วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ระดมหาแหม่ม ทั่วเกาะเต่า-ไร้วี่แวว ไม่ตัดปมฆาตกรรม

ตำรวจระดมกำลังควานหาตัวแหม่มสาวชาวรัสเซีย หลังหายไปจากโรงแรมบนเกาะเต่าไม่ทราบชะตากรรม เรียกเพื่อนร่วมชาติสอบหาข้อมูล พบเป็นคนชอบดำน้ำลึกแบบไม่ใช้อุปกรณ์ และยังมีโรคประจำตัว วิตกกังวล ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ประกอบกับอุปกรณ์ดำน้ำหายไป เชื่ออาจประสบ เคราะห์ร้ายขณะออกไปดำน้ำบริเวณเกาะเต่า แต่ไม่ทิ้งประเด็นถูกฆาตกรรม ลักพาตัว ประสานนักดำน้ำ หน่วยกู้ภัยค้นหาทั้งในทะเลและบนฝั่ง

กรณีนายสิทธิพร ปฐวีศรีสุธา เจ้าของโรงแรมเกาะเต่าโฮสเทล บ้านโฉลกบ้านเก่า หมู่ 3 ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เข้าแจ้งความตำรวจ สภ.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน ให้ช่วยติดตามหาตัว น.ส.วาเลนตินา โนวาชฮาโยโนวา อายุ 23 ปี นักท่องเที่ยวสาวชาวรัสเซีย หลังหายตัวไปจากที่พักโรงแรมเกาะเต่าโฮสเทลไม่ทราบชะตากรรม ตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา ขณะเดินทางมาเที่ยวพักผ่อนบนเกาะเต่า มีเพียงข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวทิ้งอยู่ในห้องพักของโรงแรม เกรงว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้นกับแหม่มสาวชาวรัสเซียรายนี้ หลังทราบข้อมูลตำรวจกระจายลงพื้นที่ตามหาตัว น.ส.วาเลนตินา อย่างเร่งด่วนแล้วนั้น

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 มี.ค. พ.ต.ท.โชคชัย สุทธิเมฆ สวญ.สภ.ย่อยเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี สั่งระดมชุดสืบสวนลงพื้นที่ประสานหาข้อมูลจากผู้ประกอบการ ร้านอาหาร รวมถึงให้ตำรวจติดต่อขอภาพจากกล้องวงจรปิดร้านค้าต่างๆ ที่อยู่ในบริเวณเดียวกับโรงแรมเกาะเต่าโฮสเทล จุดสุดท้ายที่มีพยานพบเห็น น.ส.วาเลนตินา แหม่มสาวชาวรัสเซีย ทั้งนี้ เพื่อสืบหาเส้นทางที่ น.ส.วาเลนตินา ออกจากโรงแรมว่ามุ่งหน้าไปทางไหน และหายออกไปกับใครบ้าง นอกจากนี้ตำรวจยังได้ประสานทีมนักดำน้ำและหน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลศรัทธาเกาะเต่า ให้ช่วยกันออกค้นหาตามจุดดำน้ำรอบเกาะเต่า หลังทราบข้อมูลว่า น.ส.วาเลนตินา มาเที่ยวดำน้ำบริเวณเกาะเต่า เป็นคนมีโลกส่วนตัวสูง ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร รวมทั้งเชิญตัวนายสิทธิพร เจ้าของโรงแรมเกาะเต่าโฮสเทล มาให้ปากคำเพิ่ม

พ.ต.ท.โชคชัย สุทธิเมฆ สวญ.สภ.ย่อยเกาะเต่า กล่าวว่า ตำรวจได้เชิญพยานเป็นชาวรัสเซียที่อาศัยอยู่บนเกาะเต่า และรู้จักกับผู้สูญหายมาสอบปากคำ ทราบข้อมูลว่า น.ส.วาเลนตินา ชื่นชอบการดำน้ำแบบ “ฟรีไดวิ่ง” หรือการดำน้ำลึกแบบไม่ใช้อุปกรณ์เครื่องช่วยหายใจ หรือถังออกซิเจน ก่อนจะหายตัวไปมีการพูดคุยกันในกลุ่มเพื่อนชาวรัสเซียด้วยกัน ว่าตัวเองเคยดำน้ำได้ลึกสุด 22-23 เมตร และจะทำสถิติดำน้ำให้ได้ลึกกว่านั้น จากข้อมูลดังกล่าวประกอบกับสิ่งของเครื่องใช้ของ น.ส.วาเลนตินา ที่หายไป 5 รายการ ประกอบด้วย ผ้าขนหนูสีม่วง และสีชมพู อย่างละ 1 ผืน หน้ากากดำน้ำ 1 อัน เข็มขัดดำน้ำแบบใส่ตะกั่วถ่วง 1 เส้น นาฬิกาสำหรับดำน้ำ และตีนกบ 1 คู่ เป็นอุปกรณ์ประจำตัวของ น.ส.วาเลนตินา ตำรวจสันนิษฐานว่า น.ส.วาเลนตินา อาจจะหายไปขณะดำน้ำจุดใดจุดหนึ่งบริเวณเกาะเต่า

