วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สั่งถอดสมณศักดิ์ ธัมมชโย ประกาศราชกิจจา

พบ13ล้านนํ้าเลี้ยงม็อบพระ โยงสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน‘ดีเอสไอ’เรียกสอบ‘ป้าเช็ง’

ดีเอสไอพบเงินท่อน้ำเลี้ยง 13 ล้านบาทในบัญชีพระที่ชุมนุมในโกดังเก็บน้ำหมักของ “ป้าเช็ง ยาหยอดตา” แฉกลุ่มผู้สนับสนุนเชื่อมโยงคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เจ้าตัวไม่รอดถูกเรียกมารายงานตัวภายในวันที่ 9 มี.ค.ด้วย รรท.ผวจ.อุบลราชธานี สั่งด่วน! จับตากลุ่มเคลื่อนไหวหนุนวัดพระธรรมกาย หวั่นเรื่องลุกลามใหญ่โต ด้าน “พระสนิทวงศ์” ยังเก็บตัวเงียบอยู่ในวัดไม่ออกมาแถลงข่าวเป็นวันที่สาม ขณะที่บรรยากาศตักบาตรบูชาข้าวพระ มีคณะศิษย์และพระเข้าร่วมล้นหลามทะลักออกมานอกถนน เผยท่ามกลางความวุ่นวายยังมีมุมน่ารัก เมื่อเณรน้อยส่งจดหมายชวนทหารและลูกบวชหลังเสร็จภารกิจ โพล “นิด้า” ชี้คนเชื่อมีพระเก๊แถมมีประเด็นเชื่อมโยงกับการเมือง

ใช้เวลาไปแล้ว 18 วัน หลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับเป็นแม่งานสนธิกำลังทหาร ตำรวจ ปิดล้อมวัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ภายใต้การประกาศใช้อำนาจ ม.44 ให้พื้นที่วัดเป็นเขตควบคุมพิเศษ เพื่อติดตามจับกุมพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์ วัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีร่วมกันฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เกิดการกระทบ กระทั่งกันหลายครั้ง มีคนตายเชื่อมโยงกับประเด็นการปิดล้อมวัดแล้ว 2 ราย เจ้าหน้าที่ฝ่ายบังคับใช้กฎหมายออกหมายเรียกพระและฆราวาส จำนวนมากมารับทราบข้อกล่าวหา ขณะที่เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีเริ่มออกคำสั่งปกครองทางสงฆ์ให้เลิกการชุมนุม ท่ามกลางความวิตกกังวลเหตุการณ์จะลุกลามบานปลาย มีประเด็นการเมืองเข้ามาแทรกแซง

ตักบาตร–แจกรูปหลวงพ่อสด

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 5 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณตลาดกลางคลองหลวง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ว่า มีศิษยานุศิษย์และพระวัดพระธรรมกายทยอยเข้ามาในตลาดอย่างต่อเนื่องเพื่อร่วมพิธีตักบาตรบูชาข้าวพระ ที่จัดขึ้นทุกอาทิตย์แรกของเดือน มีตำรวจและทหารตรึงกำลังดูแลรอบตลาด ไม่ให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปด้านใน รวมทั้งตรวจสอบหนังสือสุทธิพระเพื่อคัดกรองไม่ให้พระจากวัดอื่นเข้ามาในพื้นที่ นอกจากนี้ ที่บริเวณด้านหน้าทางเข้าตลาด มีเยาวชนจากชมรมพุทธศาสนา ตั้งแถวคอยต้อนรับและแจกรูปหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ให้ผู้เข้าร่วมพิธีตักบาตรที่จะมีขึ้นในเวลา 09.00 น. นำไปติดหน้าอก ตั้งแต่ช่วงเช้ามีพระและฆราวาสหลั่งไหลเข้ามาในตลาดจนเต็มพื้นที่อย่างรวดเร็วเนื่องจากเป็นวันหยุด

ต้องแสดงตัวด้วยบัตร ปชช.

