วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จาตุรนต์ฉะคสช.ทัศนะคับแคบ!

‘คนไทย’จวกแรง สปน.พล่านแจง! ทัวร์ยูนิเวอร์แซล

“จาตุรนต์” จวกรัฐบาล คสช.ตั้งเป้าปรองดองไม่ชัด ทัศนะคับแคบเอาแต่โยนบาปการเมือง รองโฆษก พท.เย้ยตั้งแต่ปฏิวัติมาไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ผลงานเด่นคุมสื่ออยู่หมัด เตือนอย่าทำตัวเรือใหญ่คับคลองไม่ฟังใคร “คนไทย” สับทิ้งทวนอำนาจ-เวลาล้นมือแต่งานห่วยแตก ระวังถูกจารึก “ล้มเหลวกู้ชาติ” ปชป.หนุน กรธ.ดัดหลังคนหนีคดี “ยะใส” กระตุก ป.ย.ป.ติดกับอนุรักษนิยม “จ้อน” ผุดชื่อ 2 องค์กรตาม รธน.ใหม่ เปิดช่อง 39 ผู้ทรงคุณวุฒิ ป.ย.ป.มีสิทธิได้ไปต่อ “วิลาส” แฉยับ งบดูงานองค์กรอิสระ ไปดูเลือกตั้งชาติคอมมิวนิสต์ สปน.ดิ้นแจงจัดทัวร์ยูนิเวอร์แซล

ยังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่อเนื่อง จากเสียงเตือนของนายธีรยุทธ บุญมี นักวิชาการสาธารณะ ต่อรัฐบาล คสช.ว่า ดำเนินการเรื่องปฏิรูปไม่คืบหน้า ล่าสุดคนในพรรคเพื่อไทยออกมาตอกย้ำพร้อมเตือนว่า อย่าทำตัวเป็นเรือใหญ่คับคลอง ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของใคร

“อ๋อย” ซัดตั้งเป้าปรองดองไม่ชัด

เมื่อวันที่ 5 มี.ค. นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุว่าการปรองดองจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับรัฐบาลหน้านั้น แสดงให้เห็นว่าการปรองดองครั้งนี้ตั้งเป้าหมายความสำเร็จไม่ชัดเจน ถ้าจะทำให้เกิดการปรองดองได้หมายถึงต้องสร้างระบบกติกา สามารถรองรับความขัดแย้งต่างๆ ได้ รวมถึงจัดการรัฐบาลในอนาคตกรณีเกิดปัญหา เช่น รัฐบาลลุแก่อำนาจ ทุจริตมาก ระบบที่สร้างไว้ก็สามารถจัดการรัฐบาลนั้นได้ และสังคมอยู่ต่อไปได้ ไม่ใช่มาสร้างเงื่อนไขกันแต่ต้นว่าจะปรองดองได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับรัฐบาลหน้า นั่นหมายความว่าสิ่งที่ทำอยู่นี้ไม่สำเร็จแน่แล้ว

ทัศนะคับแคบโยนบาปการเมือง

นายจาตุรนต์กล่าวต่อว่า การประมวลสรุปความเห็นพรรคการเมืองครั้งหลังสุดของ พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่บอกว่าหลายฝ่ายเห็นตรงกันว่าปัญหาความขัดแย้งเกิดจากพรรคการเมือง นักการเมือง เป็นการด่วนสรุปที่คับแคบ การกำหนดผู้รับฟังที่ไม่มีคนเป็นกลาง มีความรู้เชี่ยวชาญมารับฟัง ไม่ได้นำความขัดแย้งในอดีตมาวิเคราะห์ ไม่พูดถึงความขัดแย้งหลังรัฐประหารที่สร้างความขัดแย้งไม่น้อย ถือว่ากระบวนการปรองดองของรัฐบาล คสช.มีจุดอ่อนอยู่มาก รวมถึงสถานการณ์ปัจจุบันที่รัฐบาลเผชิญปัญหาต่างๆ อย่างปัญหาวัดพระธรรมกายที่เมื่อใช้อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดมากเกินไป กลายเป็นดาบสองคมและเริ่มออกฤทธิ์

เย้ยยิ่งดิ้นยิ่งย้อนเข้าตัว คสช.

