วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผ่าตัดใหญ่โครงสร้างกลไกรัฐ : หยุดอำนาจพิเศษถาวร

กฎเหล็กมาตรา 44 ปีแรกถูกใช้เฉลี่ยเดือนละ 4 ครั้ง ปีถัดไปเฉลี่ยเดือนละ 6 ครั้ง

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ฉบับแรก ออกมาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงวิธีการได้มาซึ่งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น อาทิ ให้สมาชิกในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะพ้นตำแหน่งเนื่องจากครบวาระ ยังคงให้อยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติการต่อไป

พอสถานการณ์เริ่มเข้าที่เข้าทาง คสช.ประกาศยกเลิกกฎอัยการศึกช่วงเดือน เม.ย.58 และนับจากนั้นเป็นต้นมา อำนาจพิเศษถูกนำไปเป็นเครื่องมือแก้ไขปัญหา ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม อาชญากรรม การศึกษา การปราบคอร์รัปชัน-ยาเสพติด ประมงผิดกฎหมาย การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ตั้งกรรมการองค์กรอิสระ

ล่าสุดเมื่อช่วงปลายเดือน ก.พ.60 มีคำสั่งหัวหน้า คสช. เรื่องกำหนดตำแหน่งและแต่งตั้งข้าราชการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.)

เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ประกาศใช้อำนาจพิเศษถี่ขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาครอบจักรวาล จนมีเสียงของสังคมแตกออกเป็นสองเสี่ยง ระหว่างฝ่ายที่สนับสนุนกับฝ่ายที่ขอให้ยกเลิก ม.44

ม.44 ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 กำหนดให้อำนาจของหัวหน้า คสช.เอาไว้กว้างขวางมาก กรณีหัวหน้า คสช.เห็นเป็นการจำเป็นเพื่อ...

...ประโยชน์ในการปฏิรูปในด้านต่างๆ

การส่งเสริมความสามัคคีและความสมานฉันท์ของประชาชนในชาติ

หรือป้องกัน ระงับ หรือปราบปรามการกระทำอันเป็นบ่อนทำลายความสงบเรียบร้อยหรือความมั่นคงของชาติ ราชบัลลังก์ เศรษฐกิจของประเทศ หรือราชการแผ่นดิน

ให้หัวหน้า คสช.โดยความเห็นชอบของคณะ คสช.มีอำนาจสั่งการ ระงับยับยั้ง หรือกระทำการใดๆ

ไม่ว่าการกระทำนั้นจะมีผลบังคับในทาง “นิติบัญญัติ-บริหารราชการแผ่นดิน-ตุลาการ” ให้ถือว่าคำสั่ง หรือการกระทำ รวมทั้งการปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว เป็นคำสั่งหรือการกระทำหรือการปฏิบัติ...

...ที่ชอบด้วยกฎหมาย-รัฐธรรมนูญนี้ และเป็นที่สิ้นสุด

ม.44 จะหมดสภาพการบังคับใช้ก็ต่อเมื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติจะเข้ารับหน้าที่

แต่ระหว่างนี้จะหาทางออกกันอย่างไร เมื่อเสียงในสังคมมีทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายเรียกร้องให้ยกเลิกมาตราดังกล่าว ไปค้นหาคำตอบทางวิชาการจาก นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และที่ปรึกษาคณะกรรมการเตรียมการยุทธศาสตร์ชาติ ภายใต้คณะกรรมการบริการราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.)

ได้เฉลยผ่านการให้สัมภาษณ์ ทีมข่าวการเมือง ว่ามาตรานี้รัฏฐาธิปัตย์ได้เขียนรองรับเอาไว้เหมือนเป็นกฎหมายพิเศษ ตอนปฏิวัติยึดอำนาจจะมีกฎอัยการศึกตามมา หากคงกฎอัยการศึกเอาไว้นานาชาติอาจจะมองว่า สถานการณ์ภายในยังขัดแย้งกันอยู่ จึงแปลงจากกฎอัยการศึกเป็นมาตราหนึ่งอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว

