วันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

13ด่านรอบธรรมกาย ตรวจตราดีแต่มีสะอื้น

นับแต่รุ่งอรุณของวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2560 ชาวบ้านรอบๆ วัดพระธรรมกายต่างตระหนก เมื่อเจ้าหน้าที่เข้ามาอำนวยความสะดวกเต็มท้องถนน

เส้นทางที่เคยสัญจรไปมาถูกปิดกั้นโดยไม่ทราบมาก่อน แม่มือบิดมอเตอร์ไซค์อารมณ์เสียระเบิดเสียงใส่เจ้าหน้าที่ ขณะที่ลูกน้อยมองตาแป๋ว ไม่ห่างกันรถตู้รับส่งนักเรียนเต็มรถรอคิวถามเจ้าหน้าที่ว่าจะผ่านไปโรงเรียนได้อย่างไร ในเมื่อเส้นทางที่เคยสัญจรไปมาถูกปิด

ทราบกันดีว่า เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ตามคำสั่งของคณะรัฐบาล คสช.ที่อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 44 หรือ ม.44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ออกคำสั่งทั้งหมด 10 ข้อ เพื่อควบคุมพื้นที่วัดพระธรรมกาย

แน่นอนว่ารวมพื้นที่สัญจรไปมาอันเป็นปกติธรรมดา และเป็นสามัญอย่างยิ่งของชาวบ้านด้วยพื้นที่ตรงจุดใดบ้างนั้นในคำสั่งข้อ 9 ระบุว่า “ข้อ 9 เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายสําหรับความผิดที่ได้มีการออกหมายตามประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาแล้วบรรลุผลตามวัตถุประสงค์ เมื่อคำสั่งนี้มีผลใช้บังคับให้วัดพระธรรมกาย ตลอดจนพื้นที่โดยรอบวัดพระธรรมกายในอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี รวมถึงพื้นที่หมู่ 7 หมู่ 8 หมู่ 9 หมู่ 10 หมู่ 11 หมู่ 12 และหมู่ 13 ในตําบลคลองสอง และพื้นที่หมู่ 7 หมู่ 8 หมู่ 9 หมู่ 10 และหมู่ 11 ในตําบลคลองสาม อําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เป็นพื้นที่ควบคุมตามคำสั่งนี้”

สรุปว่า ชาวบ้านได้รับการดูแลเป็นพิเศษจากเจ้าหน้าที่ทั้งในเขตตำบลคลองสาม 7 หมู่บ้าน และในเขตตำบลคลองสองอีก 5 หมู่บ้าน รวมเป็น 12 หมู่บ้าน

พื้นที่ทั้ง 12 หมู่บ้านต้องใช้ถนนเส้นหลัก เส้นย่อยที่ผ่านวัดพระธรรมกาย หลายเส้น เป็นต้นว่าในเขตตำบลคลองสอง ต้องใช้ถนนเลียบคลองสองที่เจ้าหน้าที่ปิดตาย เมื่อไม่ให้ผ่านแม้แต่รถนักเรียน ทำให้ต้องอ้อม หรือเลี่ยงไปใช้ทางอื่นเป็นต้น

แสงอรุณของวันที่ 16 กุมภาพันธ์มิเพียงตราไว้ในความทรงจำของนักเรียน หรือผู้เกี่ยวข้องกับนักเรียน หากยังตราไว้ในความทรงจำอันขมุกขมัวของพ่อค้า แม่ค้า คนออกไปทำงานนอกพื้นพี่ และชาวบ้านโดยทั่วไป ชาวบ้านทราบภายหลังว่า วันออกคำสั่งคือวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2560 ผู้ลงนามคือ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ แต่วันปฏิบัติการกับวัดพระธรรมกายเริ่มในวันถัดมาคือวันที่ 16 กุมภาพันธ์

สำหรับวันสิ้นสุดนั้นเป็นไปตามข้อ 10 คือ “เมื่อเหตุการณ์และความจําเป็นสิ้นสุดลงหรือสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป นายกรัฐมนตรีอาจเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติยกเลิกหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งนี้ได้”

สรุปง่ายๆคือ “ไม่มีใครรู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อใด” “สกู๊ปข่าวหน้า 1” ลงพื้นที่สำรวจจุดต่างๆที่เจ้าหน้าที่ตั้งตรวจตราเพื่อความมั่นคงและเพื่ออำนวยความสะดวกชาวบ้านนั้นมีจุดไหนและสถานการณ์เป็นอย่างไร

