วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คบ6เดือนรู้เลยเป็นคนที่ใช่! อีฟ ควง ต้น วิวาห์ แต่งงานเข้าบ้านผู้หญิง (คลิป)

อีฟ พุทธธิดา ควงต้น เจิมศักดิ์ เข้าพิธีฉลองมงคลสมรส หลังเข้าพิธีแต่งงานไปเมื่อวันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา หลังแต่งฝ่ายชายเตรียมย้ายเข้าบ้านฝ่ายหญิงเพราะที่บ้านมีแค่พ่อกับแม่ และไม่เปลี่ยนนามสกุล เนื่องจากตระกูลของอีฟเหลือตนเองคนเดียวที่ใช้นามสกุลนี้ ส่วนเรื่องสินสอดไม่ได้นับเพราะผู้ใหญ่จัดการให้ มีแหวนเพชรที่เจ้าบ่าวเตรียมให้ 8 กะรัต ยังไม่มีแพลนฮันนีมูนขอทำงานก่อน เนื่องจากหยุดงานมานาน...

หลัง อีฟ พุทธธิดา ศิระฉายา วัย 33 ปี ทายาทศิลปินแห่งชาติและนักแสดงอาวุโส ต้อย เศรษฐา ศิระฉายา กับ เปี๊ยก อัญชลี ศิระฉายา (อรัญญา นามวงศ์) ควงคู่ ต้น เติมศักดิ์ ศักดาพร วัย 30 ปี แฟนหนุ่มนักธุรกิจ เข้าพิธีหมั้นและแต่งงานตามประเพณีไทย ที่ บ้านจิม ทอมป์สัน ย่านพระราม 1 ไปเมื่อวันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา

ช่วงบ่ายวันที่ 4 มี.ค. ที่ รอยัล จูบิลี่ บอลลูม เมืองทองธานี จ.นนทบุรี อีฟ พุทธธิดา ได้จูงมือ ต้น เติมศักดิ์ แฟนหนุ่มนักธุรกิจ เข้าพิธีฉลองมงคลสมรสสุดอลังการ มีคนในวงการบันเทิงมาร่วมงานอย่างคับคั่ง โดยมี พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี เป็นประธานในพิธี ซึ่งบรรยากาศในงานเป็น ธีมแกสบี้ ย้อนยุค ด้านสินสอดทองหมั้นนั้นมี แหวนเพชร 8 กะรัต ส่วนรายละเอียดอย่างอื่นนั้นคู่บ่าวสาวขออุบไว้ โดยบ่าวสาวป้ายแดงได้ให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกว่า

ตอนนี้ถือว่าแต่งแล้วใช่มั้ย?
อีฟ "แต่งแล้วค่ะ แต่งตั้งแต่วันที่รดน้ำสังข์ วันที่ 26 ก.พ. ค่ะ ที่บ้านพิพิธภัณฑ์บ้านไทย จิม ทอมป์สัน ค่ะ" (คลิกชมชุดไทย ที่อีฟใช้ในงานแต่ง)

สินสอด?
ต้น "เรื่องสินสอดทองหมั้นผมเป็นคนดูแลแค่เรื่องแหวนครับ ส่วนเรื่องสินสอดอย่างอื่นพวกแก้วแหวนเงินทองก็คือจะเป็นทางผู้ใหญ่ของผมเป็นคนดูแล ผมไม่ทราบเหมือนกัน"
อีฟ "และไม่ได้นับด้วยค่ะ(หัวเราะ)"

สมน้ำสมเนื้อใช่มั้ย?
ต้น "ใช่ครับ(ยิ้ม)"
อี๊ฟ "พ่อก็ยกให้น่ะ(ยิ้ม) ก็คือกล้ายกลูกสาวให้ล่ะ เขาก็น่าจะพอใจแล้ว"

เรื่องของแหวน?
ต้น "แหวน 8 กะรัตครับ เลข 8 เป็นเลขมงคลครับ เพราะผมมีเชื้อจีนอยู่ด้วยก็เลยเลือกเลข 8"

จดทะเบียนไหม?
อีฟ "อีฟใช้นามสกุลเดิมค่ะ"

