วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'บิ๊กตู่'  ปัดลุแก่อำนาจ ยันใช้กฎหมาย-ม.44 'ธรรมกาย' เท่าที่จำเป็น

'บิ๊กตู่' ปัดลุแก่อำนาจ ยันใช้กฎหมาย-ม.44 'ธรรมกาย' เท่าที่จำเป็น

  • Share:

นายกฯ ขอทุกคน "อดทน-ใช้สติ-วิจารณญาณ" แยกแยะประเด็น "ธรรมกาย" ย้ำ รับฟังทุกฝ่าย แจงใช้กฎหมายเท่าที่จำเป็น ซัดบางสื่อพยายามขยายความเข้าใจผิด ขอร้องร่วมรับผิดชอบสังคมบ้าง ยันไม่เคยลืมประชาชนฐานราก ปัดเอื้อนายทุน...

เมื่อวันที่ 3 มี.ค.60 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" ว่า ตนเองมีเรื่องที่อยากทำความเข้าใจกับประชาชน คือ กรณีวัดพระธรรมกาย ขอให้เจ้าหน้าที่ พระ พุทธศาสนิกชน ประชาชนทั่วไปทั้งประเทศได้อดทน ใช้สติปัญญา และวิจารณญาณในการแยกแยะในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน อยากให้ฟังทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่ วัด พระ ประชาชน สื่อ และนำมาประมวลผลแยกแยะให้ออกว่า ประเด็นอยู่ที่เรื่องอะไร ที่ทำให้เกิดการยืดเยื้ออยู่ทุกวันนี้ รัฐต้องการจะรังแกพระและวัดจริงหรือเปล่า หรือเป็นเรื่องเกี่ยวกับการทุจริต เรื่องกฎหมาย หรือการบิดเบือนคำสอนพระพุทธเจ้า ประเด็นการเมือง ขอให้ลองนึกย้อนกลับไปอย่างเป็นกลาง

สำหรับกรณีการทำงานของรัฐบาลและ คสช.เวลานี้ ก็พยายามรับฟังทุกฝ่าย ถึงแม้จะมีการบิดเบือนให้ร้ายในประเด็นต่างๆ อยู่ตลอด รัฐบาลก็พยายามอดทนไม่ลุแก่อำนาจ โดยใช้กฎหมาย ใช้คำสั่งมาตรา 44 เท่าที่จำเป็น ไม่ได้ใช้เพื่อความรุนแรง ในเรื่องที่เร่งด่วน สิ่งสำคัญคือประชาชนคนไทยล้วนแต่มีความคาดหวัง มีทั้งหวังดีหวังร้าย ซึ่งส่วนใหญ่ก็หวังให้มีสิ่งดีๆ เกิดขึ้น มีทั้งยอมรับการเปลี่ยนแปลง และที่อยากได้ทุกอย่าง โดยไม่เปลี่ยนแปลงตัวเองแม้แต่อย่างเดียว ไม่ฟังเหตุผลยังคงเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำ โดยไม่มีทางออกให้กับรัฐบาลปัจจุบันที่กำลังพยายามแก้ปัญหา อย่างเช่น กรณีของพลังงาน ที่ดิน น้ำ เกษตร เศรษฐกิจ ทุจริต หนี้สิน บางส่วนที่เข้าใจก็อาจจะนิ่งเฉย ไม่ช่วยอธิบายขยายความ หรือใครได้ประโยชน์ไปแล้วก็ไม่พูดต่อ ทำให้หลายส่วนไม่เข้าใจ

"อีกอย่าง คือ ผมเคยพูดไปแล้ว ขอร้องกันไปแล้วเรื่องสื่อที่เป็นปัญหาอยู่ บางสื่อก็ยังพยายามจะขยายความเข้าใจผิดๆ ต่อไป เพื่อมุ่งหวัง "ขายข่าว" แสวงหาผลประโยชน์เฉพาะหน้าเท่านั้นเอง วันนี้อย่าทำลายประเทศกันอีกเลย ผมพูดถึงเฉพาะบางสื่อนะ บางคอลัมนิสต์เท่านั้น รู้แก่ใจอยู่แล้วว่าใคร ใครเขียนยังไง รู้ตัวเองแล้วรับผิดชอบด้วย ขอร้องสื่อขอร้องนักข่าว ขอร้องคอลัมนิสต์บางคนให้มาร่วมรับผิดชอบกับสังคมบ้าง ต้องรู้ว่าประเทศเป็นอย่างไร รายได้เป็นอย่างไร เก็บภาษีได้เท่าไหร่ ใครเสียบ้าง ใครไม่เสีย คนรายได้น้อยได้รับการดูแลอย่างไร แล้วสวัสดิการมีอย่างไร ให้ไปแล้วเท่าไร อะไรยังไม่ได้ให้ ถ้าให้แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น ให้มากก็เกินไปประเทศล่มสลาย ระบบการเงินการคลังเสียหายจะทำอย่างไร

