วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พื้นที่พิเศษธรรมกาย เส้นบางๆศรัทธาพุทธ

พื้นที่พิเศษธรรมกาย เส้นบางๆศรัทธาพุทธ

  • Share:

การประจันหน้าระหว่าง “พระ” กับ “เจ้าหน้าที่” บริเวณพื้นที่พิเศษวัดพระธรรมกาย จังหวัดปทุมธานี มองในมุม “ศรัทธา” เสมือนเส้นบางๆที่บั่นทอนหัวใจชาวพุทธ

พื้นที่พิเศษ...ถูกกำหนดควบคุมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย การเข้าตรวจค้น จับกุมผู้กระทำผิด ปกป้องชีวิตทรัพย์สินประชาชนผู้บริสุทธิ์จากผู้ไม่หวังดีที่อาจก่อความรุนแรงได้

มุมหนึ่งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ แต่อีกมุมหนึ่งก็ส่งผลกระทบให้เกิดความไม่สะดวกแก่ผู้ใช้เส้นทางในการเดินทางสัญจรผ่านไปมารวมถึงพระในพื้นที่ละแวกใกล้เคียง

ขีดวงในรัศมีไม่เกิน 2 กิโลเมตร...“วัดทวีการะอนันต์” หรือที่ผู้คนรู้จักกันดีในชื่อว่า “วัดสีชมพู” ถนนเลียบคลองแอน...คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พระลูกวัดออกบิณฑบาตต้องเตรียมตัวให้ดีๆ ห้ามลืม “สูจิบัตร”...“ใบสุทธิ” เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นอาจจะถูกซักประวัติสอบถามถึงที่มาที่ไปกันแบบยาวๆ

พระบวชเก่ามาหลายพรรษาแล้วไม่ใช่ปัญหา หากแต่ปัญหาจะเกิดกับพระบวชใหม่ที่ยังไม่มีสูจิบัตร ต้องรอเวลานับพรรษา ต้องบวช 3 เดือนถึงจะได้ เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ก็ควรอยู่แต่ในวัดจะได้ไม่มีปัญหา

เหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นกับพระเก่า นั่งรถกระบะไปกับลูกศิษย์จะไปซื้อของที่ห้างหนึ่งแถวๆพื้นที่พิเศษ เส้นทางในตลาดไทรถติดมากก็ขับอ้อมออกไปถนนพหลโยธินแล้ววกกลับเข้าถนนคลองหลวง ปรากฏว่า เจอด่าน...พระต้องแสดงทั้งบัตรประจำตัวประชาชน สูจิบัตร กว่าจะผ่านไปได้ต้องใช้เวลาอยู่สักหน่อย

อีกครั้งหนึ่ง โยมนิมนต์ไปฉันเพลแถวสำนักงานที่ดิน อยู่ห่างวัดไม่ไกลนัก ไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตร เจอด่านตรวจห้ามผ่าน...อธิบายกันแล้วว่าจะเข้าวัด ไม่ได้เลยไปถึงวัดพระธรรมกาย แต่ก็ไม่เป็นผล

เพื่อระเบียบ กติกา ข้อบังคับคนส่วนใหญ่ สุดท้าย...ก็ต้องขับอ้อม ไปอีกหลายกิโลเมตร เพื่อวกกลับมาเข้าวัด

สำหรับผลกระทบของประชาชนทั่วๆไป แม้ว่ายามปกติพื้นที่ย่านนี้รถจะเยอะ การจราจรหนาแน่นอยู่แล้ว แต่กับสถานการณ์พิเศษเช่นนี้กลับทำให้รถติดมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณคลองสามมีหมู่บ้านเยอะรถก็เยอะก็ยิ่งติดหนัก กระทบกันเป็นวงจรลูกโซ่ต่อเนื่องไปถึง “คนที่มาทำบุญ”

“รถติด คนมาไม่สะดวกก็ไม่มีใครอยากมาวัด...คนน้อยลงไปเยอะ” สุ้มเสียงจากเจ้าหน้าที่วัดคุยให้ฟัง สีหน้าหมดเรี่ยวแรง
“เดิมวัดสีชมพูมีผู้คนเข้ามาไม่ขาดสาย วันธรรมดาก็มี วันเสาร์... อาทิตย์ วัดหยุดยาวๆยิ่งแน่น เพราะวัดเป็นหนึ่งในเก้าวัดเส้นทางบุญส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดปทุมธานี”

