วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พระสนิทวงศ์หลบ ผวาถูกจับ ผบ.ทบ.ไล่บี้ธัมมชโย โผล่ที่ไหนล็อกได้ทันที

ปรากฏตัวที่ไหน ล็อกได้ทันที “พระสนิทวงศ์” ถูกดีเอสไอแจ้งจับที่กองปราบฯ ข้อหายุยงปลุกปั่นและการบิดเบือนข่าวสารผ่านเฟซบุ๊ก ส่วนขัดคำสั่ง ม.44 ถูกออกหมายเรียก 2 ครั้ง ไม่ยอมมาพบจ่อออกหมายจับ การแถลงข่าวที่วัดพระธรรมกายโต้เจ้าหน้าที่รายวัน ไร้เงา “พระสนิทวงศ์” ส่งพระลูกวัดซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่สำนักสื่อสารองค์กร ชี้แจงแทน ที่ตลาดกลางคลองหลวงหวิดปะทะอีกรอบ หลังเจ้าหน้าที่ต้องการรื้อเต็นท์ออก และขอคืนพื้นที่ตลาดคืน เพราะอยู่ในเขตควบคุมพิเศษ พระที่จำวัดอยู่และสาวก “ยอมตาย ไม่ยอมย้าย” สวดมนต์นั่งขวาง ด้านดีเอสไอทลายแหล่งซุกตัวของศิษย์วัดพระธรรมกาย จุด 2 ในโกดัง ตลาดป้าเช็งใกล้เคียงตลาดไท ห่างจากประตูวัดไม่กี่กิโล ขณะที่ “ผบ.ทบ.-แม่ทัพภาค 1” ดอดพบ “บิ๊กตู่” คาดคุยปมวัดพระธรรมกาย “บิ๊กเจี๊ยบ” จี้ “พระธัมมชโย” เลิกนั่งเสวยสุข ก้าวออกมามอบตัว เชื่อยังอยู่ในวัด “บิ๊กป้อม” เผยนายกฯ สั่งตั้ง “ทีมแพทย์ ทบ.-ตร.” ดูแลวัดพระธรรมกาย ชี้เรื่องอยู่ที่คนคนเดียว ถ้าเข้ามอบตัวจบ ส่วน นปช.ปัดเอี่ยวปัญหาธรรมกาย ซัดรัฐบาลลุแก่อำนาจทำผู้บริสุทธิ์ดับ

ยืดเยื้อกว่าครึ่งเดือนแล้ว ที่รัฐบาลประกาศใช้อำนาจ ม.44 ให้พื้นที่วัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เป็นเขตควบคุมพิเศษ เพื่อให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นหน่วยงานหลักสนธิกำลังทหาร ตำรวจหลายพันนาย เข้าปิดล้อมจับกุมพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์วัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีร่วมกันฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ซึ่งไร้วี่แววจะรวบตัวได้ ทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกันหลายครั้ง มีลูกศิษย์วัดเสียชีวิต 2 ราย ทั้งการผูกคอตายประท้วง ม.44 และเสียชีวิตจากโรคหอบหืด อ้างเหตุหน่วยกู้ชีพเข้าไปช่วยเหลือไม่ทัน วัดติดป้ายขออาหารและยา ขณะที่ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและ ผกก.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ถูกเด้ง ส่วนพระธัมมชโยและผู้เกี่ยวข้องถูกดำเนินคดีเพิ่มกว่า 350 คดี ล่าสุด ดีเอสไอเตรียมจัดการพระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผอ.สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ฐานยุยงปลุกปั่นและการบิดเบือนข่าวสารผ่านเฟซบุ๊ก รวมทั้งขัดคำสั่งไม่มารายงานตัว

พระออกบิณฑบาตมากกว่าปกติ

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 3 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ บริเวณตลาดกลางคลองหลวง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี มีศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายเดินทางเข้ามาปักหลักสวดมนต์ในตลาดอย่างไม่ขาดสาย ขณะที่พระสงฆ์วัดพระธรรมกาย เดินเท้ามาบิณฑบาตกว่า 50 รูป ถือว่ามากกว่าทุกวัน มีสามเณร 5 รูป มาร่วมบิณฑบาตด้วย ทั้งพระสงฆ์และสามเณรเดินมาพร้อมกันทีเดียวทั้งหมด จากเดิมจะเดินมาครั้งละ 3-5 รูป อย่างไรก็ตามยังคงมีศิษยานุศิษย์ทยอยเดินทางมาใส่บาตร และสวดมนต์เช่นทุกวัน ในส่วนการดูแลความเรียบร้อยพื้นที่ตลาดกลางคลองหลวง เจ้าหน้าที่ยังคงตรวจสัมภาระสิ่งของต่างๆ ที่ศิษยานุศิษย์นำติดตัวมาเพื่อความปลอดภัย รวมถึงการตรวจใบสุทธิของพระสงฆ์ที่จะเข้าในพื้นที่ บรรยากาศทั่วไปเรียบร้อยดี

ย้ำแจ้ง ม.116 “พระสนิทวงศ์” หากผิดจริง

ที่ บก.ตชด.ภ.1 เวลา 08.45 น. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ มาประชุมประเมินสถานการณ์และแนวทางปฏิบัติการตรวจค้นวัดพระธรรมกาย เพื่อติดตามจับกุมตัวพระธัมมชโย ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักษ์ศักดิ์สกุล รอง อธิบดีดีเอสไอ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และกรมการปกครอง พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าวถึงข้อซักถามเกี่ยวกับการดำเนินการกับพระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผอ.สำนัก สื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ในความผิดตามประมวล กฎหมายอาญามาตรา 116 ฐานยุยงปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบในบ้านเมืองว่า ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมาย

เหตุที่ยังไม่เข้าล็อกตัว

ด้าน พ.ต.อ.ทรงศักดิ์กล่าวว่า หลังจากดีเอสไอได้ออกคำสั่งเรียกให้พระสนิทวงศ์มารายงานตัว โดยอาศัยอำนาจตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่ง ชาติ (คสช.) ที่ 5/2560 เมื่อวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานจากพระสนิทวงศ์แต่อย่างใด ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่เตรียมจะดำเนินคดีกับพระสนิทวงศ์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ฐานยุยงปลุกปั่นฯ ขณะนี้ฝ่ายกฎหมายอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน หากเข้าข่ายการกระทำผิดจะต้องมีการแจ้งความดำเนินคดีต่อไป สาเหตุที่ยังไม่เข้าควบคุมตัวพระสนิทวงศ์แม้ว่าที่ผ่านมา พระสนิทวงศ์จะปรากฏตัวให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอยู่เป็นประจำก็ตาม แต่กรณีของพระสนิทวงศ์แตกต่างจากนายอัยย์ เพชรทอง ซึ่งถูกดีเอสไอควบคุมมาสอบปากคำ เพราะนายอัยย์มีพฤติการณ์กระทำผิดมาแล้วก่อนหน้านี้ แต่นายอัยย์ยังฝ่าฝืนและเข้ามาในพื้นที่บริเวณวัดพระธรรมกาย เมื่อเจ้าหน้าที่พบเห็นจึงต้องเข้าควบคุมตัว

