วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นักธรณีร่วมสำรวจขั้วโลกใต้เตรียมกลับไทย แนะทุกคนควรตระหนักภาวะโลกร้อน

“ดร.ประหยัด” นักธรณีวิทยาไทยจาก ม.เกษตรศาสตร์ ส่งจดหมายจากขั้วโลกใต้ ประสบความสำเร็จในการสำรวจ ใกล้กลับเมืองไทยแล้ว แนะ ตระหนักภาวะโลกร้อน หลังพบน้ำแข็งขั้วโลกละลายมากกว่าปกติ เชื่อกระทบคนทั้งโลก

ดร.ประหยัด นันทศีล นักธรณีวิทยาและอาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้เข้าร่วมคณะสำรวจทวีปแอนตาร์กติกของประเทศญี่ปุ่น ประจำปี 2559-2560 รายงานความคืบหน้าการสำรวจจากขั้วโลกใต้ ก่อนเดินทางกลับเมืองไทย วันที่ 22 มีนาคมนี้ โดยเล่าผ่านตัวอักษรถึงภาวะโลกร้อนว่า

“วันนี้เป็นวันรองสุดท้ายที่จะอยู่ที่สถานีโชวะของญี่ปุ่น ซึ่งอยู่บนเกาะอองกูลตะวันออก และเกาะนี้อยู่ในอ่าว Lützow-Holm Bay ทางด้านตะวันออกของทวีปแอนตาร์กติกหรือขั้วโลกใต้นั่นเอง วันที่ 14 กุมภาพันธ์ พวกเราออกเดินทางจากที่นี่มุ่งหน้ากลับไปยังเมืองซิดนีย์ ของออสเตรเลีย จะถึงที่นั่นวันที่ 20 มีนาคม แล้วผมจะกลับถึงประเทศไทยวันที่ 22 มีนาคม 2560 จนถึงขณะนี้พวกเราเก็บข้อมูลและตัวอย่างหินจากพื้นที่เป้าหมายได้เกือบครบทุกแห่งมีเพียงแห่งเดียวที่ต้องยกเลิกไปเพราะสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย ถึงแม้จะมาทำวิจัยด้านธรณีวิทยาและตัวอย่างที่ผมเก็บกลับมาคราวนี้ก็บันทึกแต่เรื่องราวที่เกิดมานานแล้วไม่น้อยกว่า 500 ล้านปี แต่สิ่งที่ผมอยากเขียนให้คนไทยได้อ่านเป็นเรื่องของนกเพนกวินที่ขั้วโลกใต้ หมีขาวที่ขั้วโลกเหนือ และเรื่องของเราทุกคนคือ "ภาวะโลกร้อน" ครับ

มาเริ่มกันด้วยเรื่องของนกเพนกวินที่น่ารัก ผมได้คุยกับนักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่น ซึ่งมาศึกษาเรื่องเพนกวินในพื้นที่เดิมทุกปี เล่าว่า ช่วงหน้าร้อนของทุกปีคือปลายเดือนธันวาคมถึงต้นมกราคม เป็นเวลาที่นกเพนกวินจะตกไข่ โดยส่วนใหญ่ แม่นกเพนกวินจะตกไข่ทีละ 2 ฟอง พอไข่ฟักพ่อแม่ก็จะสังเกตว่าลูกนกตัวไหนแข็งแรงกว่าก็จะดูแลเอาใจใส่ ส่วนตัวที่อ่อนแอก็จะปล่อยให้อดตาย หรือปล่อยให้นก Skua กินเป็นอาหารกัน เพราะการเลี้ยงลูกทีละ 2 ตัวเป็นเรื่องยากมาก อาจฟังดูเป็นเรื่องโหดร้ายแต่เป็นกลไกทางนิเวศวิทยาในธรรมชาติ แต่ปีนี้มีสิ่งที่แปลกไปจากทุกปีคือ แผ่นน้ำแข็งในทะเลละลายหายไปจากชายฝั่งบริเวณนั้น ทำให้พ่อแม่นกเพนกวินไม่ต้องเดินบนแผ่นน้ำแข็งเพื่อออกไปหาอาหารเป็นระยะทางหลายสิบกิโลเมตร เพียงเดินไปที่ชายฝั่งอยู่ห่างจากรังเพียงไม่เกิน 1 กิโลเมตร ก็ลงน้ำแล้วมีอาหารมากมายแล้วก็เดินกลับมาป้อนลูก ด้วยเหตุนี้ลูกนกเพนกวินที่เกิดในปีนี้จึงมีอัตราการรอดตายสูงมากเป็นประวัติการณ์ คือเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ และเจริญเติบโตเร็วมาก เพียงแค่ 3-4 สัปดาห์ก็โตเต็มวัยและผลัดขนได้ แปลว่ามันจะอยู่รอดในหน้าหนาวที่ฟังดูเป็นเรื่องน่ายินดี

