วันจันทร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สำรวจจักรวาลใหม่ เทียบโลกกับ 7 ดาว Trappist-1 ความหวังลุ้นเจอเอเลี่ยน

คำถาม...ที่ถูกถาม...สืบต่อกันมาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่ กาลิเลโอ เป็นนักวิทยาศาสตร์คนแรกที่ใช้กล้องดูดาว ส่องดูท้องฟ้า พร้อมทั้งยืนกรานในแนวคิดที่ว่า

โลกสีน้ำเงินของเราใบนี้ หาใช่ศูนย์กลางแห่งจักรวาลแต่อย่างใด

กระทั่ง...ตัวของเขาเอง ต้องถูกรับโทษทัณฑ์จากคริสตจักรอย่างรุนแรง เนื่องจาก ถือเป็น "ความคิดนอกรีต" ที่ขัดแย้งกับคัมภีร์ไบเบิลเมื่อหลายร้อยปีก่อน

ใช่แล้วครับ แฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ทุกท่าน ....คำถามนั้นก็คือ เราคือหนึ่งเดียวในจักรวาลอันกว้างใหญ่และไร้ขอบเขตจริงๆ กระนั้นหรือ?

ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว โลกของเราเป็นเหมือนดั่ง 1 เม็ดทรายในมหึมากองทราย ที่ มากมายคณานับ เกินกว่าจะจินตนาการได้ถึง

เช่นนั้นแล้ว จะเป็นไปได้จริงๆ หรือ ในหลากหลายดวงดาวที่มากมายก่ายกองขนาดนั้น ซึ่งบางดวงห่างไกลกับเรา จนถึงขั้นเรียกได้ว่า นั่นคือ อนาคตของเรา ในอีกหลายล้านปีข้างหน้า จะไม่มีสิ่งมีชีวิตอันทรงสติปัญญาเหมือนเช่นเราใน A Galaxy far far away นี้ แม้เพียงสักดวงเดียวเชียวหรือ.....

​คำตอบของคำถามนั้น กำลังใกล้เข้ามาทุกทีๆ แล้ว หลังจากล่าสุด องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา หรือ นาซา ค้นพบระบบสุริยะใหม่ที่มีชื่อว่า "แทรปปิสต์ - วัน" (Trappist-1) ซึ่งอยู่ห่างจากโลกของเราไปเพียงแค่ 40 ปีแสง หรือพูดง่ายๆ หากเราสามารถเดินทางไปด้วยความเร็วของแสง จะไปถึงระบบที่ว่า ภายใน 40 ปี ...(แค่นั้นเอง)

อืม....ว่าแต่..ได้ข่าวว่า แสงมันเดินทางด้วยความเร็ว ประมาณ 3 แสนกิโลเมตรต่อวินาทีนะ 

แต่การค้นพบครั้งนี้ ที่ทำให้เกิดเสียงฮือฮาไปทั่วโลก หาใช่เพราะไปพบระบบสุริยะใหม่แต่อย่างใด แต่มันเป็นเพราะ ไอ้เจ้า "แทรปปิสต์ - วัน" ที่ว่านี้ ดันเกิดมีดวงดาวที่มีมวลและขนาด รวมถึงระยะทางที่ห่างจากดวงอาทิตย์ของระบบสุริยะนี้ ใกล้เคียงหรือแทบไม่แตกต่างจากโลกสีน้ำเงินของเราเลยถึง 7 ดวง

เป็นเหตุให้บรรดานักวิทยาศาสตร์และนักดาราศาตร์ หรือแม้กระทั่งมนุษย์เดินดินทั่วโลก อดเกิดปุจฉาในใจไม่ได้ว่า ........อยู่ใกล้กันถึงเพียงนี้แล้ว เป็นไปได้ไหมที่จะพิสูจน์ให้สิ้นสงสัยเสียทีว่า มนุษย์โลก ....อาจมีเพื่อนบ้านแฝงตัวอยู่ในจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาลนี้จริงๆ

เมื่อเกิดคำถามแบบนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จึงต้องรีบต่อสายตรงไปที่ รอง ศจ.ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล ยอดนักวิทยาศาสตร์​ผู้เรืองนาม ขาประจำของไทยรัฐออนไลน์ เพื่อให้มาช่วยไขคำตอบของจักรวาลอันไกลโพ้นในครั้งนี้....