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่คนใน คสช.ดาหน้าออกมาตอบโต้ผู้วิพากษ์วิจารณ์ทำเรื่องปฏิรูปไม่คืบหน้านั้น เท่ากับย้อนเข้าตัวรัฐบาล คสช.เต็มๆ ถามว่าตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.2557 ที่ทำรัฐประหารมามีผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน นอกจากปฏิบัติการข่าวสาร (ไอโอ) ควบคุมทิศทางข้อมูลข่าวสารแบบสื่อสารฝ่ายเดียวมาตลอด บริหารจัดการสื่อได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ความสามารถด้านอื่นไม่เด่น แต่ที่เห็นคือการพูดโดยปราศจากการปฏิบัติที่สัมฤทธิผล โดยเฉพาะการปฏิรูปประเทศ แบบนี้ประเทศเสียโอกาสหรือไม่ รัฐบาล คสช.ต้องไปดูเรื่องการลิดรอนสิทธิเสรีภาพ คุกคามสิทธิมนุษยชน ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ทั้งการต่อสู้เชิงโครงสร้างเพื่อสิทธิเสรีภาพทางการเมือง การต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิชุมชนและกำหนดอนาคตตนเอง จนถึงวันนี้แม้แต่จะมีการเลือกตั้งหรือไม่ มี วันไหน ประชาชนยังไม่รู้ข้อมูล

อย่าทำเป็นเรือใหญ่คับคลอง

นายอนุสรณ์กล่าวว่า วันนี้สังคมไม่ค่อยได้เห็นนักการเมืองอยากเลือกตั้ง แต่อย่างน้อยในฐานะประชาชนควรได้รู้โรดแม็ป แต่ไม่ใช่โรดแม็ปท่ีตัดสินใจตามสถานการณ์ของผู้นำคนเดียว อย่าทำตัวเป็นเรือใหญ่คับคลองที่ไม่สนใจชาวบ้าน ใครวิจารณ์ไม่ได้เลย ประชาชนเขาดูอยู่ ทั้งเรื่องมาตรา 44 ที่นำมาแก้ไขปัญหาทางการเมือง สิ้นเปลืองงบประมาณไปเท่าไหร่ ปัญหาภาคใต้ถ้ารัฐบาลทหารแก้ไม่ได้ รัฐบาลอื่นยิ่งยาก ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องที่เดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า หมดมาตรการช็อปช่วยห้างไปแล้ว คงต้องดูต่อว่าจะมีมาตรการใดที่ก่อประโยชน์ตกถึงมือประชาชนจริงบ้าง แม้วันนี้การตรวจสอบพรรคพวกเครือข่าย คสช.อาจทำได้ยาก แต่ไม่ได้แปลว่าหลังลงจากอำนาจแล้วจะตรวจสอบไม่ได้

สับมีอำนาจ–มีเวลาแต่งานห่วย

ด้านนายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวว่า ได้ประกาศจะหยุดเขียนหยุดวิพากษ์ วิจารณ์บ้านเมืองชั่วคราวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ เพราะรู้สึกเบื่อหน่ายเหตุการณ์บ้านเมือง และเสียความรู้สึกกับ คสช. ที่มีทั้งโอกาสและอำนาจ แต่น่าเสียดายที่ คสช.กลับใช้อำนาจอย่างพร่ำเพรื่อ โดยเฉพาะการใช้อำนาจหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 ที่สร้างความแตกแยกร้าวฉานในสังคมจนยากจะสร้างความปรองดองได้ และยังใช้มาตรานี้ในลักษณะมุ่งเฉพาะกลุ่มหรือบุคคล สะท้อนให้เห็นถึงการบังคับใช้กฎหมายไม่เท่าเทียม หลายมาตรฐาน ซึ่งหลายกรณีใช้กฎหมายปกติได้ เพราะเจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิบัติตามมาตรา 44 ไม่มีความผิด แม้จะไปละเมิดล่วงเกินผู้ถูกกระทำ ตรงนี้ยิ่งขยายความขัดแย้งระหว่างรัฐกับประชาชน ในฐานะประชาชนคนหนึ่งรู้สึกห่วงใย อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. บังคับใช้กฎหมายให้รอบคอบเป็นธรรม โปรดอย่าไว้ใจเจ้าหน้าที่มากเกินไป เพราะจะทำให้ท่านเสื่อมลงได้ ในฐานะคนไทยคนหนึ่งขอเตือนด้วยความบริสุทธิ์ใจ

