใต้อำนาจรัฐเพื่อตอบสนองต่อผลประโยชน์ของรัฐ ส่วนฝ่ายศาสนจักรนั้นบอกว่า ศาสนาจะต้องสูงสุดและอยู่เหนืออำนาจของรัฐชาติใดๆ ทั้งสิ้น

นอกจากปลดเสนาบดีกระทรวงศาสนาคนเดิมและตั้งคนใหม่แล้ว บิสมาร์คยังร่วมมือกับพวกนักการเมืองเสรีนิยมออก May Laws หรือกฎหมายเดือนพฤษภาคม 4 ฉบับ กำหนดให้คริสตจักรอยู่ภายใต้รัฐ นักบวชห้ามเทศน์แสดงความเห็นทางการเมือง นักบวชคนไหนฝ่าฝืนต้องถูกขับออกจากตำแหน่งและถูกดำเนินคดี

กฎหมายผ่านสภาปุ๊บ บิสมาร์คก็สั่งจับนักบวชดัง 2 รูปปั๊บ คือ อาร์ชบิชอปแห่งเมืองโคโลญแลเมืองเทรียร์ และทำให้โรงเรียนโบสถ์วัดต้องถูกปิดไปเป็นจำนวนมาก

ต่อมา บิสมาร์คถูกลอบสังหาร ทว่า อ้า ผู้ลงมือกระจอกเหลือเกิน ทำให้บิสมาร์คบาดเจ็บนิดหน่อย แกจึงถือเอาเรื่องการถูกลอบสังหารไปเป็นความชอบธรรมในการพูดโจมตีพวกโรมันคาทอลิกและพรรคคาทอลิกกลางมาตลอด

รัฐสภาปรัสเซียผ่านกฎหมายระงับการให้ค่าใช้จ่ายแก่นักบวชระดับสูงของคริสต์ศาสนานิกายโรมันคาทอลิก จนกว่านักบวชพวกนั้นจะปฏิบัติตามกฎหมายเดือนพฤษภาคม ต่อมารัฐสภาปรัสเซียก็ออกร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจรัฐบาลปิดวัดคาทอลิกและเนรเทศนักบวชทุกรูปออกไปจากปรัสเซียได้

กฎหมายที่เล่นงานนักบวชมักจะถูกทยอยผ่าน เพื่อให้มวลชนสงบและค่อยๆ รับได้ เมื่อกฎหมายเนรเทศนักบวชใช้ได้ผลแล้ว เดือนต่อมารัฐสภาปรัสเซียก็ออกกฎหมายให้รัฐยึดทรัพย์สินของโบสถ์และวัดคาทอลิกได้ และสามารถตั้งคณะกรรมการที่เป็นฆราวาสเข้าไปดูแลทรัพย์สินของวัดแทนนักบวชได้

เมื่อฆราวาสคุมทรัพย์สินของวัดได้สบายใจเฉิบแล้ว ปีต่อมา ก็มีการออกกฤษฎีกาฟัลค์ที่กำหนดให้การสอนศาสนาในระดับประถมศึกษานั้นจะสอนโดยนักบวชไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ต้องสอนโดยครูที่ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐเท่านั้น

เมื่อกฤษฎีกาฟัลค์ใช้ได้ผลแล้ว รัฐสภาปรัสเซียก็ผ่านพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมที่เรียกว่า Pulpit Law ที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐนำนักบวชที่เทศน์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลไปดำเนินคดีอาญาได้

ยิ่งถูกบีบ พวกคาทอลิกก็ยิ่งรวมตัวกัน ทำให้พรรคคาทอลิกกลางเติบโตจนมีฐานเสียงมั่นคงทั้งในรัฐสภาระดับแคว้นและระดับประเทศ การออกกฎหมายพร่ำเพรื่อเพื่อเล่นงานพระ ทำให้บิสมาร์คซึ่งแต่เดิมเป็นผู้นำที่ได้รับความนิยมสูง กลับเสื่อมลงไปเรื่อยๆ

ความที่สนใจแต่จะรบกับนักบวช ทำให้บิสมาร์คไม่สนใจเศรษฐกิจ จักรวรรดิเจ๊งจนเงินในคลังไม่เหลือ บิสมาร์คต้องการให้พรรคคาทอลิกกลางช่วยดันกฎหมายปฏิรูปที่ให้รัฐจัดเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้น แกจึงเอาใจด้วยการค่อยๆ ยกเลิกกฎหมายเดือนพฤษภาคมทีละฉบับ อนุญาตให้บาทหลวงคืนสู่สถานภาพเดิม ปลดเสนาบดีกระทรวงศาสนาที่เล่นงานพระออกไป ให้โบสถ์กลับมาประกอบพิธีสมรสได้ มีการฟื้นฟูสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในการนับถือศาสนาและการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ฯลฯ

สงครามระหว่างศาสนจักรและอาณาจักรในเยอรมนีระหว่าง ค.ศ.1871-1887 ก็แฮปปี้เอนดิ้ง จบลงด้วยดี จบอย่างมีความสุขกันทุกฝ่ายครับ.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้