พ.ต.ท.โชคชัยกล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน ตำรวจได้ประสานกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่กู้ภัยเกาะเต่า นำเรือออกไปตระเวนดูรอบๆ เกาะเต่า ในโซนที่อยู่ใกล้ที่พักของ น.ส.วาเลนตินา มุ่งเป้าไปตามจุดที่คาดว่าจะเป็นจุดดำน้ำลึก เริ่มค้นหาทั้งทางเรือ และลงเดินตามชายหาดต่างๆเพื่อหาร่องรอยเบาะแส แต่ยังไม่พบร่องรอยใดๆ ในชั้นนี้ตำรวจยังไม่ได้ตัดประเด็นอื่นๆ ทั้งการฆาตกรรม หรือลักพาตัว รวมถึงการเดินทางออกไปนอกเกาะ ได้ประสานไปยังพื้นที่ใกล้เคียงให้ช่วยกันหาเบาะแส ส่วนแหล่งดำน้ำลึกรอบๆเกาะเต่า รวมถึงบริเวณกองหินชุมพร เป็นจุดที่มีน้ำลึกเกิน 22 เมตร จะได้ประสานกับนักประดาน้ำลงค้นหาอีกครั้ง

พ.ต.ท.โชคชัยกล่าวต่อไปอีกว่า ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าทำไมทางโรงแรมถึงแจ้งความคนหายล่าช้าไปกว่า 10 วันนั้น จากการสอบสวนทราบว่าเป็นพฤติกรรมปกติของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เนื่องจากชาวต่างชาติที่เข้าพักโรงแรมขนาดเล็ก มักจะจ่ายค่าเข้าพักรอบละ 5-10 วัน บางคนเช่าห้องพักทิ้งไว้เพื่อเก็บของ แล้วเดินทางออกไปเที่ยวตามเกาะต่างๆครั้งละ 10 วันจึงกลับที่พัก กรณีของ น.ส.วาเลนตินา ทางเจ้าของโรงแรมก็เข้าใจว่าเป็นพฤติกรรมปกติ แต่เมื่อผ่านช่วง 18 วัน หลังครบกำหนดคืนห้อง ก็ได้ประสานมาทางตำรวจ ส่วนผู้สูญหายจะเสียชีวิตแล้วหรือไม่ ตอนนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้

ด้าน พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี เผยว่า ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.วิทยา พิทักษ์ ส.สส.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี ที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีลงพื้นที่เกาะเต่าไปตรวจสอบภาพวงจรปิดเพื่อดูเส้นทางของ น.ส.วาเลนตินา ว่าไปจุดใดบ้าง โดยเฉพาะจุดสุดท้ายก่อนหายตัวไปอยู่ที่ใด เพื่อเป็นแนวทางการสืบสวนต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับสิ่งของที่ตำรวจได้มาจากห้องพักของ น.ส.วาเลนตินา พบว่ามียารักษาโรคประจำตัวชนิดหนึ่ง เป็นยาชนิดพ่นรวมอยู่ด้วย ตำรวจจะได้ส่งให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบอีกครั้งว่าเป็นตัวยารักษาโรคอะไร แต่จากข้อมูลที่ได้จากเพื่อนสนิทของ น.ส.วาเลนตินา ทราบว่า น.ส.วาเลนตินา มีโรคประจำตัวชนิดหนึ่งชื่อ “โรคโฟเบีย” เป็นอาการทางประสาทอย่างหนึ่งที่เรียกว่าภาวะ “วิตกกังวล” อันเกิดจากสิ่งที่ตนเองกลัว แพทย์เคยแนะนำให้รีบรักษา ส่วนที่มีกระแสข่าวว่ามีคนพบเห็นชาวต่างชาติมีลักษณะคล้ายๆ กับ น.ส.วาเลนตินา แต่เมื่อผู้สื่อข่าวตรวจสอบแล้วปรากฏว่าไม่ใช่คนเดียวกัน ในขณะที่ตำรวจยังไม่ยืนยันว่าเสียชีวิตแล้วหรือไม่

ตำรวจระดมกำลังควานหาตัวแหม่มสาวชาวรัสเซีย หลังหายไปจากโรงแรมบนเกาะเต่าไม่ทราบชะตากรรม เรียกเพื่อนร่วมชาติสอบหาข้อมูล พบเป็นคนชอบดำน้ำลึกแบบไม่ใช้อุปกรณ์ 6 มี.ค. 2560 07:47