วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

10 สุดยอดพวงมาลัย

พวงมาลัยคืออุปกรณ์สำคัญที่ใช้สำหรับการควบคุมทิศทาง นอกจากความสวยงามน่าใช้น่าสัมผัสแล้ว พวงมาลัยในรถยนต์สมัยใหม่ยังเข้ามาช่วยทำให้การขับขี่มีความสะดวกสบาย ปลอดภัยและมั่นคงแม่นยำยามใช้ความเร็ว พวงมาลัยไฟฟ้าแบบแปรผันน้ำหนักไปตามความเร็วในปัจจุบันมีประสิทธิภาพที่ขึ้นตรงกับต้นทุนในการออกแบบ และผลิตรวมถึงราคาของรถยนต์คันนั้นๆ ยิ่งรถมีราคาแพงมากเท่าไหร่ พวงมาลัยก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะพวงมาลัยของรถซุปเปอร์คาร์ หรือรถสปอร์ตสมรรถนะสูง และนี่คือ 10 สุดยอดพวงมาลัยที่มีความสวยและความแม่นแบบครบๆ

1.BMW M3/M4/M4GT-S
ระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า Electromechanical steering system ในรถ BMW M3 และ M4 แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการใหม่จาก BMW M GmbH และองค์ประกอบที่สำคัญในการเชื่อมโยงกันระหว่างคนขับและรถยนต์ พวงมาลัยถูกปรับตั้งน้ำหนักผกผันไปตามความเร็ว ตลอดจนโหมดของการขับขี่ ที่จะเชื่อมความรู้สึกของพวงมาลัยไปยังผู้ขับขี่โดยตรง พวงมาลัย M แบบ 3 ก้าน หุ้มหนังแท้ เย็บด้วยด้ายสีน้ำเงิน สีฟ้าและสีแดงพร้อมสวิตช์มัลติฟังก์ชั่น และแป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift เป็นระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า Electromechanical steering system ซึ่งประจำการอยู่ในรถ BMW M3 และ M4 รวมถึง M4 GT-S แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและพัฒนาการใหม่จาก BMW M GmbH องค์ประกอบสำคัญในการเชื่อมโยงกันระหว่างคนขับและรถยนต์ โดยใช้การปรับตั้งน้ำหนักแบบอัตโนมัติผกผันไปตามความเร็วของรถตลอดจนโหมดของการขับขี่ ที่จะเชื่อมความรู้สึกของแชสซี ระบบรองรับและยาง ผ่านไปที่พวงมาลัยจนถึงมือของผู้ขับขี่โดยตรง

ระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า Electromechanical steering system ในรถ BMW M3 และ M4 รวมถึง M4 GT-S  เป็นพวงมาลัยไฟฟ้ามีความแม่นยำสูงเพื่อการควบคุมจักรกลแห่งตำนานของ BMW ซึ่งมีกำลังเฉลี่ย 430 - 500 แรงม้า พวงมาลัยของ M3 / M4 / M4 GT-S  นั้นประกอบด้วยฟังก์ชั่นบูรณาการ ครอบคลุมการขับขี่ทุกโหมดของการขับเคลื่อนด้วยการปรับตั้งน้ำหนักแบบอัตโนมัติด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ Servotronic ใช้กลไกของวาล์วและมอเตอร์ไฟฟ้าปรับระดับของน้ำหนักตามความเร็วให้มีค่าที่เหมาะสมกับลักษณะของการขับขี่ พวงมาลัยสำหรับ BMW M3 และ M4 รวมถึง M4 GT-S ยังทำงานเชื่อมโยงกับโหมดการขับผ่านการตั้งค่า ผู้ขับสามารถเลือกโหมด COMFORT / SPORT / SPORT + ช่วยให้ระดับของน้ำหนักมีความเหมาะสมไปกับความเร็วในขณะนั้นๆ กลศาสตร์ขั้นสูงของแกนพวงมาลัย กับซอฟต์แวร์ที่ปรับตั้งมาเป็นอย่างดี ส่งผลให้เกิดความแม่นยำ และตอบสนองอย่างน่าทึ่ง โดยเชื่อมโยงการทำงานกับระบบรองรับได้เป็นอย่างดี