เพื่อเป็นเครื่องมือทำให้บ้านเมืองสงบ มั่นคง หรือจะดำเนินการต่างๆให้สำเร็จโดยไม่ต้องทำตามขั้นตอนปกติที่ล่าช้า อาจไม่ทันการ หรือทำให้เกิดความเสียหายได้

โดยเฉพาะกลไกการบริหารบ้านเมือง มีกระบวนการที่ล่าช้า ติดขัดเยอะแยะไปหมด กฎหมายหลายฉบับเกิดขึ้นมานานแล้ว จะแก้ไขกฎหมายเหล่านี้ให้ทันเหตุการณ์ เพื่อทะลวงแก้ปัญหาให้ประเทศชาติและประชาชน อาจจะไม่ทันกาล เพราะใช้เวลานาน จำเป็นต้องอาศัย ม.44 ผ่าทางตันให้รวดเร็วขึ้น

เช่น การทุจริตสอบพนักงานข้าราชการปกครองท้องถิ่น จ.มหาสารคาม หากตรวจสอบตามขั้นตอนปกติอาจจะล่าช้า จึงใช้อำนาจพิเศษจัดการ สั่งให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องหยุดทำงาน และให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบทันที

และยังใช้แก้ไขจัดการเรื่องอื่นๆอีกมากมาย นี้แหละที่มองกันว่า ม. 44 เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการบริหารงาน จัดการปัญหาที่ยุ่งยากซับซ้อน เพราะติดขัดตัวบทกฎหมายที่ถูกออกแบบมานาน ไม่ทันต่อสถานการณ์ หากเดินตามกลไกปกติคงไม่ทันกิน

ส่วนในเชิงการเมือง คำสั่งที่ออกตามมาตรการนี้จะเข้าไปแทนกฎหมายที่มีอยู่แล้วหมดเลย แม้รัฐธรรมนูญฉบับประชามติประกาศใช้แล้ว ผลของคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ประกาศใช้ยังคงอยู่ตลอดไป มีผลยาว เช่น คนที่โดนลงโทษตามมาตรานี้ก็ยังมีผลอยู่

มาตรานี้มีขอบเขตกว้างไกล ผูกพันทั้งนิติบัญญัติ บริหารและตุลาการ ฉะนั้นนักวิชาการหรือฝ่ายที่คัดค้านก็ย่อมไม่พอใจที่ไปรุกล้ำอำนาจอื่นด้วย คำถามคือกฎหมายซุปเปอร์พาวเวอร์มีอันตรายหรือไม่ ต้องบอกว่าอันตรายถ้าผู้ใช้ไม่ระมัดระวัง และตามทฤษฎีไม่มีกระบวนการตรวจสอบการใช้อำนาจดังกล่าวด้วย

แต่ทางปฏิบัติอะไรก็ตามที่มีอำนาจมหาศาล การใช้อำนาจย่อมมีขีดจำกัดของมันในตัว หากใช้ด้วยความไม่เป็นธรรม ไม่ดีงาม ใช้ไปสักพักหนึ่งจะมีผลร้ายต่อผู้ใช้เอง เชื่อว่าหากไม่จำเป็น คสช.คงไม่อยากใช้บ่อย เพราะใช้มากย่อมมีโอกาสพลาดพลั้งและเสื่อมได้ ตามหลักวิชาการก็ไม่อยากให้มีการใช้บ่อย กฎหมายเดิมมีอยู่ หากไม่เข้าตาจนถึงขั้นกลียุคจริงก็ไม่ควรใช้

ถ้ามองในมุมของ คสช.ที่อยากรีบสะสางปัญหา มองไปทางไหนในสถานการณ์แบบนี้ ปัญหาเยอะแยะไปหมด จะแก้ไขก็ติดขัดทุกขั้นตอน เวลาที่เหลืออยู่ก็มีน้อยนิด หากไม่ใช้ ม.44 ก็ไม่สามารถทะลุทะลวงได้ มันก็มีเหตุมีผลอยู่เหมือนกัน