สำหรับบรรยากาศที่จุดตรวจคัดกรองคนเข้า-ออกบริเวณตลาด เจ้าหน้าที่ประจำจุดรายหนึ่ง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ไม่ได้หวงห้ามการเข้า-ออกพื้นที่ เพียงแต่ทุกคนต้องแสดงตัวด้วยบัตรประชาชน โดยเจ้าหน้าที่ดีเอสไอจะบันทึกเลข 13 หลัก และลงรายละเอียดที่อยู่ตามบัตรประชาชน ส่วนการเรียกตรวจค้นรถแท็กซี่หรือรถยนต์ส่วนบุคคลที่มีผู้โดยสารเกินกว่า 4 คนขึ้นไปโดยสารมาร่วมพิธี ต้องขออนุญาตตรวจอย่างเข้มงวดเพื่อเป็นการรักษาความปลอดภัย

ทหารสั่งเพิ่มจุดคัดกรอง

พ.อ.ธวัชชัย วรรณดิลก เสนาธิการ กรมทหารปืนใหญ่รักษาพระองค์ เปิดเผยว่า สั่งการเพิ่มช่องตรวจคัดกรองประชาชนเพิ่มอีก 2- 3 ช่อง ต่อจุด เนื่องจากมีประชาชนเดินทางมาเป็นจำนวนมากกว่าปกติ สาเหตุที่อนุโลมให้ประชาชนและศิษย์วัดเดินทางเข้ามาในพื้นที่ตลาดได้ในวันนี้ เพราะวัดจะมีการจัดพิธีนี้ตามปกติอยู่แล้ว ยอมรับมีความกังวลเรื่องการจราจร เนื่องจากประชาชนที่เดินทางมาจอดรถตลอดแนวถนนและซอยต่างๆ ทำให้การจราจรติดขัด ต้องเพิ่มกำลังตำรวจจราจรอีก 2-3 นายต่อจุดจากเดิมที่มีตำรวจประจำจุด 3-4 นาย รวมถึงวางจุดสกัดทุกจุดที่มีประชาชนเดินทางมา เบื้องต้นยังไม่พบการนำกระเป๋าติดตัวมาที่แสดงให้เห็นว่าต้องการมาพักค้างแรมที่ตลาด ยังไม่มีการกำหนดเวลาให้ประชาชนและศิษย์ออกจากพื้นที่ตลาดหลังเสร็จสิ้นพิธี คาดทั้งหมดแยกย้ายกลับในตอนเย็น

ขอขยายพื้นที่จัดพิธีตักบาตร

ศิษย์วัดพระธรรมกายรายหนึ่งเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เนื่องจากขณะนี้ภายในพื้นที่ตลาดมีศิษย์วัดนั่งอยู่เต็มพื้นที่ จึงประสานทหารขออนุญาตให้ประชาชนและศิษย์วัดที่เดินทางมา สามารถใช้พื้นที่ได้ถึงบริเวณทางเท้าหน้าตลาด สาเหตุที่พิธีในวันนี้ต้องเป็นวันอาทิตย์ต้นเดือน เพราะเป็นความสะดวกของบรรดาศิษยานุศิษย์ ภายในพิธีจะมีการตักบาตรบูชาข้าวพระต่อด้วยถวายสังฆทาน พิธีเสร็จสิ้นประมาณเที่ยง หลังจากนั้นก็จะรับประทานอาหารร่วมกัน ก่อนแยกย้ายกันกลับเวลาประมาณ 15.00 น. หากใครอยากอยู่นานกว่านี้ก็แล้วแต่บุคคล