ไร้เงา “พระสนิทวงศ์” แถลงรายวัน

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่บริเวณถนนเลียบคลองแอน 2-3 ใกล้เคียงประตู 5-6 วัดพระธรรมกาย พระมหาทศพร ปุญญังกุโร เจ้าหน้าที่สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ออกมาชี้แจงว่า วันนี้เป็นวันที่ 16 ที่วัดพระธรรมกาย ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ทั้งนี้ยังไม่พบหน้าพระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผอ.สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย และไม่ทราบว่าท่านติดธุระอะไร ให้สื่อมวลชนฝากคำถามไว้ และพระสนิทวงศ์จะตอบคำถามผ่านทางเฟซบุ๊ก แต่จะมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนอีกหรือไม่ ไม่สามารถตอบได้

แจงรายละเอียดการตาย

จากนั้นได้ชี้แจง ข้อ 1.กรณีการเสียชีวิตของ น.ส.พัฒนา เชียงแรง จากโรคหอบหืด ดังนี้ 1.1 วัดติดต่อเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เวลาประมาณ 13.31 น. วันที่ 1 มี.ค. คือ เวลาหลังจากที่ทราบว่าเสียแล้วและเป็นชุดสุดท้ายที่ตามไป เพื่อช่วยประสานงานความเรียบร้อย 1.2 ไลน์ของผู้เสียชีวิตที่สามารถติดต่อได้นั้น เพราะมีการแจ้ง “ขอยาพ่น” ในช่วงแรก เพราะอยู่พื้นที่ถูกปิด 1.3 หน่วยกู้ชีพ 1669 ได้รับการติดต่อเป็นช่วงหลังจากหน่วยกู้ชีพรัตนเวชของวัดไม่สามารถไปได้ เนื่องจากติดด่าน และประตูทางออกที่ถูกปิด 1.4 ยืนยันว่าพื้นที่พักของผู้เสียชีวิต ในพื้นที่ควบคุมพิเศษ ตามมาตรา 44 1.5 ยืนยันว่าผู้เสียชีวิตเป็นบุคลากรทางการแพทย์ ย่อมทราบอาการป่วยของตนเอง ได้ร้อง “ขอยาพ่น” จากเพื่อน เพื่อมาระงับอาการที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน แต่เสียเวลาติดด่านเจ้าหน้าที่ เพราะเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษตาม ม.44 ต้องผ่านถึง 5 ด่าน ประกอบกับถูกตัดสัญญาณโทรศัพท์ เพราะ ม.44 จึงเป็นเหตุให้เสียชีวิต

คดีสหกรณ์ฯ เยียวยาหมดแล้ว

ข้อ 2.กรณีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น 2.1 หลวงพ่อถูกกล่าวหาว่าร่วมกันกับนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีต ปธ.สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ฟอกเงิน เพราะนายศุภชัยนำเงินสหกรณ์มาบริจาค แต่ยังไม่มีการตัดสินว่านายศุภชัยผิดหรือถูก 2.2 กรณีนี้ศิษยานุศิษย์ ได้ตั้ง “กองทุนเยียวยาช่วยเหลือสหกรณ์” เท่ากับจำนวนเงินที่คุณศุภชัยนำมาบริจาค จำนวน 1,057 ล้านบาท และนอกเหนือจากศิษย์วัดพระธรรมกายแล้ว สหกรณ์ไม่ได้รับเงินช่วยเหลือจากใครอีกเลย มิหนำซ้ำดีเอสไอและอัยการอายัดเงินที่ควรคืนสหกรณ์ฯ 3,800 ล้านบาท และทราบมาว่าสหกรณ์เตรียมฟ้องอาญา หากยังไม่ยอมคืนเงินที่อายัดไป 2.3 รัฐบาลบอกจะช่วย 10,000 ล้านบาท ทุกวันนี้ยังไม่มีเงินช่วยเหลือสหกรณ์เลย 2.4 เมื่อสหกรณ์ได้รับการเยียวยาจากศิษย์วัดแล้ว ความเสียหายของสหกรณ์ในส่วนที่นายศุภชัยนำมาบริจาคให้หลวงพ่อจึงหมดไป

งบวันละ 3 ล้านบาทตามจับ “ธัมมชโย”

2.5 ณ ปัจจุบันรัฐบาลทุ่มงบประมาณไม่ต่ำกว่า 48 ล้านบาท (วันละ 3 ล้านบาท) เพื่อนำกองกำลังมาตามจับหลวงพ่อธัมมชโย อ้างเหตุความเสียหายของสมาชิกสหกรณ์ซึ่งไม่เกี่ยวกับหลวงพ่อแล้ว การดำเนินการเช่นนี้รัฐบาลมีเจตนาแอบแฝงอะไรหรือไม่ ทำเพื่อสมาชิกสหกรณ์หรือเพื่อเจตนาแอบแฝงอื่น ขอให้รัฐบาลช่วยให้คำตอบด้วย 2.6 ทำไมไม่เอางบประมาณกว่า 48 ล้านบาท ไปช่วยสมาชิกสหกรณ์ที่กำลังลำบาก จะเป็นประโยชน์ต่อสหกรณ์บ้าง 2.7เจ้าหน้าที่ทหารตำรวจมีหน้าที่ปกป้องบ้านเมืองและประชาชน แต่ทุกวันนี้กองกำลังจำนวนมากที่มาปิดล้อมวัดพระธรรมกายไม่ได้ช่วยเหลือประชาชน แต่ตรงข้ามกองกำลังปิดล้อมรถพยาบาลที่จะเข้าไปช่วยเหลือคนป่วยในพื้นที่จนกระทั่งคนป่วยต้องเสียชีวิต จากคนป่วยกลายเป็นคนตาย นี่หรือช่วยปกป้องประชาชน

ชี้ปัญหาธรรมกายเป็นวาระจร

พระมหาทศพรเผยต่อว่า ข้อ 3.ความเคลื่อนไหวจากองค์กรต่างประเทศ 3.1 กรณีการประชุมองค์กรพุทธโลก ณ เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ขอแจ้งว่า กรณีวัดพระธรรมกายไม่มีในวาระการประชุมปกติ แต่เป็น “วาระจร” ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาอภิปรายอย่างเร่งด่วนและกว้างขวาง เนื่องจากวัดพระธรรมกายเป็นองค์กรพุทธไทยที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง 3.2 ขณะนี้กระทรวงต่างประเทศของประเทศอังกฤษ Foreign and Commonwealth Office ได้ตอบรับเรื่องของวัดพระธรรมกายแล้ว และแจ้งว่าจะนำเรื่องนี้ส่งต่อให้ผู้เกี่ยวข้อง ทั้งท่านเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ทั้งรัฐ-มนตรีกระทรวงการต่างประเทศ Alok Sharma MP จะได้เข้าพูดคุยเรื่องสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพทางการนับถือศาสนากับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ต่อไป 3.3 สมาคมชาวพุทธทวีปยุโรปยืนยัน มีการยื่นหนังสือร้องเรียน UN กรณีวัดพระธรรมกายถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนจากรัฐบาลที่ใช้ ม.44 ที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่องค์การ สหประชาชาติ