ความรู้สึกหลังแต่ง?
ต้น "มีความสุขดีนะครับ (หัวเราะ)"
อี๊ฟ "ชีวิตคู่นะคะ อีฟรู้สึกว่าเราเป็นสามีภรรยาแล้วนะ จริงๆ ในวันงานที่ทำให้เรารู้สึกว่ามันเป็นยังงี้เอง วันที่ทุกคนมาแสดงความยินดีกับเราด้วยความตั้งใจมา เต็มใจมา และที่สำคัญคือพรต่างๆ ที่ได้รับในวันแต่งทำให้พวกเรารู้สึกว่าชีวิตเปลี่ยนไป คือเราใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าการได้รับพร ได้ผ่านพิธีมันทำให้ชีวิตเปลี่ยน (หัวเราะ)"
ต้น "คือจากเดิมที่เราใช้ชีวิตเพียงคนเดียว ทำแต่งาน ต่อจากนี้ไปเราก็ต้องคิดถึงเขา ก่อนหน้านี้เราอาจจะกลับบ้านไม่เป็นเวลาบ้าง แต่หลังจากนี้ก่อนจะกลับบ้านก็จะโทรบอกเขาว่าเราจะกลับบ้านแล้วนะ เพื่อให้เขาสบายใจ เพราะไม่ใช่คนๆ เดียวแล้ว เราสองคนคือคนๆ เดียวกัน"
อี๊ฟ "ก็แฮปปี้ดีค่ะ เพราะต้นเขาค่อนข้างเหมือนพ่อ เพราะฉะนั้นเขาก็เข้ากันได้ดีอยู่แล้ว พ่อก็เหมือนมีลูกชายใหม่ ตอนแรกเราก็เหมือนเป็นคู่เฉยๆ แต่ตอนนี้อีกหน่อยเราจะเป็นครอบครัว เราก็เหมือนอัพเลเวลขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งเป็นครอบครัวค่ะ"

อาต้อยมีฝากฝังอะไรเป็นพิเศษมั้ย?
ต้น "ดูแลลูกสาวคนเดียวของพ่อให้ดีนะครับ แค่นั้นเอง สั้นๆ เลย(หัวเราะ) ผมก็จะดูแลให้ดีครับ ดูแลทุกวันให้ดีที่สุด(ยิ้ม) ผมก็ทำได้แค่สัญญากับแกว่าจะดูแลให้ดีที่สุด เหมือนกับที่แกรักและเป็นห่วง"

อะไรที่ทำให้ต้นชนะใจเรา?
อีฟ "ตอนที่เรารู้จักกันใหม่ๆ น่ะค่ะ ตั้งแต่เดทครั้งแรกอีฟก็อยู่กับเขา คือคนไม่เคยเจอกันเลย แต่ไปเดทกันครั้งแรกวันวาเลนไทน์ คือไปทำความรู้จักกัน ณ วันนั้นมากขึ้น เหมือนกับพอเจอกันแล้วได้คุย กินข้าว 7 ชั่วโมง ไม่รู้ว่าเวลามันผ่านไป 7 ชั่วโมงแล้ว อันนั้นเป็นประกายแรกที่ทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่เคยอยู่กับใครที่เราไม่รู้จักและใช้เวลาได้ถึง 7 ชั่วโมง แสดงว่าเขาต้องมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เราสบายใจที่จะอยู่ด้วย มันเริ่มจากตรงนั้น และเราก็คุยกันมาเรื่อยๆ ยิ่งคุยก็ยิ่งรู้สึกว่าเขาเป็นคนอบอุ่นและเป็นผู้ชายที่โตแล้ว มีวุฒิภาวะ มีความเข้าใจ ที่สำคัญคือถ้าเขารักเราและเขากล้าที่จะเลือกเรา เราไม่มีเหตุผลอะไรที่จะปฏิเสธค่ะ (ยิ้ม)"

ต้น "สำหรับผมวันแรกที่เจอเขา เราไม่รู้จักกันเลย แต่เขาเป็นคนพูดเก่งมาก เราก็นั่งฟัง ครับๆ ตอบได้คำเดียวว่า ครับ ผมเป็นคนที่ชอบเรื่องสัพเพเหระ ชอบฟังซะส่วนใหญ่ เป็นคนที่พูดน้อย ก็เลยฟังเขาแล้วรู้สึกว่ามันทำให้เราอยู่ได้นานโดยที่เราลืมเวลาไปเลยด้วยซ้ำว่าเราอยู่กันมากี่ชั่วโมงแล้ว ก็เลยรู้สึกว่าประทับใจมากวันนั้น และอีกอย่างหนึ่งเขาเป็นคนสวยอยู่แล้วด้วย ผมแพ้คนสวยครับ(หัวเราะ)"