พวงมาลัยไฟฟ้าคือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในรถ M Car ของ BMW วิศวกรของ BMW M GmbH วางแผนงานการสร้างความรู้สึกใหม่ๆในระบบบังคับเลี้ยวบนรถสปอร์ตที่มีกำลังมากถึง 430-500 แรงม้า เป้าหมายในการออกแบบและผลิตเพื่อทำให้ประสิทธิภาพของชุดบังคับเลี้ยวในรถสปอร์ตรุ่นใหม่มีความเหนือชั้นกว่าพวงมาลัยของรถคู่แข่ง โดยภาพรวม พวงมาลัยของ M3/M4 เหนือกว่า M3 e92 รุ่นที่แล้วอย่างชัดเจนในด้านของการทดน้ำหนักและการส่งถ่ายความรู้สึกของการควบคุมทั้ง น้ำหนัก การตอบสนอง และประสิทธิภาพของความแม่นยำ ระบบมอเตอร์ไฟฟ้า พร้อมวาล์วแบบใหม่ กลบเกลื่อนสิ่งที่เคยขาดหายไปใน BMW M3 e92 รุ่นเก่า นอกจากสัมผัสที่ดีเยี่ยมแล้ว พวงมาลัยแบบใหม่รุ่นนี้ยังมีน้ำหนักลดลงอีก 3 กิโลกรัม รวมถึงยังช่วยทำให้ประหยัดเชื้อเพลิงขึ้นอีก 5%

2.MERCEDES BENZ A45 AMG
พวงมาลัยสามก้านทรงสปอร์ตของ A45 AMG รถ 5 ประตูขนาดเล็กที่มีกำลังมหาศาลมากถึง 386 แรงม้า พวงมาลัยของ A45 มีขนาดรอบวงเท่ากันกับพวงมาลัยใน New C-Coupe ปรับได้สี่ทิศทางทั้งสูง-ต่ำ และไกล-ใกล้ พวงมาลัยทรงฐานตัดวงนี้หุ้มด้วยหนังแท้เย็บด้วยด้ายสีแดง หลังวงมีแป้นเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ Paddle Shift ขนาดเล็กทำจากพลาสติกสีดำติดตั้งมาให้ใช้งานสำหรับคนขับที่ชอบชิฟเกียร์เอง ก้านของพวงมาลัยมีสวิตช์ควบคุมชุดเครื่องเสียง สวิตช์รับหรือวางโทรศัพท์แบบไร้สาย รวมถึงสวิตช์เพื่อเลือกดูโหมดการขับขี่และทริปมิเตอร์กับปริมาณน้ำมันในถังต่อระยะทางที่สามารถวิ่งไปถึง ขนาดของพวงมาลัยทรงฐานตัดมีรอบวงที่เล็กพอดีกับการหมุนและมีร่องกริ้บที่ค่อนข้างจับได้กระชับมือจากการออกแบบ

พวงมาลัยหนังของ A45 AMG ปรับตั้งมาเป็นอย่างดี โดยพยายามสื่อสารกับความรู้สึกถึงการเชื่อมโยงกันระหว่างช่วงล่างและยางรวมถึงผิวถนน เป็นชุดบังคับเลี้ยวที่สื่อสารกับผู้ขับได้อย่างเที่ยงตรงจากประสิทธิภาพของแรคพวงมาลัยแบบใหม่ ระบบบังคับเลี้ยวแบบไฟฟ้าที่ควบคุมด้วย ECU ชุดนี้มีชื่อที่ยาวเหยียดว่า AMG Electromechanical Power Steering Speed Dependent Variable Assist ออกแบบมาเพื่อรองรับการหักเลี้ยวด้วยน้ำหนักที่ผกผันไปตามความเร็ว และโหมดของการขับเคลื่อน พวงมาลัยของ A45 AMG สามารถรับมือกับกำลัง 386 แรงม้าได้อย่างเหลือเชื่อ!! โดยเน้นให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเพื่อการควบคุมที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด น้ำหนักของพวงมาลัยขึ้นตรงกับสปีดของตัวรถกับโหมดของการขับเคลื่อน มันจะแปรผันน้ำหนักอย่างรวดเร็วเมื่อความเร็วสูงขึ้นหรือมีน้ำหนักที่เบามือเมื่อความเร็วลดลง โดยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ควบคุมน้ำหนักจะคอยปรับแรงดันของเหลวในระบบ เมื่อความเร็วสูงขึ้นเรื่อยๆ มอเตอร์จะทำการลดแรงดันของเหลวเพื่อทำให้พวงมาลัยหนืดขึ้นที่ย่านความเร็วสูง การทำงานของมัน เป็นไปตามโปรแกรมที่ได้กำหนดค่าเอาไว้ โดยส่งมอบความรู้สึกที่มั่นคงตลอดระยะเวลาของการขับขี่ ไม่ว่าจะวิ่งด้วยความเร็วต่ำ หรืออัดเต็มสปีดในสนามแข่งรถ