ระวังถูกจารึก “ล้มเหลวกู้ชาติ”

นายอุเทนกล่าวอีกว่า ส่วนตัวแม้จะมั่นใจในตัว พล.อ.ประยุทธ์ว่าคิดดีกับบ้านเมือง แต่อดสงสัยกังวลคนรอบข้างท่านไม่ได้ และการบริหารประเทศของ คสช.เข้าข่ายไร้ประสิทธิภาพ ไม่มีความเป็นมืออาชีพ ปัญหาส่วนใหญ่จึงไม่ได้รับการแก้ไขเท่าที่ควร ตนพยายามเสนอแนะและท้วงติงในหลายประเด็นด้วยความปรารถนาดีมาตลอด แต่ไม่ได้รับการตอบสนองหรือรับฟัง ทั้งที่ คสช.ประกาศว่าพร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย จึงเชื่อว่าเมื่อใดที่ คสช.หมดอำนาจลง เมื่อนั้นประวัติศาสตร์จะจารึกถึง คสช.ในแง่ความล้มเหลวและเสียของ ดังนั้นเมื่อพูดไม่ฟัง เพราะเสียงไม่ดัง พยายามแล้วไม่สำเร็จ จึงขอยุติบทบาทชั่วคราว ขอนำเวลาช่วงนี้ไปดูงานตามสถานที่ต่างๆ รวมทั้งยังมีภารกิจในการเขียนหนังสือเรื่อง “2 สูงไม่ใช่ทางรอดของประเทศไทย” ให้เสร็จเสียที

ปชป.หนุนดัดหลังคนหนีคดี

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีศาลฎีกาส่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่า เป็นเรื่องดีที่มีการปรับปรุงเพิ่มเติมให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์มากขึ้น ในการป้องกันปราบปรามการทุจริตให้ได้ผลจริงจัง ทั้งการพิจารณาคดีที่ใช้ระบบไต่สวนให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว การไม่ให้นับอายุความกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยหลบหนี รวมถึงกรณีที่จำเลยไม่ได้ถูกคุมขังเป็นผู้อุทธรณ์ จำเลยจะยื่นอุทธรณ์ได้ต่อเมื่อแสดงตนต่อเจ้าพนักงานศาลในขณะยื่นอุทธรณ์ มิฉะนั้นให้ศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ การปรับปรุงเพิ่มเติมกฎหมายครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเพื่อให้เป็นไปตามร่างรัฐธรรมนูญแก้ปัญหาการหลบหนีคดี จากนี้ใครคิดจะหลบหนีคดีต้องคิดหนัก เพราะต้องหนีตลอดชีวิต ฝากให้ กรธ.พิจารณาว่าจะมีกลไกใดเพิ่มเติมในกฎหมาย เพื่อให้การพิจารณาลงโทษผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการทุจริตได้รวดเร็วและเที่ยงธรรม