แยกจากถนนพหลโยธินเข้าตรงตลาดบางขันธ์ อ.คลองหลวง บนถนนเส้นนี้เริ่มจากบางขันธ์ ผ่านวัดพระธรรมกายไปยังคลองห้า

พบ จุดตรวจที่ 1 ตั้งอยู่หน้า ร.ร.ไทยรัฐวิทยา เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารยืนตากแดดแรงกล้า ขณะที่มีรถตู้ 1 คันผ่านมา ภายในมีพระภิกษุสงฆ์ 1 รูป ไม่ทราบเหมือนกันว่าเจ้าหน้าที่ “เรียกตัวไปสอบถาม” หรือ “นิมนต์ไปสนทนาธรรม” ในเต็นท์ข้างถนน อาจเพราะเป็นจุดตรวจแรกที่แยกตัวจากถนนเส้นใหญ่ เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารจึงหนาตาเป็นพิเศษ ประมาณคร่าวๆจากที่ยืนปฏิบัติหน้าที่ นั่งรออยู่ในเต็นท์ และที่กำลังเล่นไลน์หรือรายงานสถานการณ์อยู่นั้น รวมๆกันไม่ต่ำกว่า 40 นาย

ก่อนข้ามสะพานข้ามคลองสอง พบ จุดตรวจที่ 2 เจ้าหน้าที่ไม่ต่ำกว่า 30 นาย จุดนี้ไม่เข้มงวดนัก มีการสุ่มตรวจรถเพียงบางคัน ผ่านมาอีกไม่กี่ร้อยเมตร พบ จุดตรวจที่ 3 เจ้าหน้าที่ไม่ต่ำกว่า 20 นาย ตรวจตราอย่างเข้มข้น ก่อนขึ้นสะพานข้ามแยกเข้าวัดพระธรรมกาย

พอลงสะพานก็พบ จุดตรวจที่ 4 พบเจ้าหน้าที่หนาแน่นกว่าจุดอื่นๆ ซ้ายมือคือถนนเลียบคลองแอน ทางเข้าตลาดเมืองแก้วมณี และวัดพระธรรมกาย ส่วนด้านขวามือคือตลาดกลางคลองหลวง จุดอ่อนไหวที่เจ้าหน้าที่กับญาติธรรมวัดพระธรรมกายเผชิญหน้ากันอยู่

“สกู๊ปหน้า 1” เลือกลงไปสำรวจด้านซ้ายมือก่อน เวลาประมาณ 11.00 น. ของวันที่ 1 มีนาคมนั้นแดดแรงกล้า เจ้าหน้าที่หลายร้อยนายกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ สองฟากฝั่งคลองแอน ฝั่งเหนือของคลองแอนเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านและตลาดเมืองแก้วมณี

“เราขายของไม่ได้ จะเอาอะไรกิน” แม่ค้ากำลังเรียกร้องเจ้าหน้าที่ให้ยกเลิก ม.44 เพราะกฎหมายนี้ปรามคนเคลื่อนไหวได้ แต่ป้องกันการเน่าเสียของเนื้อหมู เนื้อไก่ และพืชผักที่ซื้อขายไม่ได้ แม่ค้าราว 30 คน ออกมายืนอยู่หลังแนวรั้วเหล็กกั้น ปากก็ฟ้องร้องสื่อมวลชนว่า ข้าวของที่ซื้อไว้เสียหายเพราะขายไม่ได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ปิดทางเข้าออก ตัวแม่ค้าเองจะออกจากบ้านไปธุระที่ไหนก็แสนจะลำบาก

“เราไม่มีความผิดอะไร เราต้องกินต้องใช้ทุกวัน ขอความกรุณาให้เราเข้าออกได้”

แม้แม่ค้าจะเรียกร้อง วิงวอน กราบกรานอย่างไร เห็นเจ้าหน้าที่ ทำได้เพียง “มั่นอยู่ในอุเบกขา” ยืนมองตาปริบๆ จนบรรดาแม่ค้าเหนื่อยอ่อน บอกลาเจ้าหน้าที่จากไปด้วยเสียงอันโรยแรง