ระบบสุริยะแทรปปิสต์-วัน คืออะไร?

รอง ศจ.ดร.ชัยวัฒน์ เริ่มต้นการเลกเชอร์ตามแบบฉบับ กระชับแต่เข้าใจง่ายว่า ระบบสุริยะแทรปปิสต์-วัน ก็เหมือนกับระบบสุริยะอื่นๆ ในจักรวาล รวมทั้งระบบสุริยะของเรา ที่มีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง หากแต่ของระบบแทรปปิสต์-วัน นั้น ดวงฤกษ์ หรือ ดวงอาทิตย์ของเขาจะมีขนาดพอๆกับดาวพฤหัสบดีเท่านั้น ส่วนดาวบริวารนั้น จะมีทั้งสิ้น 7 ดวง ตามชื่อเรียกเรียงกันดังต่อไปนี้ A คือ ดวงอาทิตย์ ส่วนถัดไปอีก 7 ดวง คือ b c d e f g และ h ตามลำดับ

แต่จุดที่นักวิทยาศาสตร์ และนักดาราศาสตร์ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจแทบจะอยากผลิตเครื่องเคลื่อนย้ายมวลสารไปยังดาวที่อยู่ห่างออกไป 40 ปีแสง ซะในวันนี้พรุ่งนี้ก็คือ ...เจ้าดาว e f และ g

เพราะอะไรน่ะหรือ? .....

นักวิทยาศาสตร์ผู้เรืองนาม เว้นระยะให้พอใคร่อยากรู้ แล้วจึงเฉลยด้วยเสียงดังฟังชัดว่า “ก็เพราะไอ้เจ้า 3 ดวงนี้ มันมีความเป็นไปได้สูงมากว่า อาจจะมีสภาพที่เหมาะสม ที่จะมีสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นมาได้!”

นอกจากนี้ การค้นพบดังกล่าว ยังถือเป็นครั้งแรกที่มีการพบ ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะของเรา ที่มีมวลและขนาดใกล้เคียงกันกับโลกสีน้ำเงินจำนวนมากที่สุด นั่นก็คือ 7 ดวง ...และอาจจะไม่สิ้นสุดลงเพียงแค่ 7 ดวงเสียด้วย ...นั่นเป็นเพราะ ผลการศึกษาระบบสุริยะแทรปปิสต์-วัน ในเวลานี้ ได้มาจากการใช้กล้องจากโลก สังเกตการเปลี่ยนแปลงของแสง เวลาดาวเคราะห์โคจรตัดหน้าดวงอาทิตย์ของระบบ แทรปปิสต์-วัน เท่านั้น

ซึ่งนั่นแปลว่า ในอนาคตข้างหน้า ด้วยเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัยขึ้น รวมถึงมีการสำรวจอย่างละเอียดจริงจัง อาจทำให้พบว่า ระบบแทรปปิสต์-วัน มีดาวเคราะห์ดวงอื่นอยู่อีกก็เป็นได้...

ดาว 7 ดวง ของระบบสุริยะแทรปปิสต์-วัน เหมือนกับโลกของเราอย่างไร?

1.ระยะห่างจากดวงอาทิตย์ที่เหมาะสม

เบื้องต้น ทั้ง 7 ดวง โคจรรอบดวงอาทิตย์ของเขา ไม่ไกลมากนัก โดย ดาว h ซึ่งอยู่ในระยะที่ไกลที่สุด ยังอยู่ในระยะห่างจากดวงอาทิตย์ เมื่อเปรียบเทียบกับระบบสุริยะของเรา ก็จะเท่ากับระยะทางระหว่าง ดวงอาทิตย์ และดาวพุธ​ เท่านั้น!

หา...ดาวพุธ ดาวที่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด ซึ่งว่ากันว่าเต็มไปด้วยความร้อนขนาดเข้าใกล้ยังยาก แล้วไอ้เจ้า 7 ดวงนี้ที่อยู่ใกล้ขนาดนี้ มันจะไม่ร้อนมากเสียจนถูกเผาหรือ แล้วจะมีสิ่งมีชีวิตดำรงชีพอยู่ได้อย่างไร?