เตือน ป.ย.ป.ติดกับอนุรักษนิยม

นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า เห็นด้วยกับบทวิเคราะห์ของนายธีรยุทธ บุญมี นักวิชาการอิสระ ที่มองว่าการปฏิรูปประเทศยังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร ดังนั้น คสช.โดยเฉพาะ ป.ย.ป. ต้องเปิดใจให้กว้างรับฟัง น่าจะเป็นประโยชน์ต่อ ป.ย.ป.ที่ต้องมีเป้าหมายชัดเจน นำไปสู่การปฏิรูประดับนโยบายหรือโครงสร้าง ไม่ใช่ทำเพียงเพราะรัฐบาลสั่งการและรอรัฐบาลใหม่เท่านั้น ความต่อเนื่องระยะยาวของการปฏิรูปจึงเป็นปัจจัยที่ ป.ย.ป.ต้องคำนึงถึง แม้กำหนดกรอบเวลาแต่ละประเด็นชัดเจน แต่ถ้ากลไกราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ตระหนักร่วมไม่ปรับตัว ยังยึดติดกับวัฒนธรรมความคิดแบบอนุรักษ์และจารีตนิยม เน้นกลไกราชการเป็นพระเอก ขาดการมีส่วนร่วมจากภาคประชาสังคม ระยะยาวจะไปได้ยาก เพราะระบบราชการบางครั้งก็กลายเป็นปัญหาของการปฏิรูปอยู่ด้วย

ได้ฤกษ์ถกผู้ทรงคุณวุฒิ ป.ย.ป.

วันเดียวกัน นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูป ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) กล่าวว่า การประชุมวันที่ 6 มี.ค. เป็นครั้งแรกที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. จะหารือกับผู้ทรงคุณวุฒิ ป.ย.ป. 39 คน ขาดเพียง 4-5 คนที่ติดภารกิจ ที่มาแน่นอน คือนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ นายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตเลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังก์ถัด) เพื่อหารือและทำความเข้าใจในแนวทางการทำงานของ ป.ย.ป. จากนั้นนายกฯจะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหาร ราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์ชาติ ครั้งที่ 3/2560 เพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาอุปสรรคเรื่องของศูนย์การบิน รถเมล์เอ็นจีวี และโครงการรถไฟไทย-จีน

เน้นปฏิรูปยึดหลักคิดที่ถูกต้อง

นายสุวิทย์กล่าวอีกว่า ส่วนการประชุมคณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศ เมื่อวันที่ 3 มี.ค. ถือว่าสมบูรณ์แล้ว โดยปี 60 มีการกำหนด 27 วาระปฏิรูปเร่งด่วน แบ่งเป็น 42 เรื่อง ใน 5 ด้าน ได้แก่ ด้านกลไกภาครัฐ เครื่องมือพัฒนาฐานราก เศรษฐกิจอนาคต คน และโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งนี้นายกฯเน้นการปฏิรูป 3 ส่วน คือ 1.เรื่องประชาธิปไตย 2.การลดความเหลื่อมล้ำ และ 3.การพัฒนาคน และนายกฯเน้นการลงพื้นที่สร้างการรับรู้กับประชาชน ต้องให้ค่ากับประชาชนไปเพื่อรับฟัง ไม่ใช่ไปแค่บอกว่ารัฐบาลจะทำอะไร

“จ้อน” ผุดชื่อ 2 องค์กรตาม รธน.

ขณะที่นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า หลังร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่บังคับใช้ จะมีการตราร่าง พ.ร.บ. 2 ฉบับ ให้เสร็จและบังคับใช้ภายใน 120 วัน คือ พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติ และ พ.ร.บ.ว่าด้วยแผนและขั้นตอนในการดำเนินการปฏิรูปประเทศ ทำให้ สปท.จะหมดวาระลง เพราะมีองค์กรหรือคณะกรรมการชุดใหม่ อาจใช้ชื่อคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ และคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ เป็นโครงสร้างและกลไกการทำงานเชื่อมต่อ ทั้งก่อนและหลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้ ทำหน้าที่จนกว่าคณะกรรมการตามกฎหมายใหม่จะจัดตั้งขึ้นได้