สะเดาะเคราะห์ ต่ออายุ ทำบุญปีเกิด ไหว้พระราหู...บูชาของดำ คนเกิดปีชง ลงโลง...แก้เคล็ด ลอยเทียน ไหว้พระปิดทอง ไหว้ปู่ชีวกฯ...บูชาครกบดยา บนบานศาลกล่าวขอให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ

ไหว้บ้าง บนบ้าง ก็แล้วแต่ละบุคคล บางคนสำเร็จ...หายป่วย ก็มาแก้บน

“ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า...ปัจจุบันวัยรุ่นเข้าวัดกันเยอะนะ เข้ามาไหว้พระ ดูโน่นดูนี่ มาถ่ายรูป...เซลฟี่ วัดนี้ทาสีชมพูดูสวยงาม และก็มีจุดถ่ายรูปสวยๆน่าสนใจหลายจุดอยู่ทั่วบริเวณวัด บางครั้งก็มีทัวร์มาลง”

วัดสีชมพู...เพิ่งจัดงานใหญ่ประจำปีไปเมื่อไม่นานมานี้ 10 วัน 10 คืน ปีหน้าเห็นเจ้าอาวาสบอกว่าจะจัดยาวถึง 12 วันทีเดียวเพราะปีนี้คนแน่นมาก เยอะมาก ผลตอบรับดี

การเดินทางมาวัดนี้ใช้เส้นทางถนนพหลโยธิน วิ่งเข้ามาทางตลาดไท ก็ได้ โรงเรียนวันครูก็ได้ หรือจะเข้ามาทางสะพานขาวก็ได้ ลัดเลาะมาเรื่อยก็ถึงหาไม่ยาก...จะว่าไปแล้ว ความจริงที่ทุกคนก็รู้อยู่เต็มหัวใจ ไม่เฉพาะเหตุปัจจัยความไม่สะดวกในการเดินทางเท่านั้นที่กระทบ ยังมีเรื่อง “เงิน” ในกระเป๋าเข้ามาเกี่ยวข้อง

“เศรษฐกิจไม่ดี คนไม่มีเงิน...ก็มาทำบุญน้อย แต่บางยุคสมัยก็แปลก เศรษฐกิจไม่ดีผู้คนยิ่งเข้าวัดกันมาก มาขอหวยรวยเบอร์ ขอโชคขอลาภก็ว่ากันไป”

หัวใจคนอยู่ในวัดอุทิศตัวทำงานเพื่อวัด...ภาพเหตุ “พระ” เผชิญหน้า “เจ้าหน้าที่” ก็ทำให้รู้สึกหดหู่ใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่ว่าฝ่ายไหนจะเป็นฝ่ายถูก หรือฝ่ายไหนจะผิด ในมุมคิดลึกๆแล้ว...“รู้สึกไม่ดีเลย”

“พระก็อยู่ส่วนพระ เจ้าหน้าที่ก็ทำหน้าที่กันไป แต่วันนี้มาเผชิญหน้ากันอย่างที่เห็นคงไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน...ผู้คนจะไปไหนก็ลำบาก บางคนก็กลั้นอารมณ์ไว้ไม่อยู่ โจรก็เยอะ ฆ่ากันตาย ยิงกันตายทำไมไม่ไปจับให้ได้”

มองอย่างหัวใจเป็นธรรมในมุมพระกันบ้าง พระเน พระลูกวัด...วัดสีชมพู บอกว่า สถานการณ์วันนี้ถึงแม้ว่าจะอยู่ในพื้นที่พิเศษก็ไม่ถึงกับทำให้อยู่กันอย่างลำบากมากจนเกินไป บางเส้นทางที่ควรจะเลี่ยงก็ควรจะเลี่ยง

“เจ้าอาวาสจะกำชับพระลูกวัด ถ้าจะไปไหนมาไหนให้พกใบสุทธิไปด้วย เพื่อจะได้ไม่มีข้อครหา ข้อพิพาทที่จะเกิดขึ้น ส่วนเส้นทางการเดินทางพระไม่ค่อยได้ไปไหนอยู่แล้ว ถ้าจะมีก็เป็นกิจนิมนต์ แต่ก็ต้องพยายามเลี่ยงเอา...จุดตรวจไหนไม่ให้ผ่าน ห้ามเลยก็ต้องปฏิบัติตาม เพราะเป็นกฎหมู่มาก”