อ.ชัยวัฒน์ ยิ้มอย่างมีเลศนัย ก่อนตอบคำถามนี้ว่า ไม่ร้อนขนาดนั้นหรอก! เพราะหากเป็นระบบของเรา ก็ใช่เลย ใกล้ขนาดนั้นโดนเผาแน่ แต่ของระบบสุริยะแทรปปิสต์-วัน ดวงอาทิตย์มีขนาดเล็กกว่าของระบบสุริยะของเรามาก โดยมีขนาดใกล้เคียงกับดาวพฤหัสบดีของเราแค่นั้น ด้วยเหตุนี้ ดาวเคราะห์ทั้ง 7 ดวง ซึ่งโคจรอยู่ใกล้ขนาดนั้น จึงได้รับทั้งแสงสว่างและความร้อนที่เหมาะสม! โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เจ้าดาว e f และ g ซึ่งน่าจะมีของเหลวที่เรียกกันตามประสาชาวบ้านว่า “น้ำ” อยู่บนดาวทั้งสามดวงได้

“ด้วยองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ของเราในปัจจุบัน ที่ใดมีน้ำ ที่นั่น...โอกาสที่อาจจะมีสิ่งมีชีวิตก็ย่อมสูงมาก”

เบื้องต้น ทั้ง 7 ดวง มีออกซิเจนอยู่หรือไม่?

ยังไม่มีข้อมูลในเรื่องนี้ .... แต่...ออกซิเจน ไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับสิ่งมีชีวิตทุกชนิด แม้มันจะจำเป็นสำหรับสิ่งมีชีวิตบนโลกของเราก็ตาม

แต่ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือ เมื่อดวงอาทิตย์ของระบบแทรปปิสต์ - วัน มีขนาดเล็ก ดาวเคราะห์ทั้ง 7 ดวง ที่แม้จะโคจรอยู่ใกล้ค่อนข้างมาก จึงได้ไม่ได้รับความร้อนและแสงสว่างมากมายอะไรนัก นึกภาพง่ายๆ ก็คือ ในช่วงเวลากลางวัน สว่างเต็มที่ บนดาวทั้ง 7 ดวง จะเท่ากับความสว่างในเวลาช่วงใกล้ค่ำ หรือช่วงเย็นๆ บนโลกของเราเท่านั้น!

และด้วยความที่ ดวงอาทิตย์ มีขนาดเล็กกว่าของระบบสุริยะเรา หากมนุษย์บนโลกเกิดไปอาศัยอยู่บนดาวทั้ง 7 ดวง อาจเกิดความมึนงง เรื่องอายุ วันเดือนปีเกิด เอาได้ง่าย ๆ นั่นเป็นเพราะ การนับวัน-เวลา โดยอาศัยวิถีการโคจรรอบดวงอาทิตย์ ตามแบบฉบับของโลกเรา มันจะผิดเพี้ยนไปกันหมด

ก็มันจะไม่ผิดเพี้ยนไปได้อย่างไร ในเมื่อ 1 ปีที่นั่น สั้นที่สุดมันจะเท่ากับแค่ 1.5 วัน บนโลกสีน้ำเงินของเราแค่นั้น!

1.ดาว b มีวิถีโคจร 1 ปี เท่ากับ 1.5 วัน บนโลก
2.ดาว c มีวิถีโคจร 1 ปี เท่ากับ 2.42 วัน บนโลก
3.ดาว d มีวิถีโคจร 1 ปี เท่ากับ 4 วัน บนโลก
4.ดาว e มีวิถีโคจร 1 ปี เท่ากับ 6 วัน บนโลก
5.ดาว f มีวิถีโคจร 1 ปี เท่ากับ 9.2 วัน บนโลก
6.ดาว g มีวิถีโคจร 1 ปี เท่ากับ 12.3 วัน บนโลก
7.ดาว h มีวิถีโคจร 1 ปี เท่ากับ 20 วัน บนโลก

ดาว 7 ดวง ด้านมืด-มืดตลอด ด้านสว่าง-สว่างตลอด

นอกจากนี้ การที่ทั้ง 7 ดวงอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มาก อิทธิพลของแรงดึงดูดจากดวงอาทิตย์จึงส่งผลให้ดาวเคราะห์ทั้ง 7 ดวง จะหันหน้าด้านเดียวเข้าหาดวงอาทิตย์ตลอดไป