39 ผู้ทรงฯ ป.ย.ป.มีสิทธิได้ไปต่อ

เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่กลุ่มที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 39 คนของ ป.ย.ป. ที่นายกฯแต่งตั้ง จะให้มาทำงานต่อเนื่องใน 2 องค์กรนี้ นายอลงกรณ์ตอบว่า ต้องดูตัวกฎหมายที่จะกำหนดเรื่องคุณสมบัติ และต้องผ่านการคัดสรรให้ได้มาอย่างไร คงไม่เกี่ยวกับเรื่องตัวบุคคล หากใครมีคุณสมบัติตรง ผ่านกระบวนการได้มาตามกฎหมายใหม่ ก็อาจถูกแต่งตั้งได้ ไม่เกี่ยวโยงว่าใครเข้ามาเป็นคณะกรรมการที่ปรึกษาใน ป.ย.ป.แล้วจะได้ตำแหน่งทันที เป็นเรื่องแต่ละบุคคลและอำนาจของนายกฯ ตอนนี้ต้องรอรัฐธรรมนูญประกาศใช้ก่อน ขณะนี้เป็นการเตรียมพร้อมให้ทันเงื่อนเวลาที่กำหนด ต้องคำนึงถึงมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ต้องมีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นด้วย ซึ่ง สนช.ทราบดีและเตรียมพร้อมอยู่แล้ว

กรธ.ฟังประชาชนทำร่าง ป.ป.ช.

อีกด้านนายอมร วาณิชวิวัฒน์ กรรมการ กรธ. กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ว่า จากการเชิญผู้แทน ป.ป.ช.มาพูดคุย รับทราบปัญหาการทำงานของ ป.ป.ช.ที่ผ่านมา แต่กรธ.ยังไม่ตัดสินว่าจะกำหนดอะไรลงไปบ้าง เพราะต้องรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน พรรคการเมือง รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน เช่น การตรวจสอบการทำงานของ ป.ป.ช. ต้องตั้งหน่วยงานขึ้นมา หรือจะให้ใครเป็นผู้ตรวจสอบได้บ้าง รวมถึงข้อเสนอให้ ป.ป.ช.พิจารณาคดีรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีแนวคิดว่าบางคดีอาจไม่ต้องถึงมือ ป.ป.ช. แต่ให้หน่วยงานต้นสังกัดผู้ถูกร้องเรียน หรือหน่วยงานอื่น รับผิดชอบแทน เพื่อไม่ให้มีคดีเข้ามามากเกินไป

“เรืองไกร” ลุยต่อสอยสอง รมต.

อีกเรื่อง นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลังจากยื่นหนังสือขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาปรับรัฐมนตรี 2 คนออกจากตำแหน่ง คือ นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เนื่องจากกระทำการฝ่าฝืน พ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 28 ก.พ. นายกฯระบุว่าทราบเรื่องร้องเรียนแล้ว ก่อนแต่งตั้ง รมต.ได้ตรวจสอบดีแล้ว และสอบถามรัฐมนตรีทั้ง 2 คน ก็ยินดีให้ตรวจสอบ ดังนั้น เพื่อยืนยันว่าการร่วมลงทุนในที่ดินเขาใหญ่ของ 2 รัฐมนตรี เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย จึงจะไปยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบต่อไป ในวันที่ 6 มี.ค.นี้ เวลา 10.00 น.

“วิลาศ” แฉยับงบดูงานองค์กรอิสระ

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เอาจริงเอาจังกับการใช้งบประมาณเดินทางไปดูงานต่างประเทศ ของหน่วยงานราชการและองค์กรอิสระ ทั้งที่เคยออกคำสั่ง คสช.ให้งดเว้นการเดินทางไปต่างประเทศของข้าราชการทุกหน่วยเพื่อประหยัดงบประมาณมาแล้ว แต่หน่วยงานที่ไม่ลดลงเลยคือองค์กรอิสระ ตรวจสอบพบว่าการไปต่างประเทศบ้าเลือดมาก บางคนไปมาแล้วกว่า 40 ประเทศ บางประเทศเป็นคอมมิวนิสต์ก็ไปดูงานด้านการเลือกตั้ง บางประเทศไม่มีคณะกรรมการปราบปรามทุจริตก็ไปดู บางประเทศไม่มีศาลรัฐธรรมนูญ ก็ไปดู ขณะนี้องค์กรอิสระใช้วิธีไม่เปิดรายชื่อผู้เรียน จะไปต่างประเทศก็รู้กันเฉพาะกลุ่ม ขณะที่การจัดโปรแกรมใช้วิธีให้ต่างประเทศทำหนังสือเชิญมา ที่น่าเกลียดที่สุดคือสององค์กรอิสระทำหนังสือถึงประเทศภูฏานให้ทำหนังสือเชิญไปดูงาน เขาตอบมาว่าไม่ต้องเชิญพวกคุณก็ไปอยู่แล้ว ตอนนี้แต่ละหน่วยงานพยายามจัดหลักสูตรพิเศษเพิ่มขึ้น ทำให้มีการวิ่งเต้นเพราะข้าราชการเรียนฟรีมีผลประโยชน์ แม้แต่ กทม.ยังมีหลักสูตรมหานคร โดยเฉพาะกระทรวงการคลังจัดเกือบทุกกรม