แต่สิ่งที่ตรงกันข้ามกำลังเกิดขึ้นกับหมีขาวที่ขั้วโลกเหนือ เพราะน้ำแข็งที่ขั้วโลกเหนือละลายมากกว่าปกติ ทำให้หมีขั้วโลกประสบปัญหาในการล่าเหยื่อ ปกติเหยื่อคือพวกแมวน้ำหรือลูกสิงโตทะเล และสภาพที่เอื้อให้ล่าเหยื่อได้ดีที่สุดก็คือการมีแผ่นน้ำแข็งที่กว้างใหญ่และแข็งแรงหนาพอให้เดินได้เพราะมันวิ่งเร็วกว่าเหยื่อ แต่ถ้าแข่งกันว่ายน้ำหมีขาวไม่มีทางไล่ทันแมวน้ำหรือสิงโตทะเล เลยทำให้ปีนี้หมีขาวกำลังอดอยากและตายเป็นจำนวนมาก

สาเหตุที่น้ำแข็งขั้วโลกละลายมากกว่าปกติเพราะโลกร้อนขึ้นครับ เราๆ ท่านๆ อาจได้ฟังเรื่องของโลกร้อนมามาก วันนี้ผมอยากเรียนให้ทราบว่าโลกร้อนคือเรื่องของพวกเราทุกคน ไม่ต้องดูไหนอื่นไกลครับ ดูประเทศไทยเรา เดือนธันวาคมที่ผ่านมาเราเพิ่งประสบภัยน้ำท่วม และอีกไม่กี่เดือนที่จะถึงนี้ก็จะได้เห็นภัยแล้ง เวลาน้ำฟ้าไม่มาก็ไม่มาสักที แต่บทจะมาก็เทลงมาจนท่วมเป็นอย่างนี้ทุกปี อย่างนี้เราเรียกว่าไม่เดือดร้อนหรือเปล่าครับ นี่เป็นเรื่องเดียวกันกับเรื่องของเพนกวินและหมีขาวครับ

สุดท้ายนี้ผมอยากบอกคนไทยทุกคนว่า เรื่องโลกร้อนเป็นเรื่องของมนุษย์ทุกคนที่อยู่บนโลกนี้ วันนี้เราจะไม่สนใจเรื่องโลกร้อนไม่ได้อีกแล้ว วันนี้ ถึงวันที่แต่ละคนต้องลงมือทำสิ่งที่ทางการรณรงค์แล้วครับ เพราะเรากำลังเดือดร้อนไม่ต่างจากหมีขาว หากเราละเลย ไม่สนใจ รุ่นลูกรุ่นหลานของเราคงต้องย้ายเมืองหลวงกันในสักวัน”.

“ดร.ประหยัด” นักธรณีวิทยาไทยจาก ม.เกษตรศาสตร์ ส่งจดหมายจากขั้วโลกใต้ ประสบความสำเร็จในการสำรวจ ใกล้กลับเมืองไทยแล้ว แนะ ตระหนักภาวะโลกร้อน หลังพบน้ำแข็งขั้วโลกละลายมากกว่าปกติ เชื่อกระทบคนทั้งโลก 4 มี.ค. 2560 14:06 ไทยรัฐ