พูดง่ายๆ คือ ด้านใดที่สว่าง ก็จะสว่างไปตลอด ส่วนด้านใดที่มืด ก็จะมืดไปตลอด ซึ่งประเด็นนี้จึงต้องเป็นประเด็นที่นำไปวิเคราะห์อยู่เหมือนกันว่า มันเป็นเรื่องดี หรือ ไม่ดี ต่อการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต หากว่าทั้ง 7 ดวง เกิดมีสิ่งมีชีวิตขึ้นมา

ขณะเดียวกัน ประเด็นดังกล่าวนี้ยังทำให้โอกาสมีสิ่งมีชีวิตบนดาวทั้ง 7 ดวง ลดความน่าจะเป็นลงไปเล็กน้อยด้วย

ดวงอาทิตย์ เล็กกว่า ระบบสุริยะของเรา แปลว่าจะอยู่ได้อีกไม่นานใช่ไหม?

“NO....ไม่เป็นแบบนั้นเลย” จอมนักวิทยาศาสตร์อุทานเสียงดัง ก่อนเลกเชอร์วิทยาศาสตร์ให้ฟังต่อไปว่า

ถ้าเปรียบเทียบกับดวงอาทิตย์เรา ดวงอาทิตย์ของเราเกิดมาแล้ว 4,600 ล้านปี จะอยู่ได้อีกอย่างน้อย 5 พันล้านปี ถึงจะเปลี่ยนสภาพไปเป็น ดาวยักษ์แดง จากนั้นโลกของเราก็จะตาย เพราะโดนดวงอาทิตย์ขยายมากลืนกินโลกเข้าไปเป็นส่วนหนึ่ง ส่วนดวงอาทิตย์ ของระบบใหม่นี้ เนื่องจากเป็นดาวฤกษ์ที่มีขนาดเล็กมาก และเพิ่งมีอายุประมาณ 500 ล้านปี และจะอยู่ต่อไปอีกยาวนานกว่าดวงอาทิตย์ของเรา ถึง ประมาณ 1 พันเท่า 

2. ขนาดและมวล ใกล้เคียงกับโลกสีน้ำเงิน

จากข้อมูลใหม่ของนาซา พบว่า ทั้ง 7 ดวง เมื่อเปรียบเทียบกับโลกเรา ดวงที่มีมวลน้อยที่สุด คือ ดาวเคราะห์ ดาว  d มีมวล 0.41 เท่าของโลก หรือมีมวลน้อยกว่าโลกเกือบครึ่งหนึ่ง ส่วนดาวเคราะห์ที่มีมวลมากที่สุด คือ ดาว c มีมวล 1.38 เท่า ของโลก

ขณะที่ ดาว e f และ g ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจ นั้น 1.ดาว e มีมวล 0.62 เท่าของโลก 2.ดาว f มีมวล 0.68 เท่าของโลก 3.ดาว g มีมวล 1.34 เท่าของโลก

“พูดง่ายๆ ว่า สามารถเดินอยู่บนดาวทั้ง 7 ดวง โดยมีความรู้สึกไม่ต่างไปจากการเดินบนโลกของเราเลย”

ทำไมต้องนำ ขนาด มวล รวมทั้งองค์ประกอบอื่นๆ ในโลกไปใช้เปรียบเทียบสำหรับการค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลก

“ง่ายๆ เลย...” อ.ชัยวัฒน์ กลั้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ก่อนตอบคำถามนี้ว่า “ก็นักวิทยาศาสตร์ใช้โลกของเราเป็นเกณฑ์มาตรฐานน่ะสิ!”

ที่ผ่านมา เราไม่มีข้อมูลหรือองค์ความรู้อื่นใดที่บ่งชี้ถึงการพบสิ่งมีชีวิตได้ดีที่สุด นอกเสียจากบนโลกของเราเท่านั้น ฉะนั้นการค้นหาสิ่งมีชีวิตบนดาวในระบบสุริยะอื่นๆ จึงต้องทุ่มเทในการสร้างเทคโนโลยีสำหรับการค้นหาไปที่ดาวเคราะห์ที่มีขนาดใกล้เคียงกับโลก รวมถึงอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ใกล้ หรือไกลจากดวงอาทิตย์ของเขามากเกินไปนัก

