วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หลั่นล้าอีโคโนมี (1)

โดย สายล่อฟ้า

คิดนอกกรอบ แต่ตอบสังคมได้

ได้อ่านบทความของ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ นักวิชาการที่มักจะมีแนวคิดนอกกรอบอยู่หลายเรื่อง แต่ก็มีเหตุมีผลหากกล้าที่จะนำไปปฏิบัติก็น่าจะเป็นหนทางหนึ่งที่จะเดินหน้าประเทศไทยได้

“นโยบายเศรษฐกิจควรจะเป็นเช่นไรในยุคนี้”

ดร.เอนกบอกเอาไว้หลายประเด็น แต่ขอนำมากล่าวถึงโดยสรุปเอาประเด็นสำคัญเพื่อให้มองให้เห็นแนวคิดของเขา

รัฐบาลได้ย้ำว่านโยบายเศรษฐกิจระยะยาวต้องทำให้ระดับการพัฒนาประเทศสูงขึ้นอีกขั้นหนึ่งไปสู่ขั้น 4.0 นี่ก็ฟังเข้าที แต่เป็นการมองจากโลกเข้ามาเมืองไทย

ตรรกะคือยุคนี้โลกในส่วนก้าวหน้าที่สุดเขากำลังวิ่งไปสู่ 4.0 เราจึงจำเป็นต้องไปสู่จุดนั้นแข่งกับคนอื่นเขา ไทยต้องทำให้ได้ อย่าหยุดอยู่กับที่ รัฐบาลดูเหมือนจะกล่าวกับเราอย่างนั้น

เรื่องนี้ถ้ามองตรงกันข้ามกับรัฐบาลบ้าง

เพื่อให้เกิดสติปัญญามองจากไทยไปสู่โลกแทน เริ่มจากจุดแข็งที่เรามีอยู่แทน อาจจะต้องเน้นการทำให้ประเทศเราเป็น “หลั่นล้าอีโคโนมี” ด้วย

พูดอีกอย่างคือธุรกิจการงานและอาชีพที่ไทยควรจะเน้น อาจไม่ใช่อุตสาหกรรม ไฮเทค อินโฟเทคหรืออะไรที่เป็น 4.0 เท่าไร
หากควรจะเป็นเกษตร “บูติก” ควรจะเป็นการผลิตและการปรุงอาหาร การบริการ การท่องเที่ยว บันเทิง ควรจะทำการดูแลและรักษาสุขภาพ การเสริมสร้างความสุข ความงาม ให้คนจากทั่วโลกได้มาชื่นชมวัฒนธรรม ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของเรา กระทั่งการสร้างเสริมจิตวิญญาณ

และขอย้ำว่าจะต้องพยายามทำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับใช้ธุรกิจครอบครัวหรือชุมชนให้มากเป็นพิเศษอีกด้วย

ตรรกะของ “หลั่นล้าอีโคโนมี” คือไม่มุ่งไปแข่งในเวทีโลกที่เชื่อว่าเราไม่เก่งคือไปทำ 4.0 แต่กลับมุ่งมั่นทำอะไรที่เชื่อว่าเป็นจุดแข็งของเราจริงๆ

คือคนไทยเราชอบและเก่งในการทำอะไรทั้งปวงที่หลั่นล้าคือเก่งในการทำให้คนรู้สึกสบายๆ สนุกๆ เป็นสุข งดงาม เก่งในการทำอะไรให้อร่อย ไม่ทุกข์ร้อนอะไรมาก เราชอบยิ้ม ชอบหัวเราะ ชอบปลง เก่งเรื่องฝีมือ เรื่องหัตถกรรม มีกิริยามารยาท

ดูแลคนได้เก่ง มีเมตตา มีไมตรีจิตมิตรภาพ มีน้ำใจ สุภาพเรียบร้อย โอบอ้อมอารีและไม่ถือสาเคืองโกรธใคร

การทำ 4.0 นั้น เราแค่ไม่ปฏิเสธและรู้จักรับเอาเทคโนโลยีชั้นสูงที่คนอื่นๆเขาทำกันแล้ว รับเอามาทำต่อก็พอ ใช้เป็นเครื่องมือใช้ให้เป็นก็พอแล้ว

ต้องยอมรับว่าคนไทยส่วนใหญ่นั้นไม่สันทัดการสร้าง 4.0 เอง เพราะในเรื่องทฤษฎีและคณิตศาสตร์นั้นเราไม่สันทัด เรื่องการค้นคว้าวิจัยหรือการทดลองทางวิทยาศาสตร์ก็ไม่เก่งเท่าไหร่

ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ และคณิตศาสตร์โดยทั่วไปเราเข้าไม่ถึง

แน่นอนว่ามีคนเก่งที่เป็นข้อยกเว้นได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องหลั่นล้าแล้วดูเราจะเก่งเป็นส่วนใหญ่ ใครๆก็ดูจะสู้เรายาก การท่องเที่ยว บันเทิงและอาหารการกินของเรามักจะติดอันดับต้นๆของโลก

คนไทยมีพรสวรรค์ทาง “หลั่นล้า” นั่นเอง...พูดอย่าง “ฟันธง”

ในยุคนี้ต้องสนใจภูมิเศรษฐศาสตร์ใช้ทำเลที่ตั้งของไทยที่ดีเลิศในเออีซี ดีมากในเอเชียและดีมากในโลก ทำให้เกิดประโยชน์เต็มที่ สร้างความพัวพันเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน

และดึงดูดพลังจากมหาอำนาจเศรษฐกิจโลกในยุคปัจจุบันใกล้บ้านเรา อันมีจีน ญี่ปุ่น อินเดีย เกาหลีใต้ ให้มาก ก็ยิ่งจะทำให้หลั่นล้าอีโคโนมีของเราแผ่ออกไปบริการหลายประเทศ

ประเด็นคือลูกค้าหรือผู้บริการอาจถึงร้อยล้านพันล้านคนทีเดียว จะต้องนึกเสมอว่าเศรษฐกิจนั้นไม่ใช่จำกัดอยู่เพียงแค่ในขวานทองเท่านั้นหรือคนอยู่กับ 66 ล้านคนเท่านั้น

ผมอ่านแล้วถูกใจและเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง.

“สายล่อฟ้า”