สปน.ดิ้นแจงจัดทัวร์ยูนิเวอร์แซล

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักตรวจราชการ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เผยแพร่เอกสารชี้แจงการจัดศึกษาดูงานโครงการฝึกอบรมหลักสูตรผู้ช่วยผู้ตรวจราชการมืออาชีพ ปีงบประมาณ 2560 ที่สาธารณรัฐสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 12-15 ม.ค.60 ว่า การจัดดูงานที่ Universal Studios เพราะมีการบริหารจัดการด้านท่องเที่ยวที่มีมาตรฐานระดับโลก สำนักงานปลัดสำนักนายกฯให้ความสำคัญต่อการศึกษาดูงาน รวมทั้งการศึกษาสภาพแวดล้อมที่จะนำมาศึกษาวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบ เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในงานตรวจราชการ เช่น การพัฒนาทรัพยากรบุคคลตามยุทธศาสตร์ 20 ปี การวางผังเมือง เรื่องขยะที่นำขยะมาผลิตกระแสไฟฟ้า ส่วนประเด็นงบประมาณที่เหลือจ่ายนั้น เมื่อสิ้นปีงบประมาณหากสำนักงานปลัดสำนักนายกฯ ยังมิได้นำไปใช้ในภารกิจทางราชการตามระบบงบประมาณ ต้องส่งคืนคลัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนังสือชี้แจงดังกล่าวสืบเนื่องจากเพจเฟซบุ๊กปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้านขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชันประเทศไทย เผยแพร่ภาพของหน่วยงานภาครัฐแห่งหนึ่งระบุว่าเป็น “หน่วยงานใต้จมูกนายกฯ” ที่ไปดูงานตรวจราชการที่ Universal Studios ประเทศสิงคโปร์ที่ผ่านมา

กต.โต้รายงานสหรัฐฯทำมุบมิบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศออกคำชี้แจงต่อกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เผยแพร่รายงานการดำเนินการด้านสิทธิมนุษยชนประจำปี ค.ศ.2016 โดยในส่วนที่เกี่ยวกับประเทศไทย มีการวิพากษ์เรื่องปัญหาสิทธิเสรีภาพ การใช้อำนาจจับกุมและควบคุมตัวประชาชนโดยพลการ ว่าฝ่ายไทยขอให้ข้อมูลและข้อคิดเห็น ดังนี้ 1.รัฐบาลมุ่งมั่นดำเนินการตามโรดแม็ป การออกกฎหมายและคำสั่งโดยใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในสังคม ใช้อำนาจเฉพาะเท่าที่จำเป็นด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง และคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติ 2.แนวทางการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ตามนโยบาย “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ทำให้จำนวนการก่อเหตุรุนแรงลดลงอย่างต่อเนื่อง ให้ความสำคัญกับกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข ทั้งนี้รายงานดังกล่าวเป็นมุมมองของสหรัฐฯแต่เพียงฝ่ายเดียว จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลที่ไม่เปิดเผยและไม่สามารถตรวจสอบได้ กระทรวงการต่างประเทศพร้อมร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย เพื่อความถูกต้องชัดเจนต่อไป

“จาตุรนต์” จวกรัฐบาล คสช.ตั้งเป้าปรองดองไม่ชัด ทัศนะคับแคบเอาแต่โยนบาปการเมือง รองโฆษก พท.เย้ยตั้งแต่ปฏิวัติมาไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ผลงานเด่นคุมสื่ออยู่หมัด 6 มี.ค. 2560 08:03 ไทยรัฐ