จากวันที่ขอแต่งงานห่างจากวันที่เริ่มคบกันนานเท่าไหร่?
อี๊ฟ "6 เดือนค่ะ"
ต้น "ระยะเวลาไม่สำคัญนะ เพราะหลังจากที่ผมรู้จักเขาทุกๆ วันผมจะมีเวลาให้เขาทุกๆ เย็น อยู่ด้วยกัน ทานข้าวด้วยกัน มีเวลาดูหนังตามประสาวัยรุ่นน่ะครับ(หัวเราะ) ออกกำลังกายบ้าง จนเรารู้สึกว่าเรามีเวลาเยอะนะสำหรับทุกๆ วัน วันละ 3-4 ชั่วโมง จนถึง 6 เดือนก็เยอะอยู่นะ แต่จะทำยังไงให้เราได้เข้าใจเขามากขึ้นในทุกวันๆ ทำให้เรารู้สึกว่าคนๆ นี้แหละใช่ ก็ขอเลยแล้วกัน ณ ตอนนั้นนะครับ(ยิ้ม)"
อีฟ "ตอนถูกขอก็ตกใจนิดหนึ่ง คือเขาชอบพูดเล่น เวลาไปกินข้าวกับเพื่อนๆ เขาก็จะชอบพูดเล่นว่าเดี๋ยวถ้าเกิดแต่งงานเพื่อนๆ กั้นประตูอย่ากั้นโหดนะ คือเหมือนเขาจะแซว เขาพูดเล่นอยู่เรื่อย ก็ไม่เคยคิดว่าเขาตั้งใจจะขอจริงๆ ในระยะเวลาอันรวดเร็วขนาดนั้นค่ะ แต่ว่าพอตอนที่ถูกขอจริงๆ แล้วเราก็รู้สึกอึ้งไปแป๊บนึง มันเหมือนเรื่องโกหกน่ะ มีกล้องหลอกรึป่าววะ(หัวเราะ) คือโดนขอแล้วอีฟก็ยังนิ่งอยู่นานเลยค่ะ เขาถึงกับต้องมาเขย่าตัวว่าตกลง yes หรือ no คือเรานึกว่าโดนหลอก พอเขาถามเราว่าตกลงจะแต่งหรือไม่แต่ง อีฟก็เลยตอบว่า yes ณ วินาทีที่เราเงียบไปเราก็นึกไม่ออกว่าเราก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะตอบว่าไม่น่ะค่ะ เราก็รักกัน และเขาก็เป็นคนที่พร้อมแล้ว ถ้าเขาพร้อมเราก็ควรจะต้องพร้อมค่ะ(ยิ้ม)"

วันนี้งานใหญ่มาก เชิญแขกเยอะมาก?
อีฟ "จริงๆ ตัวอีฟอยากจะมีงานเล็กๆ ด้วยซ้ำนะคะ แต่ด้วยพ่อแม่เรา คือมีคนที่อยากจะมาแสดงความยินดีกับพ่อแม่เราว่าลูกขายออกเนี่ยเยอะมาก(หัวเราะ) รวมถึงตัวเราเอง เพราะทุกคนไม่เคยคิดว่าอีฟจะแต่งงาน พอบอกออกไปว่าเราจะแต่งงานนะ ทุกคนก็ดูดีใจมาก ทุกคนก็อยากจะมาร่วมแสดงความยินดี ซึ่งอีฟก็เลยคิดว่าถ้าทุกคนตั้งใจจะมา เราก็อยากจะมีพื้นที่มากพอที่จะรองรับทุกคนอย่างสะดวกสบาย อีฟก็เลยเลือกสถานที่ที่ค่อนข้างใหญ่เพื่อที่จะรองรับได้ทุกคน"