หลบจุดคัดกรองสวดมนต์หน้าปั๊ม

เวลาไล่เลี่ยกัน บริเวณหน้าปั๊มน้ำมัน ปตท. ฝั่งขาเข้า กทม. ก่อนถึงตลาดกลางคลองหลวง มีพระ 9 รูปที่ต้องการจะเข้าไปปฏิบัติธรรมในบริเวณจัดพิธีที่ตลาดกลางคลองหลวง เนื่องจากวันนี้เป็นวันพระใหญ่ แต่หลังจากพระทั้ง 9 รูป ทราบว่าตำรวจ-ทหารตั้งจุดคัดกรองตรวจสอบใบสุทธิ ก่อนอนุญาตให้เข้าไปในบริเวณตลาด จึงเปลี่ยนใจมารวมตัวนั่งสมาธิ สวดเจริญภาวนาที่สนามหญ้าหน้าปั๊มแทน มีเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เข้าเจรจาให้พระ 9 รูป ออกนอกพื้นที่ ก่อนพระทั้งหมดรับปากจะออกจากพื้นที่ในเวลาใกล้เที่ยง

รถตู้ 14 คันนำมวลชนเข้าพื้นที่

ต่อมาเวลา 14.30 น. เจ้าหน้าที่ดีเอสไอพร้อมทหาร ตำรวจจาก สภ.คลองหลวง สนธิกำลังกว่า20 นาย เข้าตรวจสอบภายในวัดทับทิมแดง ตำบลคลองสอง อำเภอคลองหลวง จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีรถตู้จำนวนมาก นำชาวบ้านมาจากสถานที่ต่างๆเข้าไปรวมตัวกันภายในวัดทับทิมแดง คาดนำมวลชนเข้าไปที่ตลาดกลางคลองหลวง จากการตรวจสอบพบรถตู้ 14 คัน จอดอยู่ภายในวัด พบเพียงคนขับประจำรถตู้เท่านั้น สอบสวนทราบว่า รับจ้างขับรถพาชาวบ้านมาทำบุญที่วัดพระธรรมกาย โดยให้มาส่งที่วัดทับทิมแดง ส่วนเรื่องค่าจ้างและใครเป็นผู้ติดต่ออยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริง

ยึดรถบัสฝ่าด่านเข้าปั๊มแก๊ส

ที่ บก.ตชด.ภ.1 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยังคงมีการประชุมร่วมหลายหน่วยงาน เพื่อประเมินสถานการณ์ประจำวันในช่วงเวลา 24 ชม.ที่ผ่านมา ระหว่างนั้น พ.ต.ท.เศรษฐกรณ์ ชัยวีระวงศ์ รอง ผกก.ป.สภ.คลองหลวง นำรถบัสทะเบียน 30-0616 นนทบุรี พร้อมหญิงสาวที่เป็นเด็กรถ 1 คน มาสอบสวนที่ บก.ตชด.ภ.1 พ.ต.ท.เศรษฐกรณ์เปิดเผยว่า รถบัสคันนี้ขนผู้โดยสารกว่า 20 คน ฝ่าด่านตำรวจก่อนถึงประตู 7 ก่อนเลี้ยวเข้าปั๊มเติมแก๊สใกล้ตลาดกลางคลองหลวง เมื่อตำรวจมาถึงไม่พบคนขับและผู้โดยสารแล้ว มีเพียงหญิงสาวเด็กรถเพียงคนเดียว สอบสวนเบื้องต้นทราบว่ารถคันดังกล่าวนำผู้โดยสารมาจาก กทม. ไปลงที่วัดปัญญานันทราราม คลอง 5 ไม่ได้เกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกาย ประสานตำรวจ สภ.คลองหลวง ตามตัวคนขับรถบัสรายนี้มาแจ้งข้อหาฝ่าฝืนสัญญาณมือของตำรวจ

หมายเรียกขัด ม.44 รวม 62 คน

พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษก กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า สถานการณ์โดยรวมวันนี้เป็นไปด้วยความปกติ ไม่มีเหตุการณ์ใดๆเกิดขึ้น แต่มีมวลชนเดินทางมาที่ตลาดกลางคลองหลวงเพิ่มขึ้นกว่า 1,000 คน ขณะนี้ดีเอสไอออกหมายเรียกบุคคลฝ่าฝืนคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ม.44 รวมทั้งหมด 62 คน ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 4 มี.ค. ออกหมายเรียกเจ้าหน้าที่ดูแลระบบงานภายในอาคารบุญรักษาและอาคาร 100 ปี คุณยายอาจารย์ หรืออาคารลูกโลก รวม 19 คนให้มาพบ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้ใดมารายงานตัว

