วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ก.ม.บุหรี่ใหม่เพิ่มโทษหนัก

ก.ม.บุหรี่ใหม่เพิ่มโทษหนัก

  • Share:

ในที่สุด สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก็ลงมติด้วยคะแนนเสียงเอกฉันท์ 202 เสียงต่อ 0 งดออกเสียง 8 เสียง เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบฉบับใหม่ เพื่อปกป้องคุ้มครองเด็กและเยาวชนจากพิษภัยบุหรี่ ต้องใช้เวลาอภิปรายกันถึงสองวัน 7 ชั่วโมง 45 นาที ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 2 มีนาคม จนถึงวันศุกร์ที่ 3 มีนาคม กว่าจะผ่านด่านหินออกมาได้ กฎหมายฉบับนี้ถูกดึงเกมมานาน จากการล็อบบี้ของบริษัทบุหรี่ข้ามชาติ

ผมเห็นด้วยกับกฎหมายฉบับนี้ อยากเห็นรัฐบาลปกป้องคุ้มครองเด็กและเยาวชนจากพิษภัยบุหรี่อย่างจริงจัง จึงเขียนเรียกร้องให้ สนช. ใช้ความกล้าหาญลงมติรับกฎหมายฉบับนี้ โดยใช้ความรู้สึกเดียวกับความรักและความห่วงใยในครอบครัวของตัวเองไปวันก่อน

วันนี้ผมจึงขอขอบคุณ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ 202 ท่าน ที่ลงมติผ่านกฎหมายฉบับนี้ ถือเป็นการ “ทำบุญครั้งยิ่งใหญ่” ต่อคนไทยทั้งประเทศ

ที่ผมบอกว่า “ทำบุญ” ก็เพราะ “บุหรี่” นอกจากเป็น ยาเสพติด แล้ว ยังเป็น แหล่งรวมสารพิษ มากมาย บุหรี่หนึ่งมวนที่สูบเข้าไปในร่างกาย ประกอบด้วย ก๊าซไนโตรเจน ก๊าซพิษที่ทำให้เกิดโรคถุงลมโป่งพอง ทำลายเยื่อหลอดลมและถุงลม ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ คาร์บอนมอนอกไซด์ ไปจนถึง ยาพิษไซยาไนต์ ถ้ามีมากทำให้หัวใจเป็นอัมพาตหรือหยุดหายใจได้ สารปรอท ที่เป็นพิษต่อสมอง ทำให้ความจำเสื่อม เกิดโรคไต และสารพิษอื่นๆอีกมากมายกว่า 4,000 ชนิด ใครอยากรู้ไปเปิด สารานุกรมสารพิษ ดูได้เลย

การออกกฎหมายฉบับนี้ เพื่อคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ ปกป้องเด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้รอดพ้นจากพิษภัยของบุหรี่ และ เป็นเหยื่อของบริษัทบุหรี่ ผมจึงถือว่า เป็นการทำบุญครั้งยิ่งใหญ่ ต่อคนไทยทั้งประเทศ

เนื้อหาใหม่ในกฎหมายควบคุมบุหรี่ใหม่ ล้วนเป็นประโยชน์ต่อสังคมไทยทั้งสิ้น เช่น ห้ามไม่ให้ขายบุหรี่แก่เยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ จากกฎหมายเดิมที่กำหนดไว้ 18 ปี หากฝ่าฝืนต้องโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ยัง ห้ามนำบุหรี่ในซอง (บรรจุซองละ 20 มวน) มาแกะแบ่งขายเป็นมวน เพื่อให้เยาวชนและประชาชนที่มีรายได้น้อยซื้อมาสูบได้ง่ายขึ้น โดยเพิ่มโทษปรับสูงสุดถึง 40,000 บาท และยังสกัดเล่ห์เหลี่ยมของบริษัทบุหรี่ข้ามชาติ โดยห้ามนำเข้าบุหรี่หรือผลิตภัณฑ์ซิกาแรตทุกชนิดที่บรรจุในซองต่ำกว่า 20 มวนเข้าประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทบุหรี่ต่างชาติบรรจุซองละ 5 มวน 10 มวน เข้ามาขายในราคาถูกลง

ประเด็นสำคัญเหล่านี้แหละที่ทำให้ พ่อค้าบุหรี่ข้ามชาติ ยื่นคัดค้าน อ้างว่าทำให้ร้านโชห่วยเดือดร้อน มีการล็อบบี้สมาชิก สนช.
จนทำให้การพิจารณากฎหมายฉบับนี้เป็นไปอย่างล่าช้า และมีการสงวนคำแปรญัตติไว้มากมาย แต่ในที่สุดก็ออกมาจนได้

สาระสำคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือ กำหนดให้มี คณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติ 23 คน มี รัฐมนตรีสาธารณสุข เป็นประธาน และยังให้มี คณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบกรุงเทพมหานคร และ คณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบจังหวัด เพิ่มขึ้น เพื่อดูแลให้กฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์ทั่วประเทศ

ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า วันหนึ่งบุหรี่จะหมดไปจากเมืองไทย และหวังว่า รัฐบาล จะให้ความสนใจช่วยเหลือ “ชาวไร่บุหรี่” ไปปลูกพืชเศรษฐกิจอื่นแทน “ยาสูบ” ที่กำลังไร้อนาคต

กลางปีนี้ กรมสรรพสามิต จะเริ่มใช้ ภาษีสรรพสามิตใหม่ โดย คิดภาษีบุหรี่จากราคาขายปลีก (ไม่รวมแวต) แทนการคิดภาษี
จากหน้าโรงงาน ทำให้ราคาบุหรี่ขายปลีกแพงขึ้นไปอีก ทั้งยังช่วยป้องกัน “บุหรี่ราคาถูก” จากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาทำตลาดด้วย ผมว่า เลิกสูบบุหรี่กันเถิดครับ นอกจากจะ ช่วยให้สุขภาพดีขึ้น ครอบครัวเป็นสุขขึ้น ยัง ช่วยประหยัดเงิน ได้มากขึ้นอีกด้วย.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้