รายการทรัพย์สินเสียหาย

พระมหาทศพรเผยอีกว่า ข้อ 4 วัดและประชาชนผู้บริสุทธิ์ ถูกคุกคามและเดือดร้อน โดยเจ้าหน้าที่รัฐ 4.1 กรณีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอซึ่งสิ้นสุดระยะเวลาตามหมายค้น แต่เจ้าหน้าที่ได้เข้ามาภายในพื้นที่วัด เป็นพฤติกรรมที่ไม่น่าไว้วางใจ สร้างความหวาดกลัว แก่พระสงฆ์ สามเณร ลักษณะคล้ายผู้ไม่ประสงค์ดี เช่น เข้าพื้นที่ภายในวัดในยามวิกาลโดยไม่ได้รับอนุญาต ตัดสายสัญญาณ ถอดอุปกรณ์และทำลายกล้องวงจรปิดที่ทางวัดและมูลนิธิติดตั้งไว้เพื่อความปลอดภัยโดยรอบบริเวณ รวมถึงการจับกุมพนักงานรักษาความปลอดภัยโดยไม่มีสาเหตุ สรุปทรัพย์สินที่ถูกเจ้าหน้าที่ดีเอสไอและตำรวจทำลาย 1.กล้องประตู 8 2.กล้องประตู 7 3.กล้องประตูรั้วสังกะสีข้างประตู 1 4.กล้องประตู 1 ติดริมถนนคลองสาม 5.กล้องมุมอาคารปั้นพระบริเวณพื้นที่ 100 ไร่ และ จานรับสัญญาณ ตรงข้ามประตู 4 เหล่านี้ล้วนเป็นทรัพย์สมบัติของพระพุทธศาสนา เป็นทรัพย์สมบัติที่เกิดจากความศรัทธาของญาติโยม แต่ถูกทุบทำลาย และยึดไปโดยไม่ทราบสาเหตุ

ผู้ค้าร้องผู้ว่าฯ จ.ปทุมธานี

4.2 เจ้าหน้าที่ทหารได้ขับไล่ให้พนักงานของวัดออกจากอาคารที่พักในบริเวณพื้นที่ 150 ไร่ แต่ทางวัดปฏิเสธ และเจ้าหน้าที่จึงกลับไปใช้ห้องปฏิบัติธรรม ซึ่งเคยยึดไว้แล้วก่อนหน้านี้ 4.3 วันนี้ ผู้ค้า 60 กว่าราย บริเวณเมืองแก้วมณี และศูนย์อาหาร เฉพาะชุมชนเมืองแก้วมณี นอกเขตพื้นที่วัด แต่อยู่ในเขตควบคุมพิเศษตาม ม.44 ไปร้องขอความเป็นธรรมกับผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เพื่อขอให้ค้าขายได้ เนื่องจากถูกปิดมาเป็นวันที่ 16 แล้ว

วัดเลื่อนจัดงานใหญ่

ข้อ 5 สุดท้ายฝากข่าวประชาสัมพันธ์ เนื่องจาก ม.44 ควบคุมพื้นที่วัดพระธรรมกาย และสกัดการเดินทาง เส้นทางเข้า-ออกของวัดพระธรรมกาย คณะทำงาน 323 วัด มีความจำเป็นต้องขอเลื่อนการจัดงาน 323 วัด ปีที่ 13 ครั้งที่ 126 ในเดือน มี.ค.นี้ ที่ จ.นราธิวาส อย่างไรก็ตาม วัดพระธรรมกาย ขอเป็นกำลังใจให้กับคณะสงฆ์ ทหาร ตำรวจ คุณครู อาจารย์ นักเรียน และชาวไทยพุทธ ได้ยืนหยัดรักษาพระพุทธศาสนาในดินแดน 4 จังหวัดภาคใต้ต่อไป

ให้พระรูปอื่นชี้แจงแทน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การให้ข่าวรายวันของวัดพระธรรมกาย วันนี้ต่างจากหลายวันที่ผ่านมา เพราะไม่มี พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ออกมาแถลงชี้แจงโต้ตอบเจ้าหน้าที่ หลังดีเอสไอ ได้แจ้งความจับกุมพระสนิทวงศ์ ข้อหาขัดคำสั่ง คสช. ไม่มารายงานตัวตามที่เรียก และมีพฤติกรรมยุยง ปลุกปั่น ทำให้วันที่ 3 มี.ค. พระที่ออกมาเคลื่อนไหว กลายเป็น พระมหาทศพร ปุญญังกุโร เจ้าหน้าที่ฝ่าย สื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกายแทน

จ่อออกหมายจับ “พระสนิทวงศ์”

เวลา 10.10 น. ที่ บก.ตชด.ภ.1 พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมดีเอสไอ เดินทางออกจาก บก. ตชด.ภ.1 ทันที หลังเข้าร่วมประชุมประเมินสถานการณ์ตรวจค้นวัดพระธรรมกายในช่วงเช้า ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง อธิบดีดีเอสไอ ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น เมื่อถูกซักถามถึงกรณีพระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผอ.สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ต่อมา พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีดีเอสไอ และโฆษก ดีเอสไอ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า กรณีพระสนิทวงศ์ ไม่มาปรากฏตัวแถลงข่าวเหมือนเช่นทุกวันที่ผ่านมา ตนไม่ทราบสาเหตุ แต่ยืนยันว่า ดีเอสไอยังไม่ได้ควบคุมตัวพระสนิทวงศ์แต่อย่างใด พร้อมย้ำว่า พระสนิทวงศ์ถูกออกหมายเรียกแล้ว 2 ครั้ง ฐานฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. หากไม่เข้ามารายงานตัว เจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินการออกหมายจับต่อไป