จ่อเรียกเข้าให้ข้อมูลเพิ่ม 2 ราย

“ขณะนี้ชุดสอบสวนอยู่ระหว่างพิจารณาออกหมายเรียก น.ส.ศรวรรณ ศิริสุนทรินท์ หรือป้าเช็ง เจ้าของพื้นที่โกดังเก็บน้ำหมักป้าเช็ง หมู่ 7 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เข้าให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ หลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการตรวจค้นตลาดเมื่อวันที่ 3 มี.ค. พบพระ สามเณร และชาวต่างด้าวชุมนุมจำนวนหนึ่ง พบนางศรวรรณ หรือป้าเช็ง เป็นผู้อนุญาตให้ใช้พื้นที่ชุมนุม โดยจะเรียกมาสอบสวนว่าเหตุใดจึงอนุญาตให้ใช้พื้นที่ พร้อมกันนี้ ดีเอสไอยังออกหมายเรียกนายอธิษฐ์ พรมมา ผู้ดูแลตลาดกลางคลองหลวง เข้ารายงานตัวกับ พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์ศรีนิล ผบ.สำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ดีเอสไอ ที่ บก.ตชด.ภ.1 ในวันที่ 9 มี.ค.” พ.ต.ต.วรณันกล่าว

“ป้าเช็ง ยาหยอดตา” โดนเรียกพบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 14.00 น. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ออกคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ คสช.ที่ 19/2560 เรียก น.ส.ศรวรรณ ศิริสุนทรินท์ หรือป้าเช็ง มารายงานตัวกับ พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์ศรีนิล ผบ.สำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ดีเอสไอ ที่ บก.ตชด.ภ.1 ในเวลา10.00 น. ของวันที่ 9 มี.ค. สำหรับ น.ส.ศรวรรณ ศิริสุนทรินท์ หรือคนทั่วไปเรียกขานกันว่า “ป้าเช็ง” เคยถูกตำรวจจับคาบ้านพักใน ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หลังจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แจ้งความดำเนินคดีในข้อหา เป็นผู้ผลิตน้ำหมักชีวภาพ “น้ำมหาบำบัด” ราคาขวดละ 1,000 บาท อ้างรักษาได้สารพัดโรค และ “น้ำเจียระไนเพชร” ราคาขวดละ 100 บาท อวดสรรพคุณว่าใช้เป็นยาหยอดตา ในข้อหาจำหน่ายและโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาตและโฆษณาเกินจริง กระทั่งถูกศาลสั่งจำคุกที่ทัณฑสถานหญิงกลาง ก่อนได้รับพระราชทานอภัยโทษในเวลาต่อมา

คุม “ฟอร์ด เส้นทางสีแดง” มาสอบ

มีรายงานเพิ่มเติมว่า เวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่ดีเอสไอควบคุมตัวนายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือ “ฟอร์ด เส้นทางสีแดง” ผู้เคยเข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์ ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญครั้งที่ 2 ทำหน้าที่ติดสติกเกอร์ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เดินรณรงค์แจกสติกเกอร์ที่ถนนข้าวสารเมื่อ 28 ก.พ.59 เข้ามาสอบสวนที่บก.ตชด.ภ 1 ในชุดเสื้อยืดสีขาว ด้านหน้าสกรีนตัวการ์ตูนรูปพระนั่งสมาธิด้วยสีหน้ายิ้ม ด้านล่างเขียนคำว่า “อย่ารังแกพระ” ระหว่างเดินเข้าอาคาร นายอนุรักษ์กล่าวกับสื่อมวลชนว่า มาถวายข้าวพระและฟังธรรมที่ตลาดกลางคลองหลวง อยู่ดีๆก็ถูกควบคุมตัว ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย ทั้งนี้ หลังการสอบปากคำนาน 1 ชม. เจ้าหน้าที่ได้ให้นายอนุรักษ์เซ็นเอกสารปฏิบัติตามคำสั่ง คสช. ห้ามเข้าพื้นที่วัดพระธรรมกายและจุดสำคัญ หากฝ่าฝืนต้องโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 2 หมื่นบาท ก่อนปล่อยตัวไป