3.HONDA CIVIC TYPE R
พวงมาลัยหนังแท้แบบสปอร์ตทรงสามก้านของ Civic รุ่นแรงสุดหรือ Type R ติดตั้งสวิตช์สั่งงานระบบเครื่องเสียง ปุ่มรับหรือวางสายโทรศัพท์ในระบบบลูทูธ ปุ่มควบคุมระบบปรับตั้งความเร็วอัตโนมัติ ปุ่มควบคุมระบบสั่งงานด้วยเสียงแต่ไม่มีแป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัยหรือ Paddle Shift เนื่องจากใช้เกียร์ธรรมดาแทนที่เกียร์ CVT จอมย้วย เป็นพวงมาลัยที่เชื่อมต่อกับสวิตช์ที่ใช้ควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ พวงมาลัยไฟฟ้าของ Civic Type R 2017 ปรับได้สี่ทิศทางทั้งไกล-ใกล้-สูง-ต่ำ ครอบคลุมสรีระเรือนร่างของผู้ขับ ไม่ว่าจะสูงยาวอวบอ้วนหรือตัวเตี้ยม่อต้อก็สามารถนั่ง และปรับเบาะกับตำแหน่งของพวงมาลัยให้เข้ากับเรือนร่างเพื่อการควบคุมที่ดี

พวงมาลัยไฟฟ้าของ Type R รุ่นล่าสุดมีชื่อเรียกว่า Dual Pinion Variable Ratio Electric Power Assisted Rack and Pinion Steering มีการทำงานคล้ายกับพวงมาลัยไฟฟ้าติดตั้งมอเตอร์ทั่วไป แต่สิ่งที่แตกต่างจากพวงมาลัยไฟฟ้าแบบอื่นๆ ก็คือนอกจากจะใช้มอเตอร์ผ่อนแรงหมุนเหมือนกันแล้ว อัตราทดของพวงมาลัยยังแปรผันไปตามความเร็วได้แบบอัตโนมัติ เป็นการเพิ่มเติมประสิทธิภาพของชุดบังคับเลี้ยวให้ดีขึ้นกว่าที่เคยมีมา น้ำหนักที่ผกผันไปตามความเร็วมีทั้งเบาสบายมือในย่านความเร็วต่ำ และตึงกระชับสอดรับกับการใช้ความเร็วสูงเพื่อให้ความแม่นยำในการควบคุมจักรกลขับหน้าตัวแรงที่มีกำลังมากถึง 306 แรงม้า 

4.SUBARU WRX ST-i
พวงมาลัยไฮดรอลิกแบบใหม่ของ Subaru WRX ST-i เป็นชุดบังคับเลี้ยวแบบแรคแอนพีเนียนพร้อมปั๊มเพาเวอร์แบบสายพานที่แข็งแกร่งและมีความแตกต่างจากพวงมาลัยไฟฟ้ายุคใหม่ซึ่งใช้ปั้มทำงานด้วยระบบไฟฟ้า เนื่องจากไม่มีการติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าคอยผ่อนแรงหมุนให้เสียอารมณ์ น้ำหนักของพวงมาลัยในรถ WRX ST-i รุ่นใหม่จึงค่อนข้างที่จะคงที่ตลอดเวลา พวงมาลัยหรือชุดบังคับเลี้ยวใน WRX STi เน้นความแม่นยำและความหนักแน่นสไตล์รถแข่งชนิดตึงไม้ตึงมือไปตลอดทาง เป็นพวงมาลัยพาวเวอร์สายพานแรคแอนด์พีเนียนที่ใช้อัตราทด 13.0 : 1 สอดรับกับระบบรองรับหรือช่วงล่างด้านหน้าที่เป็นแบบอินเวิร์ทแม็คเฟอร์สันสตรัท  