เตรียมเคลียร์ตลาดกลางคลองหลวง

พ.ต.อ.ทรงศักดิ์กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้ออกหมายเรียกกลุ่มบุคคลซึ่งเป็นอดีตการ์ดในการชุมนุมทางการเมืองในอดีตที่ผ่านมา และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องรวม 30 คน โดยฝ่ายกฎหมายได้แจ้งความดำเนินคดีกลุ่มบุคคลที่ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ไว้ที่ สภ.คลองหลวง จำนวน 16 คดี สภ.คลองห้า 14 คดี และกองปราบปรามอีก 2 คดี คดีทั้งหมดเกิดขึ้นหลังจากที่ประกาศใช้กฎหมายมาตรา 44 เข้ามาดำเนินการวัดพระธรรมกาย ทั้งนี้ ยืนยันว่าในวันนี้เจ้าหน้าที่จะเข้าเคลียร์พื้นที่บริเวณตลาดกลางคลองหลวง จ.ปทุมธานี จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จในวันนี้ โดยเจ้าหน้าที่จะห้ามทุกคนที่ไม่เกี่ยวข้อง รวมถึงพ่อค้าแม่ค้าภายในตลาดออกจากพื้นที่ทั้งหมด เนื่องจากเป็นการฝ่าฝืนเข้าพื้นที่ควบคุม การเข้าเคลียร์พื้นที่ดังกล่าว จะส่งผลให้การทำงานของเจ้าหน้าที่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้มากขึ้น

เจ้าของเต็นท์รายงานตัว

“การออกหนังสือเรียก 4 ผู้ประกอบการและผู้สนับสนุนในส่วนของเต็นท์ ที่เข้ามาติดตั้งภายในพื้นที่ควบคุมพิเศษตามประกาศ คสช.ที่ 5/2560 เพื่อให้เข้ามาชี้แจงเหตุผล ขณะนี้ได้มีผู้ประกอบการเดินทางเข้ามารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่แล้ว 2 ราย ส่วนอีก 2 ราย ยังไม่ได้รับการประสาน ทั้งนี้ การออกหนังสือเรียกมานั้น เพื่อทำความเข้าใจถึงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งให้นำเต็นท์ที่ติดตั้งไว้ในบริเวณตลาดกลางคลองหลวงออกจากพื้นที่ทั้งหมดด้วย หากไม่มีรายงานตัวก็จะต้องมีการดำเนินการตามกระบวนการต่อไป” พ.ต.อ.ทรงศักดิ์กล่าว

พระนั่งสวดมนต์ขวางรื้อเต็นท์

เวลา 11.15 น. ที่ตลาดกลางคลองหลวง พระสงฆ์จำนวนมากได้นั่งสวดมนต์ล้อมรอบบริเวณรอบเต็นท์หลังจากมีกระแสข่าวว่าเจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่ ดีเอสไอ จะสนธิกำลังเข้ารื้อถอนเต็นท์ทั้งหมดในตลาดกลางคลองหลวง ด้านพระปลัดเสกสรรค์ อัตตทโม พระสงฆ์วัดพระธรรมกาย ได้กล่าวต่อสื่อมวลชนว่า ได้รับกระแสข่าวว่าเจ้าหน้าที่ทหารและดีเอสไอ ได้ดำเนินการกดดันเจ้าของเต็นท์ เพื่อจะเข้ามารื้อถอนเต็นท์ภายในตลาดกลางคลองหลวง พระและศิษยานุศิษย์วัดจึงเป็นห่วงและมานั่งขวางกั้นไม่ให้เจ้าหน้าที่รื้อถอนเต็นท์ เรามาสวดมนต์ปฏิบัติธรรม ไม่มีจุดประสงค์อื่นใดๆ หากว่าเจ้าหน้าที่รื้อเต็นท์ไปพระและญาติโยมที่มาร่วมบุญจะลำบาก ขอวิงวอนเจ้าหน้าที่อย่าสร้างเงื่อนไขใดๆ เราแค่มานั่งสวดมนต์บูชามหาธรรมกายเจดีย์ หากว่ารื้อเต็นท์จริงๆพระและศิษย์จะยังคงนั่งสวดมนต์อยู่ภายในตลาดแห่งนี้จนกว่าจะเข้าวัดพระธรรมกายได้

สาวกเจรจาขอซื้อ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ได้เจรจากับเจ้าของเต็นท์ที่ให้พระสงฆ์และมวลชนวัดพระธรรมกาย เช่าเต็นท์ภายในตลาดจำนวนมาก จากการเจรจาทราบว่าผู้ประกอบการเต็นท์เช่าทั้ง 3 ราย ยืนยันจะขอเต็นท์คืนจากตลาดกลางคลองหลวงทั้งหมด เนื่องจากกลัวความผิดที่อำนวยความสะดวกให้แก่การชุมนุมในครั้งนี้ ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการเจรจากันอยู่ ด้านนายวุฒิศาร พนารี ผู้ประสานงานมวลชนวัดพระธรรมกายเปิดเผยว่า ศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ทั้งหมดมีความประสงค์จะร่วมบุญร่วมกันโดยจะขอซื้อเต็นท์ทั้งหมดจากผู้ประกอบการเต็นท์เช่าของทั้ง 3 รายอยู่ในขั้นตอนของการเจรจากันอยู่ โดยเจ้าของเต็นท์ยืนยันว่าจะขอคืนเต็นท์ทั้งหมด

พร้อมช่วยผู้ป่วยฉุกเฉินทุกกรณี

ที่หน้าประตู 7 วัดพระธรรมกาย พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักษ์ศักดิ์สกุล รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะโฆษกดีเอสไอ พร้อมด้วย พ.ต.อ.นิเวศ สิริพงศ์ นายแพทย์ สบ 4 ศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินโรงพยาบาลตำรวจ นายบุญฤทธิ์ เพชรรักษา รอง ผอ.สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ และนายสหพล ศรีสมบัติ อาสาสมัครป่อเต็กตึ๊ง ที่ร่วมเข้าไปช่วยเหลือ น.ส.พัฒนา เชียงแรง ศิษย์วัดพระธรรมกายที่เสียชีวิต นำสื่อมวลชนตรวจสอบรถป่อเต็กตึ๊ง 1669 รถโรงพยาบาลตำรวจ พร้อมอุปกรณ์การแพทย์ และแนวทางปฏิบัติต่อผู้ป่วยฉุกเฉินทุกกรณี พ.ต.อ.ทรงศักดิ์กล่าวว่า การช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน โรงพยาบาลต่างๆ จะรับแจ้งเหตุในทุกกรณี และโรงพยาบาลตำรวจมาประจำที่นี่โดยการให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยในการรับแจ้งเหตุทุกกรณี การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะเรื่องนี้มีการเตรียมการมาตั้งแต่วันที่ 15-16 ก.พ.ที่ผ่านมา หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือเหตุใดๆ แพทย์ฉุกเฉินมีวิธีการปฏิบัติค่อนข้างชัดเจนแล้วมีขั้นตอนการปฏิบัติรวมถึงระยะเวลาปฏิบัติที่มีมาตรฐาน โดยวางแผนร่วมกับดีเอสไอ ตำรวจ และทหาร ตนมั่นใจว่าที่ผ่านมาการเข้าไปปฏิบัติในพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้รับรายงานการเข้า-ออก ไม่มีอุปสรรคใดๆในการปฏิบัติงาน

