วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตีตั๋วชนโรง: The Space Between Us หนังน่ารัก ฆ่าคนโสด!

"มนุษย์ใช้เวลา 5 เดือนในการเดินทางจากโลกไปดาวอังคาร แต่ใช้เพียง 8.2 วินาทีในการตกหลุมรัก"

The Space Between Us หรือในชื่อไทยว่า รักเราห่างแค่ดาวอังคาร คือหนังลูกผสมระหว่างโรแมนติกกับไซไฟอวกาศ ซึ่งในด้านหนังรักถือว่าทำได้ดีทีเดียว มีความน่ารักกุ๊กกิ๊กแบบซีรีส์เกาหลีที่เอาใจคนดูกลุ่มวัยรุ่นโดยเฉพาะ เหมาะกับคนมีคู่จับมือตีตั๋วไปดูด้วยกัน


The Space Between Us
เล่าเรื่องของ การ์ดเนอร์ เอลเลียต มนุษย์คนแรกที่เกิดบนดาวอังคาร ที่ชีวิตของเขาต้องถูกปกปิดการรับรู้จากผู้คนบนโลก ชีวิตวัยรุ่นอันน่าเบื่อของการ์ดเนอร์ สดใสขึ้นด้วยการคุยแชตกับสาวสวย ทัลซ่า ที่อยู่บนโลก การ์ดเนอร์ตัดสินใจเดินทางกลับโลกเพื่อพบกับทัลซ่า และค้นหาพ่อผู้ให้กำเนิด แต่ปัญหาใหญ่คือร่างกายของเขาที่อยู่บนดาวอังคารตั้งแต่เกิดนั้น ไม่เอื้อต่อการอาศัยอยู่บนโลก การ์ดเนอร์และทัลซ่าจะผ่านอุปสรรคความรักนี้ไปได้อย่างไร

หนังภาพสวย โลเคชั่นดีงาม

ทีมงานเลือกโลเคชั่นถ่ายทำและถ่ายภาพ ริมทะเล ภูเขา ถนนหนทาง ได้ดีมาก ออกมาสวยงามชวนตะลึง ยิ่งบางช่วงหนังยังเดินเรื่องในแบบ Road Movie ยิ่งเผยให้เห็นความงดงามของโลกนี้มากขึ้น เป็นการสื่อสารให้เห็นความตรงกันข้ามกับความแห้งแล้งไร้ชีวิตชีวาของดาวอังคาร

การนำเสนอภาพธรรมชาติอันสวยงามต่างๆ เหล่านี้ราวกับกำลังล้อเลียนความพยายามของมนุษย์ ที่อยากไปสำรวจว่าคนเราสามารถอยู่บนดาวอังคารได้หรือไม่ ทั้งๆ ที่ความงดงามสมบูรณ์พร้อมอยู่ใกล้ตัวบนโลกที่เราอยู่นี่เอง เพียงแค่มนุษย์ลดการทำลาย หันรักษาหรืออนุรักษ์ โลกก็จะเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ได้ตลอดไป

รักแบบสูตรสำเร็จ พระนางมีเสน่ห์เหลือเกิน

การที่หนังเลือกใช้ ผู้กำกับ ปีเตอร์ เชลสัม ที่ห่างหายจากการกำกับไปนาน (Serendity, Shall We Dance) ก็หวังผลในความเป็นหนังรักใสๆ ได้เลย ซึ่งหนังก็มารูปแบบของหนังรักสูตรสำเร็จ มีความน่ารักกุ๊กกิ๊กแบบซีรีส์เกาหลี เป็นหนังดูง่ายแบบใสๆ ที่เอาใจคนดูกลุ่มวัยรุ่น หรือ คนมีคู่ โดยเฉพาะ ซึ่งเสน่ห์ของพระนาง อาซา บัตเตอร์ฟิลด์ และ บริทท์ โรเบิร์ตสัน จับคนดูได้อยู่หมัด ใครที่ชอบพระนางคู่นี้ก็ฟินกันไป

ประเด็นดีๆ น่าสนใจเพียบ แต่ไปไม่สุดสักทาง

The Space Between Us มีศักยภาพที่จะเป็นมากกว่าหนังรักไซไฟสูตรสำเร็จ เพราะประเด็นแวดล้อมในเรื่องทั้งการเมือง สังคม และครอบครัว ล้วนแล้วแต่น่าสนใจทั้งนั้น เช่น การที่นาซาปกปิดไม่ให้คนทั่วโลกรับรู้การมีตัวตนของการ์ดเนอร์ เพราะกลัวโครงการอาณานิคมบนดาวอังคารจะถูกระงับการสนับสนุน, ความแตกต่างระหว่างคนนอกโลกที่ต้องการกลับโลกอย่างการ์ดเนอร์ ที่สวนทางกับทัลซ่าที่รังเกียจสังคมรอบตัวจนอยากหนีออกไปจากโลก หรือประเด็นเรื่องพ่อผู้ให้กำเนิด เหตุใดถึงต้องปกปิดตัวเอง!

การพยายามที่จะเป็นหนังที่มี “ความลึก” ของเรื่องราวนั้นน่าสนใจ แต่หากทำได้เพียงผิวเผินไปไม่สุดสักทาง ก็ไม่ควรทำอะไรเกินตัว และหันมาโฟกัสแค่ความเป็นหนังรักเพียงอย่างเดียว น่าจะทำให้ภาพรวมของหนังดีกว่าที่เป็นอยู่

โดยสรุปแล้ว The Space Between Us ก็เป็นหนังรักไซไฟที่ดูได้เพลินๆ แต่อย่าไปใส่ใจหรือถามหาเหตุผลจากเรื่องราวมากนัก และหากใครมีคู่หรือกำลังจีบๆ กันอยู่ หนังเรื่องนี้ก็นับเป็นตัวเลือกที่ดี ที่จะชวนไปดูกันในช่วงสุดสัปดาห์นี้


อ่านบทความ ตีตั๋วชนโรง เรื่องอื่นๆ
--- ชาแมน ---
CMZMOVIE.COM
Facebook.com/cmzmovie
Twitter.com/Chamanz13