การปรับค่า K สปริงหน้าให้แข็งอีก 22% เป็นความแข็งขืนในระดับเท่ากับรถแข่ง วิศวกรของ Subaru ปรับจุดยึดของระบบรองรับทั้งด้านหน้าและด้านหลังให้แข็งมากยิ่งขึ้นเพื่อลดอาการโคลงตัวและทำให้การทรงตัวทั้งทางตรงหรือในโค้งดีขึ้น น้ำหนักที่คงที่ตลอดเวลาของพวงมาลัยใน ST-i ตัวใหม่ซึ่งปรับมาในแบบเน้นความหนักแน่นมากเป็นพิเศษทำให้การควบคุมจักรกลตัวแรงมีความมั่นคง การขับในเมืองที่ย่านความเร็วต่ำ พวงมาลัยเพาเวอร์สายพานที่ปรับตั้งมาหนักแน่นตึบแนวรถแข่ง ยิ่งเพิ่มความกระสันอยากที่จะใช้ความเร็วให้มากยิ่งขึ้น น้ำหนักและความแม่นของพวงมาลัยที่ไม่มีระบบไฟฟ้าเข้ามาคอยวุ่นวายให้เสียอารมณ์และเสียสัมผัสที่ดีในย่านความเร็วสูงมอบความมั่นใจให้กับคนขับได้ดี พวงมาลัยเพาเวอร์ของ STi ตัวใหม่โคตรแม่นแบบจับวาง หักไปเท่าไหร่มันก็ไปแค่เท่าที่หักเลี้ยวไม่มีขาดไม่มีเกิน ให้ความหนึบแน่นกับความมั่นใจทุกครั้งเมื่อใช้ความเร็ว เป็นชุดบังคับเลี้ยวที่ให้สัมผัสแบบรถสนามบนโครงสร้างอันแข็งแกร่งที่ต่อเชื่อมกับแชสซีและช่วงล่างพร้อมกำลังความแรงแบบมุทะลุดุดันของเครื่อง Boxer อัดเทอร์โบระดับ 300 แรงม้ากับแรงบิด 400 นิวตันเมตร

5.LAMBORGHINI HURACAN LP640/4
น้ำหนักของพวงมาลัยไฟฟ้าในโหมดปกติที่หนักกว่ารถบ้านประมาณ 2 เท่านั้นเหมาะสมกับซุปเปอร์คาร์รุ่นขายดีของค่ายกระทิงเปลี่ยว เมื่อขับทดสอบบนสนามช้างในบุรีรัมย์ ระบบควบคุมเสถียรภาพ ระบบช่วยทรงตัวและกลไกไฟฟ้านับสิบรายการที่ต่อเชื่อมกับแกนประสาทของชุดบังคับเลี้ยวคอยประคับประคองรถให้อยู่กับร่องกับรอยโดยไม่ต้องออกแรงขืนกับพวงมาลัยมากจนเกินไป ความง่ายในการควบคุมของเจ้า Huracan LP610-4 นั้นถูกปรับมาให้เหมาะกับเศรษฐีขี้เบื่อที่ไม่ค่อยมีฝีไม้ลายมืออะไรมากนัก ขอเพียงแค่ขับรถเป็นและไม่เสียสติทำอะไรบ้าๆ แค่นั้นเป็นพอ มันจะพาคุณพุ่งไปข้างหน้าด้วยความรวดเร็วพร้อมๆ กับความสนุกสนานจากแรงจีในโค้ง พวงมาลัยที่ย่านความเร็วสูงเบาลงมานิดนึงและให้ฟิลลิ่งที่ยอดเยี่ยม