เดินย้อนกลับมาที่ถนนบางขันธ์-คลองห้า ลอดสะพานข้ามคลองแอนไปอีกฝั่งหนึ่ง บริเวณนี้คือตลาดกลางคลองสาม ญาติธรรมนำเต็นท์มากาง นำเสื่อมาปู ใกล้ๆมีแม่ค้านำอาหารมาขาย มีก๋วยเตี๋ยว ลูกชิ้น และผลไม้ บรรยากาศเหมือนอยู่ในวัด มีทั้งเสียงสวดมนต์และเสียงพระภิกษุสงฆ์แสดงธรรมเทศนาเกี่ยวกับเรื่องบาป บุญ ให้กับญาติโยม และจงใจให้เจ้าหน้าที่ฟังด้วยหรือไม่นั้นไม่ค่อยแน่ใจ

ผ่านจุดตรวจที่ 4 เมื่อผ่านทางเข้าถนนเลียบคลองสามก็พบ จุดตรวจ ที่ 5 จุดนี้เป็นจุดใหญ่อีกจุดหนึ่ง ปกติรถชาวบ้านสามารถเข้าออกได้ แต่เจ้าหน้าที่เอารั้วเหล็กมากั้นให้ไปใช้ถนนเส้นอื่นแทน จุดนี้เองที่ทำให้ชาวคลองสามเดือดร้อน เลยจุดตรวจที่ 5 มาประมาณ 400 เมตร มีทางแยกลัดเข้า อบต.คลองสาม เส้นนี้ใช้ลัดเข้าไปยังถนนเลียบคลองสามได้ เมื่อเลี้ยวเข้าไปก่อนถึง อบต.คลองสาม มี จุดตรวจที่ 6 มีเจ้าหน้าที่ 4-5 คนเท่านั้น

เมื่อผ่านที่ทำการ อบต.คลองสาม โผล่มาก็เจอจุดตรวจที่ 7 จุดนี้มีเจ้าหน้าที่หนาตา น่าจะไม่ต่ำกว่า 50 นายประจำการอยู่ เจ้าหน้าที่ปิดทางด้านซ้าย ให้เลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น รถแล่นเลียบถนนเลียบคลองสามไปทางเหนือได้ แต่ไปอีกราว 300 เมตรก็พบจุดตรวจที่ 8

จุดที่ 8 นี้มีทางลัดตัดเข้าคลองสองได้ เมื่อเลี้ยวเข้ามาก่อนพบคลองสองก็พบ จุดตรวจที่ 9 มีจุดตรวจไม่ใหญ่นัก แต่เมื่อตัดผ่านมาโผล่คลองสองเจอ จุดตรวจที่ 10 มีเจ้าหน้าที่กว่า 30 นายประจำการอยู่ มีการตรวจตราอย่างเข้มข้น และยังปิดทางไม่ให้ประชาชนใช้ถนนเลียบคลองสองผ่านยังประตู 8 เพื่อไปขึ้นถนนบางขันธ์-คลองห้า ผ่านจุดตรวจที่ 10 แล้ว ต้องข้ามสะพานข้ามคลองสอง แล้วแล่นเลียบไปเจอ จุดตรวจที่ 11 อยู่บนสะพานข้ามคลองสองหน้าประตู 8 เจ้าหน้าที่ห้ามเข้าเด็ดขาด เมื่อเลียบคลองสองต่อไปก็พบ จุดตรวจที่ 12 บนสะพานข้ามคลองสองข้างหมู่บ้านคลองสอง ถ้าต่อไปอีกประมาณ 200 เมตรก็จะถึงถนนบางขันธ์-คลองห้า เป็นอันว่าครบรอบวัดพระธรรมกาย

เมื่อแล่นย้อนกลับมาประตู 8 เพื่อออกถนนพหลโยธินโดยใช้ถนนสีขาวพบอีก จุดตรวจที่ 13 บริเวณหน้าเทศบาลเมืองท่าโขลง ทั้ง 13 จุดตรวจบนเส้นทางสัญจรไปมาของชาวบ้าน ครอบคลุมพื้นที่ 2 ตำบล รวม 12 หมู่บ้าน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใดที่ชาวบ้านจะได้รับผลกระทบ

แน่นอนว่าแรงกระทบเกิดขึ้นแล้ว แต่แรงสะเทือนไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร.

3 มี.ค. 2560 13:54 ไทยรัฐ