มีรถพยาบาล 7 คัน บริการ

“อยากขอความร่วมมือและอยากให้แพทย์ฝากเตือนคนในวัดพระธรรมกายว่า ใครที่มีโรค ประจำตัว บางครั้งมันอาจจะมีเหตุฉุกเฉินขึ้นมา การช่วยเหลือมันไม่ทันต่อสถานการณ์ ดังนั้น คนที่มีโรคประจำตัวควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เราจะพยายามเข้าไปช่วยเหลือโดยเร็ว ขอให้แจ้งเข้ามา เพราะช่วงนี้อากาศร้อนมันอาจจะเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นได้ ถ้าเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นมาอีกถามว่าใครจะต้องรับผิดชอบ คนที่อยู่ในวัดที่ไม่ให้ออกมาเป็นผู้รับผิดชอบ หรือคนภายนอกต้องรับผิดชอบ เพราะดูเหมือนว่าการประกาศมาตรา 44 เป็นเหตุให้คนเสียชีวิต ดังนั้น ถ้าท่านมีโรคประจำตัวเราพร้อมช่วยเหลือตลอด แต่เวลาเกิดเหตุขึ้นมายากที่จะควบคุมเพื่อไม่ให้ใครเป็นอะไรไป อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ของรัฐทำดีถึงที่สุดแล้ว ที่จะดูแลและอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ อยากให้วัดเข้าใจว่าเราไม่ได้ละเลยการปฏิบัติต่อผู้ป่วย ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น ปัจจุบันนี้เจ้าหน้าที่มีรถพยาบาลประจำอยู่ในพื้นที่ สภ.คลองหลวง อยู่ทั้งหมด 7 คัน สำหรับอำนวยความสะดวกให้กับผู้ป่วย” พ.ต.อ.ทรงศักดิ์กล่าว

ยันยังไม่ตัดน้ำตัดไฟ

โฆษกดีเอสไอเผยอีกว่า ด้านมาตรการการควบคุมพื้นที่วัดพระธรรมกาย ปัจจุบันนี้เจ้าหน้าที่มีการเจรจาพูดคุยกับทางวัดหลายจุด โดยเฉพาะบริเวณตลาดกลางคลองหลวง ตอนนี้ยังไม่ลงตัว อยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ทำความเข้าใจกับพระและประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว แต่พบว่าสถานการณ์ค่อนข้างผ่อนคลายลง แต่ยังไม่พูดถึงการตัดน้ำตัดไฟ ขณะนี้ยังไม่ยืนยันว่ามีการออกหมายจับพระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผอ.สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย อยู่ระหว่างการดำเนินการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ เมื่อเราออกหมายเรียกไปแล้วท่านไม่มารายงานตัวก็ต้องออกหมายจับต่อไป ขณะที่ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภ.1 ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวน สภ.คลองห้า กำลังรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขอศาลจังหวัดธัญบุรีออกหมายจับพระสนิทวงศ์ ฐานขัดคำสั่ง ม.44 ไม่มารายงานตัว หลังออกหมายเรียกไป 2 ครั้ง ตามที่ดีเอสไอมาร้องทุกข์กล่าวโทษ

แจ้งจับฐานยุยง ที่กองปราบฯ

มีรายงานว่าเมื่อวันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา พ.ท.สุรพันธ์ โชคปมิตต์กุล พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ ดีเอสไอ เข้าพบ ร.ต.ท.วิชิต ผังดี รอง สว. (สอบสวน) กก.2 บก.ป.แจ้งให้ดำเนินคดีกับผู้ที่ใช้เฟซบุ๊กส่วนตัว ชื่อ “PHRA SANITWONG CHAROENRATTAWONG (SANITWONG)” ในข้อหายุยง ปลุกปั่น ให้เกิดความกระด้างกระเดื่อง ทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หรือวิธีอื่นใด อันไม่ใช่การกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือไม่ใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (3) โดยนำหลักฐานระบุชื่อ พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผอ.สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ผู้ใช้เฟซบุ๊กส่วนตัวดังกล่าวมามอบให้ไว้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาดำเนินคดี เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องร้องเรียนไว้ ก่อนนำเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาต่อไป

พระและสาวกไม่ยอมออกจากตลาด

เวลา 15.00 น. ที่จุดคัดกรองของเจ้าหน้าที่ บริเวณทางเข้าตลาดกลางคลองหลวง ฝั่งตรงข้ามประตู 5 และ 6 ของวัดพระธรรมกาย จู่ๆมีพระสงฆ์ 2 รูป พยายามจะผ่านเข้าไปในพื้นที่ อ้างว่าจะไปหาญาติโยมที่รออยู่ด้านใน เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจสอบว่าสังกัดวัดใด แต่ปรากฏว่าพระสงฆ์ทั้ง 2 รูป ไม่มีเอกสารใบสุทธิและบัตรประชาชน แสดงกับเจ้าหน้าที่ อ้างว่าออกมาจากวัดพระธรรมกาย เจ้าหน้าที่จึงถ่ายรูปทำประวัติและประสานไปยังเจ้าหน้าที่สำนักพุทธศาสนาให้มารับตัวไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งและดำเนินการต่อไป ก่อนที่พระปลัดเสกสรรค์ อุตตโม แถลงยืนยันไม่ย้ายออกจากพื้นที่ตลาดกลางคลองหลวงหลังจากเจ้าหน้าที่มีความพยายาม เข้ารื้อเต็นท์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลาต่อมาบริเวณทางออกตลาดกลางคลองหลวง มีพระ 5 รูป พร้อมด้วยศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายร่วมกันปล่อยนกเขาออกจากกรง เพื่อแสดงถึงสันติภาพ

ชาวบ้านและผู้ค้าร้องให้ผู้ว่าฯช่วย

เวลาเดียวกันที่ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี ตัวแทนชาวบ้านที่พักอาศัย และขายของอยู่ในเขตพื้นที่วัดพระธรรมกายและใกล้เคียง จำนวนหนึ่งเข้าร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือ เกี่ยวกับไม่สามารถเดินทางเข้าออก และนำอาหารผ่านเข้าไปในวัดพระธรรมกายได้ พร้อมทำหนังสือถึงนายสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ก่อนที่ นายจรูญศักดิ์ สิงหเดช ปลัดจังหวัดปทุมธานี เป็นผู้มารับเรื่องไว้แทน เบื้องต้นนายจรูญศักดิ์ได้ชี้แจงกับชาวบ้านที่มาร้องเรียนว่า ขอเวลาประมาณ 3 วัน นำเสนอผู้บังคับบัญชาตามขั้นตอน และจะสามารถให้คำตอบกับกลุ่มชาวบ้านได้ ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกันกลับไป

