วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"สยอง แขวนคอ โชว์สดฆ่าตัวตาย" สมองกล 'เฟซบุ๊ก' หวังลดพฤติกรรมตายให้คนอื่นดู

ภาพของชายหนุ่มครูฝึกรักษาความปลอดภัย นุ่งกางเกงยีนส์สีดำ ท่อนบนเปลือยเปล่า กำลังอยู่ในอาการเครียดไร้ทางออก หลังถูกภรรยาจับได้ว่าแอบพาหญิงสาวมาพักที่ห้องเช่าย่านบางเขน จึงขอลาโลกโดยใช้โซเชียลเป็นสื่อ ถ่ายทอดสดตัวเองแขวนคอผ่านเฟซบุ๊กกลางดึก

ระหว่างนั้นภรรยาบังเอิญเลื่อนฟีดมาพบเห็น สามีตัวเองกำลังผูกคอฆ่าตัวตาย จึงรีบเดินทางไปเพื่อจะห้ามปราม แต่ปรากฏว่ามาไม่ทัน สามีได้สิ้นใจคาจอไปก่อนแล้ว

"นี่คือสภาพความเป็นจริงของสังคมไทยยุคโซเชียลมีเดีย"

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ผอ.สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา และโฆษก ก.สาธารณสุข กล่าวว่า การมาของโซเชียลมีเดียไม่ได้ทำให้มีอัตราการฆ่าตัวตายในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น แต่ว่าเฟซบุ๊กมีส่วนที่ถูกใช้เป็นช่องทางในการเผยแพร่ภาพวิธีการฆ่าตัวตายมากขึ้น ทำให้ภาพที่ไม่เหมาะสมต่างๆ ถูกนำเสนอโดยไม่ผ่านการคัดกรองเหมือนในอดีต จึงอาจทำให้ผู้ที่มีความคิดทำร้ายตัวเองอยู่แล้วเกิดการกระทำเลียนแบบได้ แต่อย่างไรก็ตามในแง่มุมที่ดีของชุมชนออนไลน์ก็มีอยู่ อยู่ที่แต่ละคนจะเลือกใช้

ปัญหาการฆ่าตัวตายของผู้คนทั่วโลก พบว่า ในหนึ่งปีจะมีคนฆ่าตัวตายสำเร็จประมาณ 1 ล้านคน เฉลี่ย 1 คน ทุก 40 วินาที ขณะที่คนไทยเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายราว 4,000 คนต่อปี ถือเป็นอันดับ 57 ของโลก ซึ่งส่วนหนึ่งในจำนวนนี้ เป็นเหตุสลดที่เกิดขึ้นผ่านสื่อโซเชียล บางครั้งเฟซบุ๊กจึงถูกวิจารณ์ว่า เป็นเครื่องมือที่อาจอยู่ในปัจจัยเสี่ยง และขาดประสิทธิภาพในการยับยั้งการเผยแพร่ภาพไลฟ์สดฆ่าตัวตาย

นักค้นคว้าวิจัยของเฟซบุ๊กที่ชื่อ เจนนิเฟอร์ กัวดาโน ได้ออกมาตอบโต้ถึงประเด็นนี้ว่า "บางคนอาจมองว่า เฟซบุ๊กควรรีบจัดการกับโพสต์นั้นทันที แต่สิ่งที่เราได้เรียนรู้มาคือ การตัดภาพออกจากระบบเร็วเกินไป เท่ากับเป็นการตัดโอกาสที่บุคคลนั้นจะได้รับการช่วยเหลือ”

ขณะที่ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของเฟซบุ๊ก ได้ประกาศเจตนารมย์ชัดเจนว่า เป้าหมายของเฟซบุ๊กคือการช่วยชีวิตคนที่เสี่ยงจะฆ่าตัวตาย โดยเฉพาะคนที่กำลังถ่ายทอดสด ล่าสุดเฟซบุ๊กจึงนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาช่วยตรวจสอบผู้ใช้งานที่มีแนวโน้มว่าจะฆ่าตัวตายทาง Facebook Live โดยจะมีปุ่มให้ผู้รับชมสามารถกดคลิกรายงานเนื้อหา เมื่อพบสิ่งผิดปกติ และเลือกช่องทางในการให้ความช่วยเหลือ เช่น ติดต่อไปยังหน่วยงานด้านสุขภาพจิต เพื่อให้บุคคลนั้นแชทคุยกับเจ้าหน้าที่ผ่าน Facebook Messenger ได้ทันที

อย่างไรก็ตาม ขนาดซีอีโอของเฟซบุ๊กเองก็ยังยอมรับว่า ลำพังเจ้าหน้าที่ไม่สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึง การเลือกวิธีฆ่าตัวตายด้วยการไลฟ์เฟซบุ๊ก ยังคงเป็นเรื่องที่อยู่เหนือการควบคุม เนื่องจากปัจจุบันเราอยู่ในยุคที่ผู้คนล้วนแสดงออกได้อย่างเสรี ดังนั้นยิ่งเรามีเสรีภาพในการแสดงออกมากเท่าไหร่ หนทางที่จะช่วยป้องกันหรือลดความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นได้ คือการช่วยกันสอดส่องดูแลให้มากขึ้นตามไปด้วย.

ภาพของชายหนุ่มครูฝึกรักษาความปลอดภัย นุ่งกางเกงยีนส์สีดำ ท่อนบนเปลือยเปล่า กำลังอยู่ในอาการเครียดไร้ทางออก หลังถูกภรรยาจับได้ว่าแอบพาหญิงสาวมาพักที่ห้องเช่าย่านบางเขน จึงขอลาโลกโดยใช้โซเชียลเป็นสื่อ ถ่ายทอดสดตัวเองแขวนคอ... 3 มี.ค. 2560 18:21 3 มี.ค. 2560 19:39 ไทยรัฐ