ห่างไกล 40 ปีแสง เป็นไปได้ไหมจะเดินทางไปสำรวจ

“เบื้องต้น ต้องถือว่า ใกล้มากๆ นะ” จอมนักวิทยาศาสตร์ไทยครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนกล่าวต่อไปว่า ที่บอกว่าใกล้ เพราะระบบสุริยะที่เราเคยพบอื่นๆ นั้น ไกลกว่านี้มาก แต่แน่นอน... สำหรับเทคโนโลยีของมนุษยชาติในเวลานี้ ต้องบอกว่า การจะเดินทางไป ย่อม “เป็นไปไม่ได้” แต่ส่วนตัวเชื่อมั่นว่า อีกสักประมาณ​ 100 ปีข้างหน้า มนุษยชาติน่าจะพัฒนาเทคโนโลยีได้ก้าวหน้าพอ จนทำเรื่องที่ ณ วันนี้ บอกว่า “เป็นไปไม่ได้” ให้ “เป็นไปได้”

การค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกระบบสุริยะของเรา คือ เรื่องที่ไกลเกินฝัน?

“มันก็ไม่ถึงกับขนาดนั้นหรอก...” อ.ชัยวัฒน์ กล่าวอย่างหนักแน่น

เพราะเมื่อปี 2015 ที่ผ่านมา นายยูริ มิลเนอร์ นักธุรกิจชาวรัสเซีย ได้จับมือกับ สตีเฟน ฮอว์กิง นักวิทยาศาสตร์เอกของโลก ประกาศตั้งโครงการ Breakthrough Initiatives โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การค้นหาสัญญาณจากดาวเคราะห์ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ การค้นหามนุษย์ต่างดาวนั่นแหละ!

รวมทั้งมีแผนจะส่งยานอวกาศรูปแบบใหม่ เรียก StarChip ซึ่งจะเป็นยานอวกาศขนาดจิ๋วนับพันๆ ลำ ติดกล้องและเครื่องมือวิทยาศาสตร์ต่างๆ ซึ่งสามารถเดินทางด้วยความเร็ว 20 เท่าของความเร็วแสง ไปยัง ดาวเคราะห์พร็อกซิมา บี (Proxima b) ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ ซึ่งขณะนี้มีความเป็นไปได้สูงเหลือเกินว่า อาจปกคลุมด้วยมหาสมุทรลึกถึง 200 กิโลเมตร และมีบรรยากาศห่อหุ้ม ที่อยู่ห่างออกไปเพียง 4.2 ปีแสง!

ซึ่งใกล้กว่าดาวในระบบสุริยะแทรปปิสต์ - วัน และที่สำคัญยังอาจมีน้ำจำนวนมหาศาล สัญลักษณ์สำคัญของการมีสิ่งมีชีวิต

และจะใช้เวลาในการเดินทางทั้งสิ้นเพียงประมาณ 20 ปี บวกกับเวลาสำหรับการส่งภาพและข้อมูลกลับมายังโลก ด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอีก 4.2 ปี นับเวลารวมทั้งสิ้น เพียง 24 ปีเท่านั้น ฉะนั้นนี่คือความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญอย่างยิ่งที่ชาวโลกจะต้องจับตามอง

นอกจากนี้ ในปี 2018 นาซา จะมีของเล่นชนิดใหม่ที่เป็นกล้องโทรทรรศน์อวกาศ Jame Webb Space Telescope ซึ่งจะมีระบบคล้ายๆ กล้องฮับเบิ้ล แต่จะมีประสิทธิภาพสูงกว่ามาก มาใช้งาน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การค้นหาดาวเคราะห์ที่มีสภาพใกล้เคียงกันกับโลกของเรา

และแน่นอน การที่ได้เจอดาวเคราะห์อื่นๆ ที่มีสภาพเหมาะสมสำหรับการเกิดสิ่งมีชีวิต เพิ่มมากขึ้นๆ เท่าไร!

คำถามที่ว่า มีใครอีกไหมในจักรวาล มีความเป็นไปได้สูงมากขึ้นเท่านั้น!

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน 

คำถาม...ที่ถูกถาม...สืบต่อกันมาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่ กาลิเลโอ เป็นนักวิทยาศาสตร์คนแรกที่ใช้กล้องดูดาว ส่องดูท้องฟ้า พร้อมทั้งยืนกรานในแนวคิดที่ว่า โลกสีน้ำเงินของเราใบนี้ หาใช่ศูนย์กลางแห่งจักรวาล... 5 มี.ค. 2560 18:19 ไทยรัฐ