วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"รายงานวันจันทร์"-เทคโนโลยีลดความรุนแรงอุบัติเหตุ จยย. จ่าเฉย4 จับจยย.ไม่มีหมวก

เพราะสถิติอุบัติเหตุบนท้องถนนในปัจจุบันพบว่า รถจักรยานยนต์จะประสบเหตุมากที่สุด อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาวิจัยพบว่าการสวมหมวกนิรภัยจะช่วยลดความรุนแรงของอุบัติเหตุลงได้ ดังนั้น กองบังคับการตำรวจจราจรจึงร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) พัฒนาเทคโนโลยี ระบบตรวจจับผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายรถ จยย.ที่ไม่สวมหมวกนิรภัยอัตโนมัติ เพื่อเข้มงวดการบังคับใช้กฎหมายให้มากขึ้น

วิธีการจะเป็นอย่างไร คุณ มงคล เอกปัญญาพงศ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) หัวหน้าโครงการฯ ให้รายละเอียดกับ “รายงานวันจันทร์” ดังนี้

--------------

ถาม...ที่มาของโครงการเป็นอย่างไร

มงคล..โครงการระบบการตรวจสอบการสวมหมวกนิรภัยอัตโนมัติ เป็นโครงการที่ 4 หรือเวอร์ชั่น 4 ที่พัฒนาต่อเนื่องจากเวอร์ชั่นที่ 1 โครงการจ่าเฉยอัจฉริยะ ที่ติดตั้งกล้องในตัวจ่าเฉย เพื่อตรวจจับผู้ทำผิดกฎจราจร เบียด แซง บริเวณคอสะพาน แต่ต้องพบอุปสรรคเพราะตัวจ่าเฉยถูกทำลาย กล้องได้รับความเสียหาย ต่อมาจึงพัฒนาเป็นเวอร์ชั่น 2 โดยติดตั้งกล้องตรวจจับตามจุดต่างๆที่มีความมั่นคงแข็งแรง พร้อมระบบออกใบสั่งอัตโนมัติ เช่น บริเวณทางแยก และเวอร์ชั่น 3 ระบบตรวจจับรถฝ่าสัญญาณไฟจราจร จนถึงเวอร์ชั่นที่ 4 ระบบตรวจจับผู้ไม่สวมหมวกนิรภัย โดยมี สกว.สนับสนุนทุนในการวิจัย

ถาม...ทำไมถึงเลือกวิจัยเรื่องระบบการตรวจจับหมวกกันน็อก

มงคล...เพราะรถที่เกิดอุบัติเหตุบนถนนมากที่สุดคือรถจักรยานยนต์ และร้อยละ 86 ของผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ คือรถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกนิรภัย ขณะที่ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกระบุว่า การสวมหมวกนิรภัยสามารถช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุได้ถึงร้อยละ 40 ลดความเสี่ยงบาดเจ็บได้ร้อยละ 70 ถ้า บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด จะทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสวมหมวกนิรภัยได้ถึงร้อยละ 90

ถาม...การตรวจจับมีขั้นตอนการทำงานอย่างไร แม่นยำแค่ไหน

มงคล...ระบบออกแบบให้ทำงานในสภาวะแสงปกติช่วงกลางวัน ด้วยเทคนิคการประมวลผลทางภาพ (Image Processing) และบันทึกภาพจากกล้องหลายตัว โดยบันทึกภาพทั้งส่วนบริเวณด้านหน้าหรือด้านข้าง และด้านหลังรถพร้อมกัน หากไม่พบจะบันทึกภาพผู้กระทำผิดพร้อมแผ่นป้ายทะเบียน ส่วนความแม่นยำนั้น จากการทดลองที่บริเวณแยกโบสถ์แม่พระ ดินแดง ระยะเวลา 6 เดือน พบว่า การค้นหารถจักรยานยนต์ในภาพถูกต้อง 89% การหาตำแหน่งศีรษะของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร และการตรวจสอบการสวมหมวกนิรภัย 85%

“ส่วนระบบจดจำป้ายทะเบียน เนื่องจากรถจักรยานยนต์วิ่งแบบคดเคี้ยวและมีการสั่น ทำให้ภาพที่ได้เบลอ ไม่ชัดเจน ส่งผลให้ระบบจดจำป้ายทะเบียนใช้งานได้ไม่ค่อยดีนัก เพียง 70% กรณีรถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยกวดขันอีกทางหนึ่ง ซึ่งระบบดังกล่าวจะช่วยการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และลดการเผชิญหน้าระหว่างผู้กระทำผิดและตำรวจได้เป็นอย่างดี”.

เพราะสถิติอุบัติเหตุบนท้องถนนในปัจจุบันพบว่า รถจักรยานยนต์จะประสบเหตุมากที่สุด อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาวิจัยพบว่าการสวมหมวกนิรภัยจะช่วยลดความรุนแรงของอุบัติเหตุลงได้ 6 มี.ค. 2560 03:50 6 มี.ค. 2560 03:54 ไทยรัฐ