ทลายจุดชุมนุมสาวกในตลาดป้าเช็ง

ที่โกดังในตลาดป้าเช็งใกล้เคียงตลาดไท จ.ปทุมธานี เวลา 16.00 น. พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ นำกำลังเจ้าหน้าที่ดีเอสไอและทหารบุกจับพระ เณร รวม 11 รูป พร้อมศิษย์วัดพระธรรมกายประมาณ 20 คน หลังสืบทราบว่า กำลังจัดเตรียมสถานที่ เพื่อให้คณะศิษย์ที่ตลาดกลางคลองหลวง ย้ายมาชุมนุมกันที่นี่ เบื้องต้นจากการตรวจสอบโกดังดังกล่าว พบการติดไฟ ติดกล้องวงจรปิด นำเอาถังน้ำขนาดใหญ่มากันและใช้สแลนขึง จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เชิญพระ เณร และลูกศิษย์ทั้งหมดขึ้นรถบรรทุก 6 ล้อของทหาร เอาตัวไปสอบที่ บก.ตชด.ภ.1 พร้อมยึดอุปกรณ์ทั้งหมด พ.ต.ต.สุริยาเผยว่า เจ้าหน้าที่รับแจ้งว่ามีการเตรียมขยายพื้นที่ชุมนุมเพิ่มจากตลาดกลางคลองหลวงเพราะมีความคับแคบ และเตรียมพื้นที่ใหม่โดยมีตัวแทนจากตลาดกลางคลองหลวงประสานขอใช้พื้นที่โกดังของป้าเช็งน้ำหมัก เพื่อใช้พื้นที่บริเวณลานน้ำหมักป้าเช็ง ซึ่ง อยู่ห่างจากประตู 5 และ 6 ประมาณ 2 กม.

ตร.รับลูกจับ “พระสนิทวงศ์”

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.กล่าวว่า กรณีที่มีคำสั่งให้จับกุมตัวพระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผอ.สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ถ้าเจ้าหน้าที่พบตัวพระสนิทวงศ์ให้ดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ โดยร่วมกับสำนักพระพุทธศาสนา เชิญตัวให้มารับทราบข้อกล่าวหา เนื่องจาก มีความผิดชัดเจนอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ในการทำงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุดก็ต้องใช้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมพุทธศาสนา ในการร่วมแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อความสมบูรณ์ เบื้องต้นทราบว่ามีหลายข้อหา เช่น ยุยงปลุกปั่น หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานที่เรียกให้มาพบและไม่มาพบ

พร้อมป้องกันเหตุรายวัน

สำหรับตลาดกลางคลองหลวง เป็นพื้นที่ควบคุมจะยังไม่มีการคืนพื้นที่ ที่ผ่านมามีความพยายามที่จะเจรจากันทุกรูปแบบ อีกทั้งรับทราบว่าเจ้าของผู้ให้เช่าก็ไม่มีความประสงค์ให้ผู้ที่ใช้พื้นที่เข้ามาอยู่ ทุกอย่างมีขั้นตอนในการดำเนินการอยู่แล้ว ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร มีการตรึงกำลังเพื่อระมัดระวังเหตุจากมือที่ 3 ส่วนสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตามที่ปรากฏ เจ้าหน้าที่รัฐไม่มีใครอยากให้เกิด มีความพยายามอย่างเต็มที่ อย่างที่สุด ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุ ส่วนกรณีที่มีการนำ ภาพหรือระบบสื่อสารทางไลน์ ออกมาเผยแพร่เกี่ยวกับกรณีผู้เสียชีวิต และมีการตัดต่อภาพดังกล่าวหรือไม่ ทราบว่าพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลเรื่องนี้อยู่ สำหรับการช่วยเหลือผู้ป่วย ผู้ได้รับบาดเจ็บ ทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้สั่งการให้แพทย์ใหญ่ รพ.ตร.จัดรถศูนย์ส่งกลับ และทีมแพทย์ พยาบาล ไปเตรียมพร้อมที่บริเวณประตู 7 วัดพระธรรมกาย ในเรื่องการป้องกัน เหตุที่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากมีชายปีนขึ้นไปบนเสาไฟฟ้าแล้วผูกคอเสียชีวิต ได้สั่งการให้เฝ้าระวังอย่างเต็มที่ ในบางครั้งก็อาจจะเป็นเหตุสุดวิสัย เป็นเรื่องปัจเจกบุคคล เจ้าหน้าที่ระวังเต็มที่ไม่ให้เกิดเหตุรายวัน

ขึงขังจับทีมให้ข่าวธรรมกาย

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีการตรวจสอบการเสียชีวิตของ น.ส.พัฒนา เชียงแรง ชาว จ.พะเยา ในวัดพระธรรมกายว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับผลชันสูตรศพเป็นลายลักษณ์อักษร แต่คงไม่เกี่ยวกับเงื่อนเวลาการช่วยเหลือ บริเวณวัดพระธรรมกายมีสถานพยาบาลที่ชัดเจน แต่เพื่อสร้างความมั่นใจว่า ประชาชนจะได้รับการดูแล นายกฯ ได้สั่งการให้นำชุดพยาบาลจากทหารบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จัดตั้งในพื้นที่ดังกล่าว ให้มีนายแพทย์ไปประจำการ คู่ขนานกับวัดพระธรรมกาย สั่งการไปแล้วเมื่อวันที่ 2 มี.ค. เมื่อถามว่า การสั่งให้ดีเอสไอ เดินหน้าจับกุมผู้ออกมาให้ข่าวกับสื่อมวลชนของวัดพระธรรมกาย จะทำให้การระดมมวลชนลดน้อยลงหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่รู้ แต่เจ้าหน้าที่ต้องทำตามกฎหมาย เมื่อมีหมายจับ ถ้าไม่ทำไม่ได้ ส่วนการระดมมวลชนเป็นคนละเรื่อง อยากให้สื่อเลิกถามประเด็นวัดพระธรรมกาย เรื่องอยู่ที่คนคน เดียวที่ทำให้วุ่นวาย ส่วนแผนการจะเป็นอย่างไรต่อจากนี้ ไม่จำเป็นต้องบอกสื่อ แต่จะทำให้ดีที่สุด

ผบ.ทบ.ไล่ธัมมชโยหยุดเสวยสุข

ที่หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ(นปอ.) พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. กล่าวถึง การใช้มาตรา 44 ควบคุมพื้นที่วัดพระธรรมกายว่า ประเด็นแรกขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตที่เป็นบุคลากรของวัดพระธรรมกาย 2 ราย ไม่อยากให้ใครนำการสูญเสียมาใช้ประโยชน์ เพราะไม่สร้างสรรค์ สิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้สังคมควรพิจารณาด้วยเหตุผลว่า กฎหมายถือเป็นหลักของบ้านเมือง อย่านำความเชื่อมาอยู่เหนือกฎหมาย รัฐต้องดำรงเจตนารมณ์บังคับใช้กฎหมาย ไม่อยากเห็นคน 3-4 พันคน มาทนทุกข์ทรมานลำบาก เพราะคนคนเดียว สิ่งที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน แม้ทุกคนบอกว่า เต็มใจมาทั้งพระ เณร ลูกศิษย์ แต่คิดว่าพระธัมมชโยที่เป็นผู้นำธรรมกายเคยเทศน์สั่งสอนคนอื่นมาหลายสิบปี น่าจะมีจิตสำนึก ยอมเสียสละเพื่อให้เกิดความสงบสุข ตนขออ้อนวอนให้ท่านเสียสละ อย่านำความทุกข์ยาก ของประชาชนมากดดันรัฐบาล เสียสละคนเดียวจบ อย่าไปนั่งเสวยสุขอยู่ บ้านเมืองวุ่นวายอยู่ขณะนี้เพราะคนเพียงคนเดียว แค่ก้าวออกมาก็จบแล้ว

