วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นกฮูกสื่อสาร

ผมตั้งใจอ่าน เจ้ายุทธจักรดนตรีไทย (สำนักพิมพ์ศยาม ส.ค.2559) อยากรู้ว่า อาจารย์ถาวร สิกขโกศล เขียนด้านความจริง ขุนอินทร์ หรือพระยาเสนาะดุริยางค์ (แช่ม สุนทรวาทิน) มีดี ไม่ใช่เป็นตัวร้ายอย่างในหนังเรื่องโหมโรง...อย่างไร

อ่านตั้งแต่ครูทั่งรุ่นปู่ มาถึงเรื่องของรุ่นพ่อ ครูช้อย สุนทรวาทิน... เจอเรื่องแปลก ประทับใจ ขอตัดตอนเอามาเล่าก่อน

พ่อครูช้อยชื่อนายทั่ง ครูเสภายุค ร.2 โด่งดังถึงขั้นสุนทรภู่ เขียนไว้ในเสภา ตอนกำเนิดพลายงาม

“แล้วนายทั่งดังโด่งเสียงโว่งโวก ว่ากระโชกกระชั้นขันนักหนา...”

อายุได้ 3 ขวบ ครูช้อยป่วยเป็นโรคฝีดาษ ตาบอดสองข้าง ครูทั่งบิดาจึงไม่ได้สอนศิลปะการดนตรีให้

เวลาที่ครูทั่งสอนศิษย์อยู่บนบ้าน ครูช้อยซึ่งมีนิสัยรักการดนตรี ก็นั่งอยู่ใต้ถุนบ้าน เอากะลามะพร้าว 16 ใบ คว่ำกับพื้น สมมติเป็นลูกฆ้องฝึกตีไปตามที่ท่านบิดาสอนศิษย์อยู่บนเรือน

เวลาบิดาไม่อยู่บ้านครูช้อยก็ขึ้นเรือน ซ้อมดนตรีปี่พาทย์ต่างๆ จนมีความแม่นยำชำนาญ

จนวันหนึ่งมีงานดนตรี แต่คนระนาดป่วย หาคนแทนไม่ได้

ศิษย์ครูทั่งเสนอครูช้อย แต่ครูทั่งไม่แน่ใจ แต่พอให้ทดลองตี จึงรู้ว่าลูกชายตีได้ดี จึงยอมให้ออกงาน หลังจากนั้นก็เริ่มอบรมสั่งสอนศิลปะการดนตรีต่างๆอย่างจริงจัง

ครูช้อยมีความรู้ความสามารถ มีชื่อเสียงเลื่องลือในปลายรัชกาลที่ 4 ยังเป็นศิษย์ครูมี (แขก) สมัยเป็นพระประดิษฐ์ไพเราะ จึงขึ้นชื่อลือชาอีกว่า เก่งทางปี่

เพลงของครูช้อยที่ยังนิยมเล่นกันอยู่ มีเพลงโหมโรงครอบจักรวาล โหมโรงมะลิเลื้อย แขกลพบุรี 3 ชั้น แขกโอด 3 ชั้น ใบ้คลั่ง 3 ชั้น เทพรัญจวน 3ชั้นเที่ยวกลับ (เที่ยวแรกของครูมีแขก) ฯลฯ และยังมีเพลงดังอีกมากมาย

เพลงไหนที่ไพเราะ แต่ไม่รู้ว่าครูใดแต่ง อย่าง โหมโรงไอยเรศ วงการตนตรีไทยก็มักยกให้เป็นฝีมือครูช้อย

ครูช้อยสอนดนตรี ทั้งตามบ้าน วัด และวัง ช่วงเวลาที่บ้านอยู่ข้างวัดน้อยทองอยู่ ได้ไปสอนมโหรีที่ตำหนักพระราชชายาเธอ เจ้าดารารัศมี 5 ปี คุมวงปี่พาทย์ของพระยาอินทราธิบดี (เนียม) และสอนที่อื่นๆ

ครูช้อยสีซอสามสายได้ไพเราะ...ใส่สายซอได้อย่างชำนิชำนาญ งานนี้คนตาดีทำไม่ได้ง่ายๆ

ที่บ้านครูช้อยเลี้ยงนกฮูกไว้ตัวหนึ่ง ฝึกจนนกฮูกพูดคำว่า “พ่อเรียก” ชัดปาก จบการสอนดนตรีให้ศิษย์แล้ว ครูช้อยก็ให้ศิษย์คนหนึ่ง อุ้มนกฮูกเอากลับไปที่บ้าน

ศิษย์คนนั้นหาอาหารป้อนนกฮูกให้อิ่มหนำ แล้วปล่อยให้กลับบ้านครูตอนใกล้รุ่ง

ศิษย์ทุกคนผลัดเปลี่ยนเวียนหน้าอุ้มนกฮูกไปเลี้ยงไว้ที่บ้าน...จนมันจำทุกบ้านได้แม่น

วันใดที่มีคนมาหาปี่พาทย์ไปเล่น ตกค่ำครูช้อยก็จะปล่อยนกฮูก สั่งว่า “ไปเรียกพวกพี่ๆมา”

เจ้านกฮูกก็จะบินไปเกาะที่บ้านศิษย์ พูดว่า “พ่อเรียกๆ” ทีละบ้านๆ ทีละบ้าน จนครบทุกบ้าน

รุ่งเช้าบรรดาศิษย์ก็จะเดิน หรือพายเรือมา ครูช้อยก็จะนัดหมาย ว่าจะต้องไปเล่นปี่พาทย์ที่ไหน เมื่อไหร่

นี่เป็นการสื่อสารระหว่างครูดนตรีตาบอดกับศิษย์ตาดี...ที่ไม่ว่าในสมัยนั้นหรือสมัยไหนๆ ยังไม่เคยมีใครทำได้เหมือนครูช้อยเลยสักคน

กระบวนการสื่อสารสมัยนี้ทันสมัยนะครับ...แค่กดปุ่มมือถือ...จะบอกข่าวเป็นข่าวตาย...ก็บอกได้ทันใจนึก

เรื่องคนหอบ....ในวัดพระธรรมกาย...ไม่ว่าฝ่ายรัฐจะอ้างเหตุผลอะไร ก็คงแก้ข้อหา “ตัดการสื่อสาร” เป็นเหตุให้เขาตาย...ก่อนไปถึงมือหมอ...ไม่หลุด

แผนรุกประชิดวัดพระธรรมกาย จับผู้ต้องหาคนเดียว ทั้งเรื่องคนผูกคอตาย คนหอบตาย...ไม่ว่าความจริงจะเป็นเช่นใด ฝ่ายรัฐเสียแต้มไปเยอะเลย กองเชียร์อย่างผมก็กำลังตั้งตารอดูว่า อีกสักเมื่อไรจะแก้เกมเรียกแต้มคืน.

กิเลน ประลองเชิง

3 มี.ค. 2560 14:01 ไทยรัฐ