“พระสนิทวงศ์” ยังเก็บตัวเงียบ

สำหรับความเคลื่อนไหวของพระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้เป็นวันที่ 3 ที่พระสนิทวงศ์ หายตัวไป ไม่มีออกมาปรากฏตัวแถลงข่าวนับตั้งแต่วันที่ 3 มี.ค. หลังเจ้าหน้าที่ดีเอสไอแจ้งจับที่กองปราบฯ ในข้อหายุยงปลุกปั่นและบิดเบือนข่าวสารผ่านเฟซบุ๊ก ส่วนข้อหาขัดคำสั่ง คสช. ไม่มาพบเจ้าหน้าที่ตามหมายเรียก 2 ครั้ง ขณะนี้เจ้าหน้าที่แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.คลองห้า แล้ว เบื้องต้นพบเจ้าตัวยังเก็บตัวเงียบอยู่ภายในวัดพระธรรมกาย ใกล้ประตู 5 และ 6

เณรน้อยร่าย จ.ม.ชวนทหารบวช

ส่วนในโลกโซเชียล เผยแพร่ภาพและข้อความ ในเฟซบุ๊กชื่อ “Phra Sanitwong Charoenrat-tawong” กันอย่างแพร่หลาย เป็นภาพในขณะที่สามเณรนั่งเขียนข้อความในกระดาษแผ่นเล็กๆ ก่อนมอบให้ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตั้งด่านอยู่รอบๆ วัดพระ ธรรมกาย ข้อความในกระดาษมีใจความว่า “เป็นกำลังใจให้โยมพี่ทหารเสมอ เราไม่ว่าร้ายกัน ไม่ทำร้ายกัน เสร็จภารกิจแล้วมาบวชอยู่ด้วยกันนะครับ...จากน้องเณรน้อย” ขณะที่ในช่วงเย็นมีกลุ่มสามเณรเดินมอบจดหมายให้ทหารที่ตั้งด่านตรวจค้นกลุ่มศิษย์วัด รอบๆตลาดกลางคลองหลวง โดยเขียนข้อความ “ขอเป็นอีก 1 วัน อีก 1 กำลังใจนะครับ พี่ทหารมีลูกยังครับ ถ้ามีลูกชายให้พามาบวชนะครับ ผมจะช่วยดูแลให้” ทำให้บรรยากาศเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มจากทหารที่มาปฏิบัติหน้าที่

รรท.ผวจ.อุบลฯ สั่งจับตากลุ่มศิษย์

ที่ จ.อุบลราชธานี ผู้สื่อข่าวแจ้งว่า มีเอกสารเผยแพร่ผ่านโซเชียลมาจากวิทยุสื่อสารของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ด่วนที่สุด ที่ อบ 0018.2/ว 144 ลงวันที่ 4 มี.ค.60 จาก ผวจ.อุบลราชธานี ถึงนายอำเภอทุกอำเภอใน จ.อุบลราชธานี ข้อความระบุว่า ด้วยจังหวัดอุบลราชธานีรับทราบจากแหล่งข่าวว่า ในวันที่ 6 มี.ค.60 จะมีพระภิกษุจัดตั้งกลุ่มต่อต้าน ม.44 ทุกอำเภอ รวบรวมพระภิกษุ สามเณร จุดละ 300 รูป และญาติโยม 1,000 คน หรือ 2,000 คน นัดรวมตัวกันหน้าที่ว่าการอำเภอ เริ่มเวลา 13.00 น. ขอให้นายอำเภอกำกับดูแลมิให้มีการดำเนินการดังกล่าว และให้รายงานจังหวัดอุบลราชธานีทราบด้วย ในการนี้ ผวจ.อุบลราชธานี มีบัญชาให้ทุกอำเภอเตรียมพร้อม ลงชื่อ นายนิกร สุกใส รอง ผวจ. รรท.ผวจ.อุบลราชธานี มีรายงานด้วยว่าทางจังหวัดอุบลราชธานียังให้นายอำเภอตรวจสอบและติดตามความเคลื่อนไหวร่วมกับเจ้าคณะอำเภอที่ดูแลปกครองคณะสงฆ์ในสังกัดทุกวัด หากพบความเคลื่อนไหวให้แจ้งโดยด่วน และถ้ามีการรวมตัวยื่นหนังสือข้อเรียกร้องให้ยื่นต่อเจ้าคณะอำเภอหรือเจ้าคณะจังหวัด และให้นายอำเภอเป็นผู้แทนส่วนราชการร่วมรับหนังสือที่วัดเจ้าคณะอำเภอ เพื่อให้กิจกรรมมีภาพลักษณ์เป็นกิจของสงฆ์