ธีมงาน?
อีฟ "อันนี้เป็นสิ่งที่เราคิดตรงกัน คืออีฟเป็นคนที่ชอบแนววินเทจ ต้นก็ชอบ อีฟเป็นผู้หญิงหุ่นแบบคนยุคเก่า ใส่เสื้อผ้าแบบยุคร่วมสมัยไม่สวย ก็เลยอยากใส่ชุดในยุคที่เรารู้ว่าแม่เราใส่สวย ถ้าแม่เราใส่สวยเราก็ต้องใส่สวย(ยิ้ม) ก็เลยเอาแม่เป็นแบบค่ะ เพราะเราก็อยากให้ดูย้อนยุคนิดนึงด้วยค่ะ"

ทำงานในวงการต่อไหม?
ต้น "ถ้าไม่ทำก็เลี้ยงไหวครับ แต่เราก็อยากให้เขาทำในสิ่งที่เขารักและเขาโตมากับวงการนี้ ผมก็คิดว่าปล่อยเขาให้ได้ทำงานในสิ่งที่เขารักดีกว่า ส่วนเขาจะมาช่วยงานผม ผมก็ยินดี มาได้ตลอดครับ(ยิ้ม) ธุรกิจของผมมีทั่วประเทศครับ เรื่องเซ็กซี่เหรอ จริงๆ ผมเป็นคนที่ค่อนข้างหวงนะ หวงแฟนมาก โดยส่วนตัวผมก็หวงตัวเองนะ(ยิ้ม) ก็หวงครับ แต่ว่าเขาโตแล้ว เขาก็ต้องรู้ลิมิตของตัวเองอยู่แล้ว"
อีฟ "อีกหน่อยเขาก็จะบอกว่าถ้ามีลูกไม่อายลูกเหรอ คือเขาก็จะมีวิธีดักทางเราเองแหละ และอีฟได้ใช้ชีวิตในช่วงที่อีฟต้องการแบบเป็นตัวของตัวเองเยอะมากแล้วค่ะตลอดเวลา 7-8 ปีที่ผ่านมา(หัวเราะ) มันก็เป็นช่วงเวลาที่อีฟได้ใช้อย่างเต็มที่ค่ะ ก็เลยรู้สึกว่าถ้าเราจะโตขึ้นโดยวุฒิภาวะแล้วก็คงต้องมีความพร้อมที่จะเป็นภรรยาและเป็นแม่บ้านให้มากขึ้น"

ย้ายเข้าบ้านไหน?
ต้น "ผมย้ายเข้าบ้านเขาครับ ด้วยที่พ่อกับแม่ของคุณอีฟก็อายุพอสมควรแล้วครับ และผมเป็นคนที่ชอบดูแลผู้หลักผู้ใหญ่อยู่แล้วก็ไม่ได้เสียหายอะไรที่ผมจะย้ายเข้าไปแล้วได้ช่วยเขาแบ่งเบาภาระด้วย"

เป็นอีกเหตุผลที่อีฟยังใช้นามสกุลเดิมหรือเปล่า?
อีฟ "จริงๆ ที่ใช้นามสกุลเดิม เพราะในตระกูลอีฟไม่รู้จักญาติที่ไหนอีกแล้วที่นามสกุลนี้ คืออีฟเป็นคนสุดท้ายเท่าที่พ่อบอก ก็เลยรู้สึกว่าพ่อสร้างไว้เยอะ เลยอยากจะเก็บไว้ถ้าทางนี้เขาไม่ว่าอะไร ซึ่งคุยกันแล้ว ก็ต้องบอกว่าต้นเป็นผู้ชายที่ใจดีมาก ก็ตกลงกันว่าไม่เป็นไรงั้นก็ไม่ต้องเปลี่ยน และที่เขายอมย้ายเข้าบ้านเงื่อนไขก็คืออีฟเองตั้งใจไว้แล้วว่าถ้าแต่งงานอีฟจะไม่ออกจากบ้าน คือผู้ชายอาจจะต้องเสียสละนิดนึง เพราะบ้านมีแค่นี้ แค่อีฟ พ่อ แม่เท่านั้น แม่ก็ป่วยมาแล้ว เรามีประสบการณ์ตรงนั้นมาแล้ว เราไม่อยากไปไหนไกล ซึ่งทางนี้ก็เข้าใจ ครอบครัวเขาก็เข้าใจ ก็เลยไม่มีปัญหา ยิ่งทำให้ทุกๆ อย่างเข้าล็อกค่ะ"