ระบบ LPI เปรียบได้กับประสาทส่วนกลางของเจ้ากระทิงคันนี้ วิศวกรของ Lamborghini ออกแบบมาเป็นพิเศษโดยใช้ไจโรสโคป 3 ตัว และ Accelerometer อีก 3 ตัวติดตั้งเอาไว้ที่จุดศูนย์ถ่วงของรถ อุปกรณ์ชนิดนี้จะเข้ามาควบคุมทุกอย่างในแบบ Real - Time โดยระบบประสาทส่วนกลางของเจ้าวัวป่าจะทำการสั่งงานไปที่พวงมาลัย ช่วงล่าง ระบบขับเคลื่อน ระบบ ESP ชุดเกียร์และการทำงานของเครื่องยนต์!! ทำให้ Lamborghini Huracan ตอบสนองต่ออาการทุกอย่างแทบจะในทันทีและในทุกกรณี พวงมาลัยเพาเวอร์กึ่งไฟฟ้าที่สามารถปรับอัตราทดแบบอัตโนมัติช่วยทำให้การหักเลี้ยวมีความไวมากกว่าเดิม ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่สามารถส่งแรงบิด 50% ไปที่ล้อหน้าผ่านเฟืองอิเล็กทรอนิกส์ หรือผกผันจัดแรงบิดเต็มๆ 100% ไปยังล้อหลังผ่านเฟืองท้ายแบบกลไกเพื่อทำให้ส่วนท้ายยึดเกาะได้มากยิ่งขึ้นเมื่อทำงานผสานกับพวงมาลัยสุดเจิดของ LP640-4

พวงมาลัยกึ่งไฟฟ้าควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ของ LP640/4 มีสวิตช์ติดอยู่เต็มไปหมดทั้งสวิตช์ไฟเลี้ยว สวิตช์ปัดน้ำฝน ปุ่มกดเปลี่ยนจอภาพมาตรวัดและปุ่มปรับโหมดการขับเคลื่อนที่มีชื่อเรียกว่า Anima เพิ่มเข้ามา คำนี้ในภาษาอิตาเลียนแปลว่าวิญญาณ แต่ Anima ย่อมาจากคำว่า Adaptive Network Intelligent Management สำหรับใช้ปรับโหมดการขับเคลื่อน 3 รูปแบบ Starda / Sport / Corsa พวงมาลัยหุ้มหนังกลับ Alcantara มีแป้นเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ขนาดใหญ่เกือบครึ่งหนึ่งของวงพวงมาลัย ใน Sport Mode ที่เร็วจิ้ดทำให้ Huracan LP610-4 เปิดเผยความลับด้านงานวิศวกรรมจักรกลยุคใหม่ออกมาอย่างหมดเปลือก และยิ่งทำให้ Huracan เป็นรถที่ง่ายต่อการขับเร็วบนถนนหรือในสนามแข่ง

6.McLAREN 675LT
ตัวเลขสมรรถนะของ McLaren 675LT เฉียดใกล้กับ McLaren P1 ซึ่งเป็นไฮเปอร์คาร์พลัง 900 แรงม้า เมื่อดูจากตัวเลขของอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 2.9 วินาที รวมถึงตัวเลขอันยิ่งยวดของแรงม้าต่อน้ำหนัก McLaren 675LT สามารถทำได้ในเกณฑ์เหลือเชื่อโดยมีอัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนัก 549 แรงม้าต่อตัน!! เร่งจาก 0-200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 7.9 วินาที โดยมีความเร็วปลายคันเร่งที่ 330 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พวงมาลัยทรงสปอร์ต 3 ก้านของปิศาจความเร็ว McLaren 675LT ก้านวงทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ไม่มีสวิตช์สั่งงานติดตั้งมาให้เนื่องจากไม่ต้องการดึงสมาธิในการขับขี่รถที่มีเรี่ยวแรงมากถึง 675 แรงม้า 