พระในวัดทำตามคำสั่งสงฆ์

วันเดียวกัน พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า จากการลงพื้นที่วัดพระธรรมกาย เพื่อติดตามความคืบหน้าหลังจากมีประกาศเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี พบว่าคณะสงฆ์วัดพระธรรมกายให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม หากพบพระไม่ปฏิบัติตามประกาศดังกล่าว ถือว่าฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าคณะผู้ปกครอง ซึ่งเจ้าคณะผู้ปกครองมีอำนาจพิจารณาลงโทษได้

ชาวพุทธนิวยอร์กร้องเลิกใช้ ม.44

นพ.พรชัย พิญญพงษ์ ประธานองค์การยุวพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (ยพสล.) เผยแพร่ข้อมูลในเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมภาพถ่ายเอกสารของนายเคนยิตสึ นากางากิ ประธานสมัชชาชาวพุทธแห่งนครนิวยอร์ก ที่ส่งจดหมายร้องเรียนไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 มี.ค. มีใจความว่า ขอให้รัฐบาลไทยยกเลิกการใช้ ม.44 ควบคุมวัดพระธรรมกายและพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมแนะนำผู้นำไทยรับผิดชอบต่อหน้าที่ ใช้หลักธรรมและความยุติธรรมควบคู่กัน กลุ่มชาวพุทธในนิวยอร์กเป็นห่วงสถานการณ์พระพุทธศาสนาในไทยเป็นอย่างมาก ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่สงบสุขด้วยคำสอนของพระพุทธศาสนามาอย่างยาวนาน การใช้กำลังทหารและตำรวจจำนวนมากจัดการกับพระและกลุ่มชาวพุทธเป็นที่สะเทือนใจของพุทธศาสนิกชนทั่วโลก จึงขอให้รัฐบาลไทยปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยุติธรรม สันติวิธี มีความเคารพต่อคณะสงฆ์

กระทบนิกายเถรวาทแน่นอน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นพ.พรชัยกล่าวว่า ขณะนี้มีองค์กรทางพระพุทธศาสนาทั่วโลกแสดงความเป็นห่วงสถานการณ์ของวัดพระธรรมกาย เห็นตรงกันว่าวัดพระธรรมกายเป็นวัดทางพระพุทธศาสนา นิกายเถรวาทที่ใหญ่ที่สุดในโลก หากสามารถล้มวัดพระธรรมกายได้ ย่อมส่งผลต่อภาพลักษณ์พระพุทธศาสนานิกายเถรวาทในประเทศไทยแน่นอน ขอยืนยันด้วยว่า สถานะประธานองค์การยุวพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก ของตนยังคงอยู่ไม่ได้ โดนถอดออกจากตำแหน่งตามที่ นพ.มโน เลาหวณิช อดีตลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย เขียนลงในเฟซบุ๊ก มีเอกสารของเลขาธิการองค์การยุวพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (ยพสล.) และเลขาธิการสถาบันพุทธศาสตร์นานาชาติประเทศอินเดีย ยืนยัน