มั่นใจอดีตเจ้าอาวาสกบดานในวัด

พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังไม่มีการข่าวว่า มีกลุ่มการเมืองหรือมือที่สามเข้ามาสนับสนุน เพื่อก่อเหตุ ยังเป็นเรื่องการไม่ยอมรับให้เจ้าหน้าที่เข้าไป และมีกลุ่มลูกศิษย์แสดงปฏิกิริยาต่อต้านในพื้นที่ ทุกอย่างเป็นไปตามที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมระบุว่า ความจำเป็นในการดำรงใช้กฎหมายยังคงมีต่อไป สังคมต้องพิจารณาสาเหตุที่รัฐบาลใช้มาตรา 44 เพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ การบังคับใช้กฎหมายต้องดำรงไว้ ไม่ใช่ว่าบังคับใช้กฎหมายจุดนี้จุดเดียว แต่เป็นพื้นฐานการใช้กฎหมายทุกพื้นที่ ขอถามว่า จะเอาความเชื่อมาอยู่เหนือกฎหมายหรืออย่างไร เมื่อถามว่า ขณะนี้พระธัมมชโยติดต่อมาหรือไม่ พล.อ.เฉลิมชัยตอบว่า ยังไม่มีใครติดต่อเข้ามา และเชื่อมั่นว่า ท่านยังอยู่ในวัด ไม่เช่นนั้นคงไม่มีมาตรการต่อต้านมากขนาดนี้ ขอให้ท่านก้าวออกมาคนเดียวก็จบ ประชาชน 3-4 พันกว่าคน ไม่ต้องมาลำบาก ทหารไม่ต้องไปยืนตากแดด ทหารอยากหันหน้าไปดูแลชายแดนมากกว่า คนเกือบหมื่นคนมีความทุกข์ คนเพียงคนเดียวมีความสุข ส่วนมาตรการกดดันต่างๆจะเป็นไปตามกรอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จะดำเนินการแต่ละวัน ให้เป็นไปตามกรอบกฎหมาย

ขอสื่ออย่าตกเป็นเครื่องมือยั่วยุ

พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวถึงกรณีการเสียชีวิตของลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย ว่า เรื่องนี้เป็น 1 ใน 10 ประเด็นที่ต้องปฏิรูปสื่อว่า จะทำอย่างไรไม่ให้สื่อตกเป็นเครื่องมือการยั่วยุ การให้ข่าวสารที่ผิด ขณะนี้ต้องแยกเรื่องกฎหมายที่ใช้กับผู้ทำผิดกับมาตรา 44 สื่อต้องช่วยชี้แจงให้ชัดเจน การบังคับใช้มาตรา 44 เพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานง่ายขึ้นในพื้นที่ ขอให้แยกออกจากกัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากมาตรา 44 ทหารไปช่วยงานศพ แต่สื่อว่าทหารไปรื้องานศพ ทหารเข้าไปช่วยจัดสำรับอาหารพระ ไปล้างจาน แต่ฝ่ายตรงข้ามบอกว่า ทหารไปรื้องานศพ แล้วจะตอบอย่างไร สื่อจะช่วยอย่างไร ผู้ว่าฯปทุมธานีก็หนักใจในส่วนนี้เหมือนกัน อยากถามสื่อเหมือนกัน เวลาเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ทำไมไม่ช่วยกัน ไม่ใช่ช่วยรัฐ แต่ช่วยให้ประชาชนเข้าใจการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่มีใครอยากไปอยู่บริเวณนั้น เพราะต้องทำงาน 24 ชั่วโมง ทั้งดีเอสไอ ตำรวจ ทหาร ตนมีความเป็นห่วงประชาชนเช่นกัน

นปช.ปัดเอี่ยวปัญหาธรรมกาย

นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปช. กล่าวถึงกระแสข่าวกลุ่ม นปช.เกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกายว่า ไม่เป็นความจริง นปช.เป็นองค์กรการเมืองทำหน้าที่พิทักษ์ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่มีหน้าที่พิทักษ์ศาสนาหรือวัดใด แกนนำและแนวร่วม นปช.ประกอบด้วยคนไทยที่นับถือทุกศาสนา เคารพสิทธิการเลือกนับถือศาสนาแต่ละบุคคล การบิดเบือนข่าวดังกล่าวไม่แน่ใจว่าเป็นการข่าวที่ผิดพลาด หรือความพยายามใส่ร้ายป้ายสี เหมือนกับที่ นปช.ถูกใส่ร้ายป้ายสีมาโดยตลอด แม้ นปช.ไม่ได้เกี่ยวกับวัดพระธรรมกาย แต่ไม่เห็นด้วยในการใช้มาตรา 44 ดำเนินการกับพระธัมมชโย รวมถึงการตั้งข้อหาต่างๆกับวัดหลายร้อยคดี เพราะเกิดข้อครหา สังคมมองว่าไม่เป็นธรรม คาดเดาว่ารัฐบาลมีเจตนาอื่นนอกเหนือจากการจับกุมพระธัมมชโย ถ้าหากมีเป้าหมายยึดวัด ทำลายแนวทางของวัดพระธรรมกายจริง อาจเป็นโทษมากกว่าเป็นประโยชน์

“วัฒนา” ซัด รบ.ลุแก่อำนาจ

ด้านนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊ก “ใครจุดชนวนธรรมกาย” ว่า มีสื่อและนักเขียนซีไรท์ที่สนับสนุนเผด็จการ คสช.กล่าวหาตนและแกนนำพรรคเพื่อไทยที่ออกมาเคลื่อนไหวปกป้องพระธัมมชโยและวัดพระธรรมกายเพื่อสร้างสถานการณ์ต่อสู้กับอำนาจรัฐขั้นแตกหัก เพราะเป็นแนวร่วมเดียวกันที่ปรารถนาอำนาจและเสพติดลัทธิแห่งอำนาจจนมัวเมาไม่เลิกนั้น ตนไม่ได้ปกป้องพระ ธัมมชโย หรือวัดพระธรรมกาย แต่เป็นการปกป้องหลักนิติธรรมและสิทธิมนุษยชนที่ถูกรัฐบาลละเมิด ทั้งนี้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ พรรคเพื่อไทย พวกตนหรือประชาชนทั่วไปไม่มีใครได้ประโยชน์จากเหตุการณ์ครั้งนี้ เพราะหากบ้านเมืองวุ่นวายเผด็จการยิ่งจะใช้เป็นข้ออ้างไม่คืนอำนาจให้ประชาชน ส่วนคนที่ได้ประโยชน์คือรัฐบาลจึงฉวยโอกาสจุดชนวนสร้างสถานการณ์ขึ้นเพื่อใช้เป็นข้ออ้างอยู่ในอำนาจต่อ รัฐบาลต่างหากที่เป็นผู้เสพติดอำนาจจนไม่อยากคืน มัวเมาถึงขนาดเอาชีวิตของประชาชนมาเป็นเครื่องสังเวยจนสะกดคำว่า “นรก” ไม่เป็น