มาถึงวันนี้มีสองพวกคือ นักวิชาการแนวคิดเสรีนิยมมองว่าเป็นการทำลายหลักนิติรัฐที่ใช้อำนาจพิเศษผ่าทางตันเกือบทุกเรื่อง ทั้งที่มีกฎหมายปกติอยู่แล้ว อีกพวกคือ ฐานานุรูปที่ทนมานานเห็นสภาพบ้านเมืองเดินไปไม่ไหว ก็เชียร์ให้ใช้อำนาจพิเศษจัดการยกเครื่องประเทศ

ทางออกที่ดีฝ่ายต่างๆควรเปิดเวที เพื่อหากลไกใหม่เข้ามาทดแทนหรือจะต้องไม่ใช้ ม.44 มากจนเกินไป ไม่เช่นนั้นกว่ากฎเหล็กจะหายไปก็หลังได้รัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง

จริงๆ คสช.คงไม่อยากใช้เยอะนักหรอก ใช้มากไปมันก็เสื่อม ประชาชนอาจจะมองว่าไม่ดี มันเหมือนอยู่ระหว่างเขาควาย แน่นอนมันอยู่ที่ดุลพินิจของผู้มีอำนาจ กองเชียร์ ม.44 ก็เริ่มเสพติด อยากให้ใช้จัดการทุกอย่างสำคัญหมด แต่รัฐบาลใหม่เข้ามาจะมีปัญหา จะแก้ปัญหาอะไรไม่สะดวกเหมือนตอน
มี ม.44

ยิ่งสังคมส่วนใหญ่มีแนวคิดแบบปฏิบัตินิยม หวังผลลัพธ์ จะใช้วิธีไหนขอให้ได้ผล แต่เราอยู่ในโลกสมัยใหม่ ต้องมีหลักการให้ต่างชาติยอมรับด้วย

สื่อมวลชนควรเข้ามามีบทบาทช่วยทำความเข้าใจกับทุกฝ่าย ทั้งคนที่เชียร์ให้ได้รู้และเข้าใจว่า ต้องเป็นปัญหาที่จำเป็นจริงๆไม่ใช่เรียกร้องให้ใช้อำนาจพิเศษทุกเรื่องส่วนคนที่ต่อต้านก็ควรแนะนำให้ทางออกในการแก้ปัญหาที่ยุ่งยากในแต่ละเรื่อง ไม่ใช่ออกมาด่าเฉยๆ

ทีมข่าวการเมือง ถามว่า ขณะนี้เสียงคัดค้านเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ทั้งคัดค้านไม่ให้ใช้ เพราะไม่เกิดประโยชน์ต่อประชาชน แต่เกิดประโยชน์กับการรักษาอำนาจของ คสช. และคัดค้านในแนวที่ใช้อำนาจพิเศษบ่อยๆกลัวสังคมจะเสพติด นายชาติชาย บอกว่า หากสถานการณ์แรงขึ้นไปเรื่อยๆดีไม่ดีอาจจะไม่มีรัฐบาลใหม่

ฉะนั้นทุกฝ่ายควรจะหาทางออกร่วมกัน เพราะไม่มีใครอยากเห็นสภาพแบบนี้ ทุกครั้งที่ใช้มาตรา 44 คสช.ก็มีเหตุผล และจะต้องรายงานต่อประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แม้ คสช.ตั้ง สนช. แต่ สนช. ย่อมมีศักดิ์ศรี ต้องทำงานเป็นตัวแทนของประชาชน

ถ้าไม่ร่วมกันหาทางออกที่ดี เมื่อได้รัฐบาลชุดใหม่จากการเลือกตั้ง เข้าไปก็เจอกลไกการบริหารราชการแผ่นดินแบบเดิมๆ รัฐบาลบริหารประเทศไม่มีประสิทธิภาพ ล่าช้า แก้ปัญหาต่างๆของประชาชนไม่ทันกาล หรือทำงานไม่ได้ ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจคะแนนนิยมเริ่มตก

ทางออกสุดท้ายหนีไม่พ้นชิงความได้เปรียบจากกฎหมายเลือกตั้งและยุบสภานำไปสู่การเลือกตั้งใหม่

หรือกลับไปสู่วังวนเดิม ทหารเข้ายึดอำนาจ

ฉะนั้นจะต้องปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินให้สำเร็จ

เพื่อหยุดวังวนแบบเดิม.


ทีมการเมือง