พวงมาลัยใน McLaren 675LT ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์หุ้มหนังกลับ Alcantara พร้อมแป้น Paddle Shift แบบคาร์บอนโชว์ลายมีการปรับจูนทั้งระยะของการหมุนและน้ำหนักใหม่หมด พวงมาลัยของ Ferrari 488GTB หรือแม้แต่ Lamborghini Huracan LP640/4 ที่ว่าหนักจะกลายเป็นเบาหวิวทันทีที่คุณลองหมุนพวงมาลัยของเจ้า 675LT แต่วิศวกรของ McLaren แจ้งว่าชุดบังคับเลี้ยวของ 675LT ไวกว่า P1 เล็กน้อยในด้านของความคล่อง พวงมาลัยของรถไฮเปอร์คาร์รุ่นนี้มีการสื่อสารที่ดีเยี่ยม น้ำหนักในช่วงความเร็วต่ำหนักราวกับพวงมาลัยของรถบรรทุกกลายเป็นความแน่นตึบแม่นยำเข้ามาแทนที่เมื่อความเร็วเพิ่มขึ้น สมรรถนะในการเร่งความเร็วจากโค้ง 3 ไปโค้ง 4 ของ 675 LT ทำให้คนขับแทบจะไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่น ตัวเลข 0-100 ใน 2.9 วินาที ของมันพอฟัดพอเหวี่ยงกับ McLaren P1 ที่มีราคาร่วมๆ 200 ล้านบาท มันเร่งได้เร็วกว่า Ferrari 488GTB 0.4 วินาที และเร็วกว่า Lamborghini Huracan LP610/4 อยู่ 0.3 วินาที เป็นความเร็วระดับไฮเปอร์คาร์พร้อมชุดบังคับเลี้ยวที่มาดมั่นสุดๆ ซึ่งคนรวยสามารถหาซื้อได้ในราคาแค่ 39 ล้านบาท !!

7.MINI JOHN COOPER WORK
วงพวงมาลัยสปอร์ตแบบ 3 ก้านของ MINI รุ่นสูงสุด JCW (John Cooper Work) หุ้มหนังแท้เย็บเดินตะเข็บด้วยด้ายสีแดง ก้านวงมีการประทับตราสัญลักษณ์ John Cooper Work พร้อมสวิตช์สั่งงานระบบโทรศัพท์บูลทูธ สวิตช์ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ และปุ่มควบคุมเครื่องเสียง แป้น Paddle Shift ขนาดกะทัดรัดติดตั้งที่ด้านหลังอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะเจาะในการใช้นิ้วกดเพื่อเปลี่ยนอัตราทด ขนาดที่พอดิบพอดีของวงพวงมาลัยพร้อมร่องกริ้บที่บริเวณนิ้วออกแบบมาเพื่อความกระชับรัดกุมทำให้ยึดจับได้อย่างมั่นคง

พวงมาลัยไฟฟ้าของ MINI JCW แปรผันน้ำหนักไปตามโหมดของการขับเคลื่อนและความเร็ว เป็นพวงมาลัยแบบแรคแอนพีเนียนที่ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าคอยปรับน้ำหนักไปตามโหมดขับเคลื่อนซึ่งทำงานด้วยกลไก Servotronic function เป็นพวงมาลัยหุ้มหนังแท้ที่จับได้อย่างกระชับมือโดยเฉพาะการสวมถุงมือขับในสนามแข่งแต่ไม่ได้นุ่มนิ่มสบายมือเท่ากับพวงมาลัย M ใน 118i M-Sport ประสิทธิภาพของ MINI TwinPower Turbo ผสานการทำงานของพวงมาลัยไฟฟ้า Servotronic function พร้อมช่วงล่างแน่นๆ มีอัตราทดของพวงมาลัยในย่านความเร็วสูงที่เน้นความแน่นอนแม่นยำเป็นแก่นของการควบคุม ฐานล้อสั้นกุดทำให้ต้องระวังไม่สะบัดพวงมาลัยเมื่อต้องการเปลี่ยนช่องทางแบบกะทันหันที่ย่านความเร็วสูง การอัดเจ้า MINI JCW ด้วยพลัง 231 แรงม้าพรัอมช่วงล่างที่มีทั้งความแน่นและความยืดหยุ่นสูงกว่า MINI ทุกเวอร์ชั่นพร้อมกลไก Servotronic function ของพวงมาลัยคือความสุขทางใจของพวกบ้ารถอย่างแท้จริง

8.LEXUS RC200T F-SPORT
พวงมาลัยวงเล็กแบบสามก้านหุ้มหนังแท้พร้อมแป้น Paddle Shift ของรถสปอร์ตรุ่น RC จาก Lexus มีการปรับเซ็ตการทำงานใหม่หมดเพื่อความสนุกในการควบคุมเหมือนเดิม รอบวงขนาดกะทัดรัดพร้อมกับเย็บด้วยด้ายสีแดงที่ตัดกับหนังสีดำอย่างจงใจ พวงมาลัย 3 ก้าน พร้อมแป้นเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ Paddle Shift ใช้สับเปลี่ยนอัตราทดของเกียร์ออโต้ขับหลังแบบ 8 สปีด ระบบบังคับเลี้ยวของรถสปอร์ตภายใต้แบรนด์ Lexus คันนี้ใช้พวงมาลัยไฟฟ้าที่คอยแปรผันน้ำหนักอย่างละเอียดผ่าน ECU ที่ใช้ควบคุมและสั่งงาน