จะมีน้องเลยไหม?
อีฟ "ตั้งใจไว้ว่าไม่คุมค่ะ ปล่อยให้เป็นธรรมชาติ จริงๆ หลายคนก็ทักว่าไม่เด็กแล้วนะ ไม่ปรึกษาหมอก่อนเหรอ แต่ใจก็คุยกันไว้ว่าจะลองธรรมชาติไปก่อน ลองไปก่อนสักปีนึงค่อยว่ากันถ้ายังไม่มา"
ต้น "สำหรับผมจะผู้หญิง ผู้ชายก็ได้หมดนะ แต่ถ้าที่อยากได้จริงๆ อยากได้ผู้ชายครับ(ยิ้ม)"

จะเอาหลักการใช้ชีวิตคู่ของพ่อกับแม่มาใช้ยังไงบ้าง?
ต้น "พ่อสอนสั้นๆ มาก เป็นคนดี เข้าใจ รักครอบครัวให้มาก แค่นั้นเอง ส่วนผมแล้วคือไม่ได้ชมตัวเองนะ ผมก็คิดว่าผมก็เป็นคนดีคนนึงครับ(ยิ้ม) ที่จะดูแลผู้หญิงคนนี้ได้ ในเมื่อเรารักเขา เราก็ต้องทำให้เขาได้ทุกอย่าง ผมคิดแค่นี้เองครับ ง่ายๆ (ยิ้ม)"
อีฟ "คือเราต้องหาจุดกึ่งกลางให้กันและกัน คือต้นเขาก็เป็นผู้ชายที่ทำงานสุด อี๊ฟเองทั้งเพื่อน ทั้งครอบครัวก็สุดเหมือนกัน ก็คิดว่าเราคงต้องจูนกัน และอาศัยคำว่าถ้อยทีถ้อยอาศัยและให้เกียรติซึ่งกันและกันให้มาก อีฟคิดว่าเป็นจุดที่ทำให้ชีวิตคู่ประสบความสำเร็จ อย่างพ่อกับแม่เขาก็อยู่ด้วยกันแค่นั้น ความรักมันเป็นตัวก่อเกิด อย่าให้อะไรอย่างอื่นมากระทบความรักของเรา คือต้องสร้างภูมิความรักของเราด้วยความเข้าใจ ยอมลด ยอมวาง และให้พื้นที่กันและกันบ้าง สิ่งเหล่านี้เรามีพ่อแม่เป็นตัวอย่าง และโชคดีที่พอเราอยู่ด้วยกันเราก็เห็นเขาทุกวัน เราก็จะได้ไม่ลืมว่าเรารู้จักเขายังไง และสักวันนึงเราก็จะเป็นแบบเขา จะแก่ไปด้วยกันแบบเขา(ยิ้ม)"

ฮันนีมูน?
อีฟ "ยังไม่ได้คิดเลยค่ะ"
ต้น "ก็คิดไว้บ้างนะครับ"
อีฟ "เรื่องนี้อาจจะโยนไปให้เจ้าบ่าว เพราะงานแต่งอีฟคิดหมดแล้ว ทำเองทุกอย่าง(หัวเราะ) ที่ผ่านมายุ่งจริงๆ ค่ะ ไม่ได้ทำงานหลายเดือนเลย ก็เลยอาจจะขอคิดก่อนเรื่องนี้ เพราะไม่ได้ทำงานนานด้วยก็เลยอยากกลับไปทำงานก่อน มีงานที่ต้องสะสางเยอะเลย"

ได้แฟนเด็กตามที่เคยบอกเอาไว้เลย?
อีฟ "ใช่(หัวเราะ) โดนหลอกมา"
ต้น "ยอมให้หลอกมากกว่ามั้ง(หัวเราะ) อายุเป็นแค่ตัวเลขครับ(ยิ้ม)".

อีฟ พุทธธิดา ควงต้น เจิมศักดิ์ เข้าพิธีฉลองมงคลสมรส หลังเข้าพิธีแต่งงานไปเมื่อวันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา หลังแต่งฝ่ายชายเตรียมย้ายเข้าบ้านฝ่ายหญิง เพราะที่บ้านมีแค่พ่อกับแม่ และไม่เปลี่ยนนามสกุล เรื่องสินสอดผู้ใหญ่จัดการให้ 4 มี.ค. 2560 17:46 ไทยรัฐ