ย้ำให้ทำเรื่องวัดพระธรรมกาย

ขณะที่ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า ตนได้เข้ารายงานตัวต่อนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแล พศ. ซึ่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำให้ พศ. ทำหน้าที่ประสานงานเกี่ยวกับเรื่องวัดพระธรรมกาย เพื่อให้การทำงานร่วมกับดีเอสไอ คณะสงฆ์และเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนในเรื่องการทำงานของ พศ.นั้น นายออมสินยังไม่ได้มอบหมายเรื่องใดมาเป็นพิเศษ เพียงแต่เน้นย้ำในเรื่องของวัดพระธรรมกายเท่านั้น

เจรจายังไม่เห็นผล

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า ตามที่มหาเถรสมาคม (มส.) มีมติให้กรรมการ มส. 3 รูป เป็นผู้แทน มส. ไปดำเนินการเจรจาเพื่อหาทางออกเกี่ยวกับกรณีวัดพระธรรมกายนั้น ในส่วนของการเจรจายังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร เนื่องจากวัดพระธรรมกายยังไม่ไว้ใจในการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอตัวแทน มส. ทำได้เพียงเจรจาขอให้ไม่ให้เกิดการเผชิญหน้าเท่านั้น และหาทางแก้ไขปัญหาเป็นรายวันตามสถานการณ์ไป เช่น การให้พระ เณร ของวัดพระธรรมกายสามารถออกไปสอบบาลีได้ การจัดส่งอาหารเข้าไปในวัดพระธรรมกาย ที่จะจัดพระสงฆ์ ไปคอยเจรจาให้สามารถจัดส่งอาหารเข้าไปในวัดพระธรรมกายได้เป็นมื้อๆ และงดให้มีการจัดส่งอาหารสด เพื่อป้องกันการกักตุนอาหารไว้เพื่อประกอบอาหารภายในวัด

ผบ.ทบ.–แม่ทัพภาค 1 ดอดพบ “บิ๊กตู่”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. พร้อมด้วย พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 และ พล.ต.ธรรมนูญ วิถี รองแม่ทัพภาคที่ 1 เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่ห้องทำงาน ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยใช้เวลาหารือประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที ก่อนที่จะเดินทางกลับ โดยให้รถไปรับหลังตึกไทยคู่ฟ้า โดยไม่มีการให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด คาดว่าการเข้าพบครั้งนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับการดำเนินการกับวัดพระธรรมกายที่ยืดเยื้อในขณะนี้

ข่าวลือ “พระธัมมชโย” ขอมอบตัว

ค่ำวันเดียวกัน พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะโฆษกดีเอสไอ เปิดเผยถึงกรณีมีข่าวว่า พระธัมมชโยติดต่อขอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นข่าวลือตั้งแต่กลางเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันพระธัมมชโยยังไม่มีการติดต่อประสานมอบตัวกับเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด

พบหลักฐานโอนเงินย้ายจุดสู้

ที่ บก.ตชด.ภ.1 พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะโฆษกดีเอสไอ เผยว่า กรณีควบคุมตัวพระและลูกศิษย์วัดพระธรรมกายมาจากตลาดป้าเช็ง ใกล้ตลาดไท จ.ปทุมธานี ขณะนี้เจ้าหน้าที่สำนักพระพุทธศาสนา (พศ.) กำลังคัดแยกตรวจสอบพระและเณร 11 รูป พระ 2 รูป ไม่มีใบสุทธิ ส่วนสามเณร 9 รูป อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าบวชจริงหรือไม่ ถ้าพบว่าบวชไม่จริงจะแจ้งความดำเนินคดี สำหรับชาวบ้าน 6 คน พบว่าเดินทางมาจาก จ.อุบลราชธานี การข่าวชัดเจนว่ามีการย้ายมาจากตลาดกลางคลองหลวง มาที่ตลาดป้าเช็ง เพื่อจะมาก่อความไม่สงบในพื้นที่ พบหลักฐานข้อความสนทนาทางไลน์ มีการโอนเงินผ่านบัญชีหลักแสน ผ่านกลุ่มพระสงฆ์ ส่วนรายละเอียดกำลังตรวจสอบ สำหรับบุคคลต่างด้าว 14 คน รวมกับตำรวจตรวจคน เข้าเมืองอยู่ระหว่างคัดแยก หากพบความผิดจะดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง

นายกฯให้แยกแยะคดีธรรมกาย

เมื่อเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ว่า มีเรื่องที่อยากทำความเข้าใจกับประชาชน กรณีวัดพระธรรมกาย ขอให้เจ้าหน้าที่ พระ พุทธศาสนิกชน ประชาชนทั่วไปทั้งประเทศอดทน ใช้สติปัญญา และวิจารณญาณแยกแยะ ในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน แยกแยะให้ได้ อยากให้ฟังทั้งในส่วนเจ้าหน้าที่ วัด พระ ประชาชน สื่อ ต้องนำมาประมวลผล แยกแยะให้ออกว่า ประเด็นอยู่ที่เรื่องใดที่ทำให้เกิดการยืดเยื้อทุกวันนี้ เพราะรัฐต้องการรังแกพระและวัดจริงหรือไม่ หรือเป็นเรื่องเกี่ยวกับการทุจริต เรื่องกฎหมาย การบิดเบือนคำสอนพระพุทธเจ้า ประเด็นการเมือง ขอให้ทุกคนลองนึกย้อนกลับอย่างเป็นกลาง แล้วแยกแยะให้ได้ว่า จะทำอย่างไรกันต่อไป

ปรากฏตัวที่ไหน ล็อกได้ทันที “พระสนิทวงศ์” ถูกดีเอสไอแจ้งจับที่กองปราบฯ ข้อหายุยงปลุกปั่นและการบิดเบือนข่าวสารผ่านเฟซบุ๊ก ส่วนขัดคำสั่ง ม.44 ถูกออกหมายเรียก 2 ครั้ง ไม่ยอมมาพบจ่อออกหมายจับ... 4 มี.ค. 2560 06:05 ไทยรัฐ