ต้องรู้เรื่องเหล่านี้มันถึงจะวิพากษ์วิจารณ์ได้ทั้งหมด ไม่งั้นเท่ากับเลือกวิจารณ์เป็นเรื่องๆ เป็นตอนๆ โดยไม่คำนึงถึงว่ามันจะเกี่ยวพันใคร ใครจะเสียหาย แล้วมันทำให้การทำงานอื่นๆ ที่จะเป็นส่วนประกอบให้เกิดสิ่งที่ต้องการมันทำไม่ได้ อย่าเอาสิ่งที่ไม่ดีมาตีกับสิ่งที่ดีๆ จนทำให้เรารู้สึกว่าไอ้สิ่งที่ทำมาทุกวันนี้ไม่มีค่าอะไรเลย ถ้าเราคิดแบบนั้นประเทศเราไปไหนได้ไม่ไกลกว่านี้หรอก ไม่สร้างสรรค์ไม่พัฒนาตนเอง ผมพยายามจะทำให้ดีที่สุด ไม่เคยท้อแท้ เป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่สู้ชีวิต ประชาชนทุกคนสู้ชีวิต ผมเองก็สู้เพื่อชาติ ประชาชน และสถาบันอันเป็นที่รักของเราเท่าที่จะทำได้" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า การปฏิรูปประเทศ "ไม่มีวันสำเร็จ" หากทุกคนยังติดอยู่ที่เดิม อยากให้ลองคิดดูใหม่ว่า การที่รัฐบาลและ คสช.เข้ามาเมื่อปี 57 นั้น มาทำเพื่ออะไร ปัญหามีอะไรบ้าง รัฐบาลพยายามแก้ไขทุกอย่างได้บ้าง ยังไม่ได้บ้าง บางคนอาจจะนึกว่ารัฐบาลและ คสช.ใช้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์น้อยเกินไปจนทำอะไรไม่สำเร็จ มีอิสระเสรีที่ไร้ขอบเขต เรียกร้องในสิ่งที่ให้ไม่ได้ ทุกคนพยายามคิดแตกต่างกันตลอดทุกเรื่อง มันก็ขัดแย้งกันไปกันมาทำให้เดินหน้าไปได้ช้า ก็ไม่พอใจ สื่อบางคนก็ลืมบทบาทหน้าที่ของตน หน้าที่ของ "พลเมืองดี"

"ผมพยายามที่จะไม่ไปบังคับควบคุมใคร ผมพยายามไม่สนใจในบางเรื่อง แต่ทุกคนต้องพยายามที่จะหาจุดร่วมกัน เพื่อจะปฏิรูปประเทศ ไม่อยากให้อ้างคำว่าประชาธิปไตย หรือคำว่าจรรยาบรรณของสื่ออย่างเดียว ดูประเทศมหาอำนาจที่ว่าเป็น "ประชาธิปไตย" วันนี้เขาดูแลสื่ออย่างไร ดูคนอื่นบ้าง ไม่ใช่ดูแต่ของเรา แล้วก็เอาหลักการที่ทุกคนต้องการมาต่อสู้กันทุกวันอยู่อย่างนี้ ไปเปรียบเทียบกับคนอื่นเขาบ้าง เพราะฉะนั้นอย่ามาอ้างเฉพาะในสิ่งที่ตนเองได้ประโยชน์ แต่ประเทศชาติเสียหายคนอื่นจะเป็นอย่างไรก็ช่างเขา อยากได้ทุกอย่าง แต่ไม่ย้อนดูว่าตัวเองทำอะไรกับประเทศบ้าง พร้อมจะแก้ไขหรือยัง อย่าโทษรัฐบาลและโทษ คสช.อย่างเดียว ว่าทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่าง" นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ทุกคนต้องเข้าใจว่าเราพร้อมหรือยัง มีรายได้เพียงพอหรือยัง ที่จะให้ได้ตามที่ทุกคนต้องการ วันนี้ทุกคนไม่เข้าใจ พยายามปลุกปั่นปลุกระดม ผู้ที่มีรายได้น้อย ผู้ที่ลำบากว่า รัฐบาลจะต้องดูแลมากกว่านี้ ซึ่งที่ผ่านมาเราพยายามเพิ่มให้ทุกอย่าง แต่มันเพิ่มได้ไม่มาก เนื่องจากรายได้เรายังมีเท่านี้ เพราะฉะนั้นอย่ามาจ้องจับผิด อะไรต่างๆ ก็ตามตนไม่ได้ทำเพื่อคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือกลุ่มทุน แล้วลืมฐานราก ลืมประชาชนตนไม่เคยลืม เพราะฉะนั้นเราต้องมาดูทบทวนกันเอง รัฐบาล  คสช.ก็ทบทวนตัวเองว่า ได้ประโยชน์อะไรจากที่มาทำหรือเปล่า โดยส่วนตัวคิดว่าไม่ได้ประโยชน์อะไร แต่ประเทศชาติได้ประโยชน์ มันก็ทำให้ผมมีกำลังใจ มีความคิดพยายามที่จะทำต่อไป เห็นรอยยิ้มของประชาชนที่มีความสุข มีชีวิตที่ดีขึ้น

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ผู้ที่ไม่ให้ความร่วมมือก็ต้องไปกดดันคนเหล่านั้น คาดคั้นความรับผิดชอบจากเขาด้วย ไปทบทวนแล้วกันรู้ตัวกันอยู่แล้วอะไรควรทำอะไรไม่ควรทำ ถ้าอยากจะทำแบบนี้ไปทำกับรัฐบาลหน้า ดูว่าจะทำได้ไหม ไม่ต้องไปขัดแย้ง ไม่มีคนเกลียด วันนี้อยากทำให้ประเทศของเราเดินหน้าให้ได้ อย่าล้มเหลว อย่าไร้ระเบียบวินัยเหมือนเดิม หรือมากกว่าเดิม เสนอมาได้ ถ้ามีความคิดเห็นที่อยากให้รัฐบาลรับทราบ แต่อย่าติติงทั้งหมด อาจจะไม่ได้ดีทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่มันต้องดีมากกว่าไม่ดี แล้วก็บางอย่างต้องให้เวลาในการทำงาน เหมือนกันที่ท่านเคยให้เวลากับทุกรัฐบาล.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้