วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มองโลกมองไทยผ่านเมล็ดพันธุ์

โดย

ได้เกียรติรับเชิญจากคุณบุญมี ออกแมน รองกรรมการผู้จัดการธุรกิจเมล็ดพันธุ์บริษัท เจียไต๋ จำกัด ไปร่วมสังเกตการณ์งาน Field day International 2017 ที่เชียงใหม่ สถานีวิจัยปรับปรุงพันธุ์และผลิตเมล็ดพันธุ์แหล่งใหญ่แหล่งหนึ่งของเจียไต๋ เมื่อเดือนที่แล้ว

เป็นงานที่จัดขึ้นเป็นการภายใน เชิญบริษัทคู่ค้าเมล็ดพันธุ์จากทั่วโลกกว่า 40 ประเทศ ทั้งจากสหรัฐฯ ฝรั่งเศส รัสเซีย อินเดีย จีน บังกลาเทศ เกาหลีใต้ บราซิล เวียดนาม ตุรกี อาร์เจนตินา ฯลฯ ให้มาชมและเลือกซื้อพันธุ์พืชผักชนิดใหม่ที่นักปรับพันธุ์ของเจียไต๋ได้รังสรรค์ขึ้นมา มีพืชพันธุ์ใหม่ๆ 20 ชนิด กว่า 400 สายพันธุ์ ให้บริษัทคู่ค้าเลือกซื้อ สั่งไปขายให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ภูมิอากาศ และความต้องการของเกษตรกรของแต่ละประเทศ

ผลการจัดงาน 5 วัน มีลูกค้าสั่งซื้อเมล็ดพันธุ์ไปเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะการเข้ามาสั่งซื้อเมล็ดพันธุ์ใหม่ที่ได้มีการสั่งซื้อไปปลูกเมื่อปีที่แล้วได้ผลผลิตดี ปีนี้เลยกลับมาสั่งซื้อเพิ่มไปอีกหลายเท่าตัว

และเป็นที่น่าสังเกต การจัดงานครั้งนี้บริษัทคู่ค้าเจียไต๋จากต่างประเทศให้ความสนใจเมล็ดพันธุ์ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม นอกจากต้องการพันธุ์พืชที่มีคุณสมบัติให้ผลผลิตมีคุณภาพ รสชาติดี ขนาดผลมีขนาดตรงตามที่ตลาดของแต่ละประเทศต้องการ ยังต้องการพันธุ์พืชผักที่ทนโรค ทนการขนและผลผลิตสามารถเก็บได้นาน

นั่นเพราะภาวะโลกร้อน อุณหภูมิที่สูงขึ้น มีผลทำให้เชื้อโรคพืชมีพัฒนาการที่ดีขึ้น แข็งแรงมากขึ้น และอากาศร้อนยังมีผลทำให้ผลผลิตที่มีการขนส่งในระยะไกล 1,000–2,000 กม. เสียหายได้ง่ายอีกด้วย

เกษตรในต่างประเทศให้ความสนใจพันธุ์พืชที่ทนสู้ภาวะโลกร้อน ส่วนบ้านเรา คุณบุญมี กลับบอกว่าแตกต่างอย่างสิ้นเชิง...ต่างประเทศเน้นใช้วิธีแก้ปัญหาที่ต้นทาง แต่ของเรากลับคิดแก้ปัญหา ณ ปลายทาง

กล่าวคือ เกษตรกรไทยคิดแต่จะได้พันธุ์ที่ให้ผลผลิตเยอะๆ ส่วนเรื่องทนต่อโรค ทนสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป กลับไม่ให้ความสำคัญ มองว่า ได้ผลผลิตปริมาณมากไว้ก่อน ถ้าเกิดมีโรค ผลผลิตเสียหายค่อยมาคิดแก้ปัญหากันทีหลัง

เข้าตำรา “มิเห็นโลงศพ มิหลั่งน้ำตา”...รึนี่คือ วิถีไทย.

สะ-เล-เต

5 มี.ค. 2560 14:33 ไทยรัฐ