พวงมาลัยไฟฟ้าของ Lexus RC200t เป็นแบบ Electronic Power Steering (EPS) พร้อมกลไก vehicle speed-sensing coaxial rack and pinion พวงมาลัยในโหมดประหยัด ECO-PRO เบาสบายข้อมือแต่ก็ยังแอบกระชับรัดกุมในโค้งมุมแคบ การขับ Sport GT ของ Lexus นั้นเต็มไปด้วยความสะดวกสบายจากอุปกรณ์บังคับเลี้ยวบนรถสองประตูที่มีราคาแพงถึง 5.4 ล้านบาท ในย่านความเร็วสูงหรือเมื่อขับเร็วขึ้นเรื่อยๆ พวงมาลัยไฟฟ้าก็ยังคงเบาและคล่องแคล่วว่องไว เมื่อปรับโหมดขับเคลื่อนไปที่ Normal ซึ่งเป็นโหมดปกติคั่นอยู่ตรงกลางระหว่างโหมดประหยัดกับโหมดสูงสุด พวงมาลัยของ RC200t ให้ความรู้สึกในการควบคุมแบบสุขุมนุ่มลึกโดยเน้นความเบาสบายข้อมือพร้อมความแม่นยำมากกว่าเดิม ทำให้ RC200t F-Sport เป็นรถที่ขับทางไกลได้เหนือกว่า BMW 420d หรือแม้แต่ E200 Coupe โดยเหลื่อมกันอยู่ไม่มากในด้านของความรู้สึกหลังพวงมาลัย 

9.BMW 116i M-SPORT
พวงมาลัย M ในรถเล็ก 5 ประตูรุ่น 116i M-Sport ไม่มีแป้นเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ติดมาให้ หากอยากได้คงต้องเลือกเอารุ่นที่มีความจุเครื่องยนต์สูงกว่านี้ (125i / 135i) เป็นชุดบังคับเลี้ยวแบบ Rack & Pinion EPAS Electric Power Steering With Servo Valve พวงมาลัยของ 116i M-Sport ปรับได้ถึงสี่ทิศทางและใช้การปรับแบบแมนนวลคล้ายกับการปรับตั้งเบาะ แม้จะไม่สะดวกเท่ากับเบาะแบบไฟฟ้าหรือพวงมาลัยที่ใช้การปรับเพียงแค่โยกก้านสวิตช์เล็กๆ ที่โคนของแกนพวงมาลัย แต่มันก็มีความคงทนและมีราคาค่าตัวไม่แรงเท่ากับรถ BMW รุ่นที่สูงกว่านี้ พวงมาลัยหนังของ M-Power ที่ประจำการอยู่ในรถเล็กรุ่น 116i มีทรวดทรงอวบกลมให้ความรู้สึกเหมือนกำลังกำข้อมือของเด็กอ้วนๆ ข้ามถนน พวงมาลัย M ใน 116i มีทรงที่แปลกแยกออกไปจากพวงมาลัย M ใน BMW Series-3 จากขนาดที่เล็กกะทัดรัดและมีรอบวงอวบบวมด้วยฟองน้ำภายในที่ถูกยัดเสริมเพื่อเพิ่มความกระชับ และนิ่มมือขณะจับถือ