พระเน ย้ำว่า กฎหมู่มากเราเป็นคนกลุ่มหนึ่ง ถ้าให้ปฏิบัติก็ต้องปฏิบัติตามไม่ใช่เรื่องยากอะไร ทุกๆคนต้องทำเหมือนกัน ถ้าเราแหกไป คนหนึ่ง...คนอื่นก็ต้องแหกตาม คนหนึ่งไปได้...คนที่สองเห็นว่าไปได้ เขาก็ต้องไปได้ด้วย ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่า...ทุกคนมีอารมณ์หมดนั่นแหละ

สมมติว่าอีกแค่ไม่กี่ก้าวก็จะถึงบ้านงานแล้ว แต่ต้องไปอ้อมอีกสาม...สี่กิโลเมตรเพื่อจะเข้าบ้านงาน ก็ต้องเกิดความโมโห แต่เมื่อมีกฎกติกาก็ต้องปฏิบัติตาม

ณ วันนี้ การเผชิญหน้ากันระหว่างพระกับเจ้าหน้าที่ สายตาชาวพุทธ ที่ต่างจิตต่างใจคงมีความคิดมากมายอยู่ในหัวใจ กระนั้นแล้วที่ต้องไม่ลืม ก็คือความเป็นชาวพุทธที่มองด้วยความเป็นกลางและหัวใจที่เป็นธรรม

นัยสำคัญแรกที่อยากจะกล่าวถึงก็คือ ด้วยความเป็นพระก็มองด้วยความเจ็บใจ เพราะศาสนาพุทธบ้านเราถึงจุดตกต่ำกระนั้นแล้วหรือ

“ไม่อยากให้เป็นเหมือนอินเดีย ศาสนาพุทธในอดีตเคยรุ่งเรือง แต่ปัจจุบันเป็นแค่อดีตเมืองพุทธที่เคยรุ่งเรือง ประเทศไทยปัจจุบันเป็นเมืองพุทธที่รุ่งเรือง แต่กลัวว่าจะเป็นเหมือนอินเดีย...กลายเป็นอดีตที่เคยรุ่งเรือง”

ฉะนั้น หากมีการปะทะกันก็ดีหรือปัญหาต่างๆเกิดขึ้น อาตมาคิดว่าในความคิดของทหาร...เจ้าหน้าที่เองก็ไม่อยากจะทำหรือให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้น เพียงแต่ทำเพราะ “หน้าที่” แค่นั้นเอง

ส่วน “พระ” เองก็เหมือนกัน ต้องเข้าใจว่าไม่เหมือนในอดีต คนเดินผ่านไปมาเห็นแล้วต้องกราบ ต้องประนมมือไหว้ แต่วันนี้คนเห็นพระนอกจากไม่กราบแต่เดินชนด้วยซ้ำ

ภาพ...การกระทำของพระที่ไม่ดีไม่งามเผยแพร่ตามสื่อต่างๆ แชร์กันในโลกออนไลน์อาจเป็นแค่พระไม่กี่รูป หรือเหตุที่เกิดขึ้นเกิดกับวัดแค่วัดเดียว แต่ผลที่ตามมาทำให้วัดส่วนมาก สงฆ์หมู่มากโดนมองเหมารวมไปด้วย

แต่ก็ไม่ได้โทษใคร?หรือวัดใด?

“คอร์รัปชัน” กับ “ประเทศไทย” ฝังรากลึกมานานแล้ว วันหนึ่ง ...สมมติว่าจะขุดออกแบบขุดรากถอนโคน ก็ออกไม่ได้เพราะหยั่งรากลึกตั้งแต่อดีตมายาวนานแล้ว

เมื่อเรื่องราวเหตุปัจจัยต่างๆมาบรรจบเชื่อมโยงกันเป็นทางสายเดียวกัน “ชาวพุทธไทย” วันนี้จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะอยู่บนปากเหวแห่งศรัทธา...คงต้องรอดูกันต่อไปว่าศรัทธาที่โยมฆราวาสมีต่อ “พระพุทธศาสนา” จะเป็นอย่างไรต่อไป.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้