“นิด้าโพล” ชี้คนมั่นใจมีพระเก๊

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “พระสงฆ์กับกรณีวัดพระธรรมกาย” ระหว่างวันที่ 2-3 มี.ค. จากประชาชนที่นับถือศาสนาพุทธ 1,250 หน่วยตัวอย่าง ถามถึงความคิดเห็นของประชาชน ว่ามีพระปลอมที่เข้ามาสร้างสถานการณ์ในวัดพระธรรมกายหรือไม่ ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 71.28 เชื่อว่ามีพระสงฆ์ปลอม ขณะที่ร้อยละ 15.28เชื่อว่าไม่มีพระสงฆ์ปลอม ร้อยละ 13.44 ไม่ระบุและไม่แน่ใจ เมื่อถามว่าควรตรวจสอบหนังสือสุทธิของพระที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกายหรือไม่ ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 93.76 ระบุว่า ควรตรวจสอบหนังสือสุทธิ ให้เหตุผลเป็นการป้องกันผู้ไม่หวังดีเข้ามาแอบอ้างเป็นพระ ถูกเกณฑ์เข้ามาสร้างสถานการณ์ ทำให้เรื่องบานปลายมากยิ่งขึ้น

เชื่อเรื่องนี้โยงการเมือง

ส่วนคำถามในเรื่องวัดพระธรรมกาย ขาดแคลนอาหารและยาตามที่ปรากฏเป็นข่าวหรือไม่ ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 71.44 เชื่อว่าวัดพระธรรมกายขาดแคลนอาหารและยา ขณะที่ร้อยละ 14.40 เชื่อว่าวัดพระธรรมกายไม่ขาดแคลนอาหารและยา ร้อยละ 14.16 ไม่ระบุและไม่แน่ใจ เมื่อถามความคิดเห็นเกี่ยวกับความเชื่อมโยงของคดีวัดพระธรรมกายกับนักการเมือง ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 70.96 เชื่อว่าคดีวัดพระธรรมกายมีความเชื่อมโยงหรือเกี่ยวข้องกับนักการเมือง ร้อยละ 13.60 เชื่อว่าคดีวัดพระธรรมกายไม่มีความเชื่อมโยงหรือเกี่ยวข้องกับนักการเมือง ร้อยละ 15.44 ไม่ระบุและไม่แน่ใจ

กสม.ให้ยึดหลักสิทธิมนุษยชน

ขณะที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์เรื่องการจับกุมพระธัมมชโยที่วัดพระธรรมกาย ว่า มีความเคลื่อนไหวต่อต้านจากพระและศิษยานุศิษย์ของวัด ทั้งหมดอาจทำให้เกิดการเผชิญหน้า ส่งผลให้เกิดความรุนแรง กสม.ติดตามสถานการณ์มาโดยตลอด ขอเสนอแนวทางการแก้ปัญหาร่วมกัน โดย 1. ให้เจ้าหน้าที่รัฐใช้ความอดทนอดกลั้นต่อสถานการณ์ หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า พิจารณาใช้มาตรการที่เหมาะสมให้ความเคารพต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ 2. พระและศิษยานุศิษย์ควรใช้สติอยู่ในความสงบ หลีกเลี่ยงการกระทำใดๆ ที่ก่อให้เกิดความ เข้าใจผิดที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรง และให้มหา เถรสมาคมมีบทบาทในการแก้ไขปัญหา 3.เจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปรามและวัดพระธรรมกายควรร่วมมือกันปฏิบัติงานตามกฎหมาย ควรให้ภาคประชาสังคมเข้าร่วมเป็นพยานในการปฏิบัติตรวจค้นหาบุคคลตามหมายจับ หากไม่พบบุคคลดังกล่าวแล้ว ให้ยกเลิกกำหนดให้วัดพระธรรมกายเป็นพื้นที่ควบคุมตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 5/2560 และให้ติดตามจับกุมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาต่อไป