ชัดเจนท่ีสุดคือตัวตนของชุดบังคับเลี้ยว ซึ่งเป็นพวงมาลัยไฟฟ้าแบบแปรผันน้ำหนักอัตโนมัติ วาล์วซึ่งรับหน้าที่ส่งถ่ายน้ำมันไฮดรอลิก มีเซอร์โวเล็กๆ ซึ่งทำงานด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคอยควบคุมปรับระดับของการหน่วง ด้วยการทำงานของมอเตอร์มันจะแปรผันน้ำหนักไปตามสภาพการที่แท้จริง ในย่านความเร็วต่ำมอเตอร์ไฟฟ้าจะทำงานมากขึ้นเพื่อให้พวงมาลัยมีน้ำหนักที่เบาสบายมือ ขณะที่ขับออกจากที่จอดรถ การเปลี่ยนทิศทางหรือการเลี้ยวกลับรถที่ความเร็วต่ำในโหมดประหยัด พวงมาลัยจะปรับตัวเองโดยคำนึงถึงความรู้สึกของผู้ขับเป็นหลัก ค่าของการปรับตั้งท่ียอดเยี่ยมมาจากโรงงานทำให้พวงมาลัยสามารถทำงานในย่านความเร็ว 30-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยให้ความรู้สึกเบาหวิวราวกับพวงมาลัยของรถญี่ปุ่นเล็กๆ คันหนึ่ง คุณสุภาพสตรีที่เคยบ่นว่าพวงมาลัยของ BMW มีน้ำหนักมาก โดยแทบทุกรุ่นในอดีตมักจะมีน้ำหนักราวกับรถแข่ง สำหรับปัจจุบัน ผู้คนมีเงินส่วนมากนั้นรักความสบายมากยิ่งขึ้น น้ำหนักของพวงมาลัยไฟฟ้าแบบแปรผันได้เข้ามาช่วยทำให้การควบคุมรถยนต์ดีขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นขึ้นอยู่กับต้นทุนโดยเฉพาะรถราคาแพง พวงมาลัยไฟฟ้าของ BMW 116i M-Sport จากรูปแบบของตัวรถและความสมบูรณ์ของระบบ ตลอดจนการออกแบบช่วงล่างและการกระจายน้ำหนัก พวงมาลัยทำงานสัมพันธ์ไปกับไดนามิกของตัวรถได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด มันจะทำให้คุณหลงรักในที่สุดเมื่อขับไปได้สักพัก

10. PORSCHE 718 BOXSTER
เป็นพวงมาลัยแบบสปอร์ตที่มีการออกแบบอันยอดเยี่ยมทั้งวัสดุที่ใช้ในการผลิตและความก้าวล้ำของซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการควบคุม พวงมาลัยของ 718 Boxster มีน้ำหนักที่พอดีไม่เบาหรือหนักจนเกินไปและมีการทำงานที่เที่ยงตรงสุดๆ เมื่อมันทำงานผสานกับระบบส่งกำลังแบบ PDK 7 สปีดและโหมดของการขับเคลื่อน แป้น paddles อะลูมินั่มอัลลอยวางตำแหน่งมาค่อนข้างดีทำให้การเปลี่ยนเกียร์มีความรวดเร็วเข้ากับลักษณ์ของตัวรถที่เน้นการขับขี่ พวงมาลัยของ 718 Boxster มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางที่กะทัดรัด นับเป็นความพยายามที่เพิ่มการตอบสนองในแบบฉับพลันทันที และขึ้นตรงกับความว่องไวในโหมดที่ผู้ขับเลือก การจัดการที่มีประสิทธิภาพทำให้มีรถสปอร์ตไม่กี่ยี่ห้อที่สามารถผลิตพวงมาลัยที่ยอดเยี่ยมแบบนี้ได้

Sport Chrono Package ควบคุมการทำงานของพวงมาลัยผสมผสานกับการทำงานของเครื่องยนต์ ระบบเกียร์ PDK การแสดงผลการทำงานมาในรูปแบบ Analogue และแบบ Digital พร้อมปุ่ม Sport Plus กับระบบ Porsche Active Suspension Management หรือ PASM และ Porsche Dynamic Chassic Control PDCC ระบบจะปรับเปลี่ยนการทำงานของพวงมาลัย ช่วงล่างและเครื่องยนต์รวมถึงชุดส่งกำลัง ทำให้พวงมาลัยของ 718 ตอบสนองได้อย่างเที่ยงตรง ส่งผลให้การยึดเกาะกับผิวถนนดียิ่งขึ้น.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arco
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

ส่อง 10 สุดยอดพวงมาลัยในรถยุคใหม่ มาครบทั้งอุปกรณ์ วัสดุและความสวยงามแม่นยำ 3 มี.ค. 2560 10:52 19 เม.ย. 2560 10:40 ไทยรัฐ