รุกคืบปฏิรูปปฐมวัยผลงานชิ้นโบแดง

ข่าว

รุกคืบปฏิรูปปฐมวัยผลงานชิ้นโบแดง

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    4 มี.ค. 2560 05:01 น.

    จี้สลัดปรากฏการณ์ “นางสาวไทย” เน้นโอกาสและการเข้าถึงของคนจน

    เมื่อวันที่ 3 มี.ค. ที่หอประชุมพิบูลสงคราม วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ จัดสัมมนา เรื่อง “การปฏิรูปการจัดการดูแลพัฒนาและการจัดการศึกษาปฐมวัยให้มีมาตรฐานและเอกภาพ” นายวิวัฒน์ ศัลยกำจร ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ... ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่บัญญัติชัดเจนเกี่ยวกับการดูแลและพัฒนาเด็กเล็ก ก่อนเข้ารับการศึกษา ซึ่งตนดีใจที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) รับเป็นเจ้าภาพและจะเอาจริงเอาจังเรื่องนี้ ส่วนเรื่องไม่มีงบประมาณมาสนับสนุนนั้นแม้จะเป็นเรื่องยาก แต่เมื่อบัญญัติในรัฐธรรมนูญแล้วก็เป็นเรื่องท้าทายที่ต้องทำ โดยระดมทรัพยากรจากทุกภาคส่วน และจัดตั้งกองทุนการศึกษาเพื่อช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ภายใน 1 ปีหลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญจะทำให้มีเงินมาพัฒนาการศึกษา

    นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศธ. กล่าวว่า การปฏิรูปการศึกษาให้ได้ผลต้องลงลึกถึงเด็กตั้งแต่ปฐมวัย ต้องทำให้เด็กอยากเรียนและครูอยากสอน ไม่ใช่จะมีกี่แท่งหรืออธิบดีกี่คน ที่สำคัญต้องห่วงใยคนจนโดยไม่ยุ่งกับคนรวย ต้องขอบคุณนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ที่เปลี่ยนจุดเน้นสำคัญมาให้โอกาสกับคนจน ตนอยากให้ช่วยเสนอต่อรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) บังคับให้การดูแลเด็กปฐมวัยต้องเริ่มตั้งแต่ 0-3 ปี ที่ผ่านมา ศธ.รับผิดชอบเด็กตั้งแต่ 4-5 ปี ซึ่งประเทศไทยมีเด็ก 4 ขวบประมาณ 800,000 คน แต่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 400,000 คน ที่เหลือไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน แต่จากนี้ไป ศธ.ต้องทำให้เด็กปฐมวัยกว่า 750,000 คนต้องได้เรียน แต่จากการหารือกับสำนักงบฯทราบว่าไม่มีเงิน ดังนั้นเป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วนที่ต้องร่วมมือกัน เพื่อสร้างผลงานชิ้นโบแดงที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษา

    “หลักการจัดการศึกษาปฐมวัยทุกคนต้องช่วยกัน แบ่งงานกันให้ชัดเจนอย่าให้เกิดปรากฏการณ์นางสาวไทย คือทุกคนรักเด็กแต่เป็นแค่ลมปากและบูรณาการแต่ในกระดาษ ดังนั้น ต้องมาตกลงแบ่งงานใครถนัดด้านไหนก็รับไปทำ ฝ่ายนโยบายก็ต้องมีทิศทางและจัดสรรงบฯให้ถูก สิ่งสำคัญคือต้องดูเรื่องการเข้าถึงของเด็กควบคู่ไปกับการดูแลเด็กอย่างมีคุณภาพ ประสิทธิภาพและคุ้มค่า ช่วงแรกผมจะเน้นโอกาสและการเข้าถึงของคนจนอย่างแท้จริง” รมว.ศธ.กล่าว.

    อ่านเพิ่มเติม...

    วิดีโอแนะนำ

    รถเก๋ง Vs รถเมล์หัวร้อน ปาดซ้าย-ขวา ขับจี้ท้ายให้หลบ ก่อนจอดลงมาทะเลาะวิวาทกันกลางถนน
    05:32

    รถเก๋ง Vs รถเมล์หัวร้อน ปาดซ้าย-ขวา ขับจี้ท้ายให้หลบ ก่อนจอดลงมาทะเลาะวิวาทกันกลางถนน

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม 2565 เวลา 17:21 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์