ท่อน้ำเลี้ยง 13 ล้านใน บช.พระ

ช่วงเย็น ที่ บก.ตชด.ภ.1 พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะโฆษกดีเอสไอ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ ออกมา เปิดเผยหลังการประชุมสรุปประจำวัน พ.ต.อ.ทรงศักดิ์กล่าวว่าขณะนี้ได้ออกหมายเรียกแกนนำกับพระรวมทั้งหมด 91 รายแล้ว ส่วน น.ส.ศรวรรณ ศิริสุนทรินท์ หรือป้าเช็งนั้น ออกหมายเรียกมาสอบอยู่ระหว่างประสานเข้าพบเจ้าหน้าที่ ส่วนกรณีควบคุมพระ 2 รูปพร้อมเณร 9 รูป ที่โกดังเก็บน้ำหมักป้าเช็ง ตรวจสอบพบว่ามีเงินในบัญชีเกือบ 13 ล้าน มีการถอนเงินออกหลายครั้ง ครั้งละหลายหมื่นบาทภายในวันเดียว อีกทั้งยังพบความเชื่อมโยงกลุ่มพระในหลายๆจังหวัด โดยเฉพาะในจังหวัดอุบลราชธานี เบื้องต้นพระ 2 รูป อ้างว่าเป็นเงินจากการทำบุญ ส่วนจะเป็นท่อน้ำเลี้ยงหรือไม่อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล

ผู้สนับสนุนโยงคดีสหกรณ์เครดิตฯ

“ฝากประชาสัมพันธ์ถึงพระที่อ้างว่ามาร่วมทำกิจกรรมทำบุญที่วัดพระธรรมกายและตลาดกลางคลองหลวง ขณะนี้เจ้าคณะจังหวัดปทุมได้ออกประกาศพระธรรมวินัยแล้วห้ามพระทั่วประเทศเข้ามาในพื้นที่เด็ดขาด อีกทั้งยังพบข้อมูลบุคคล 40-50 รายที่ถูกเฝ้าจับตาเข้ามาในพื้นที่ หากพบจะควบคุมตัวมาปรับทัศนคติ ถ้าพูดกันรู้เรื่องก็ปล่อยตัวไป หากฝ่าฝืนต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย กลุ่มที่อยู่เบื้องหลังการสนับสนุนเงินให้บุคคลเข้ามาเคลื่อนไหวครั้งนี้ พบว่าเกี่ยวข้องกับคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น อยู่ระหว่างตรวจสอบเชิงลึก” พ.ต.อ.ทรงศักดิ์กล่าว

ประกาศถอดสมณศักดิ์ “ธัมมชโย”

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ดึกวันเดียวกัน ในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ถอดถอนสมณศักดิ์ ด้วยพระเทพญาณมหามุนี (พระไชยบูลย์ สุทธิผล)วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี เป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีกระทำความผิดข้อหาร่วมกันฟอกเงิน สมคบกันฟอกเงิน และรับของโจร ตามที่ศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับ ที่ 942/2559 ลงวันที่ 17 พ.ค.59 และยังถูกกล่าวหาในคดีอาญาฐานอื่นอีกหลายฐานความผิด อัยการคดีพิเศษ มีความเห็นสั่งฟ้องในบางคดีด้วยแล้ว แต่พระเทพญาณมหามุนีไม่ยอมมอบตัวตามหมายเรียก และหลบหนีคดีดังกล่าว จึงไม่สมควรดำรงอยู่ในสมณศักดิ์ต่อไป และนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมต่อไปแล้ว บัดนี้ ได้มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ถอดถอนพระเทพญาณมหามุนี (พระไชยบูลย์ สุทธิผล) ออกจากสมณศักดิ์ ตั้งแต่วันที่ 4 มี.ค.60 ประกาศ ณ วันที่ 5 มี.ค.60 ผู้รับสนองพระราชโองการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ดีเอสไอพบเงินท่อน้ำเลี้ยง 13 ล้านบาทในบัญชีพระที่ชุมนุมในโกดังเก็บน้ำหมักของ “ป้าเช็ง ยาหยอดตา” แฉกลุ่มผู้สนับสนุนเชื่อมโยงคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น 6 มี.ค. 2560 07:44 6 มี.ค. 2560 07:44 ไทยรัฐ