วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไม่เข้าใครออกใคร

โดย

“อำนาจ” ไม่เข้าใครออกใคร พี่น้องยังฟาดฟันกันได้

แม้จะไม่มีผลกระทบต่อชาวโลกอย่างการขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ “โดนัลด์ ทรัมป์” แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความโหดเหี้ยมของคนได้

“คิม จอง อึน” กับ “คิม จอง นัม” เป็นพี่น้องต่างมารดา ทั้งคู่เป็นบุตรของ “คิม จอง อิล” ผู้นำของเกาหลีเหนือ ที่เสียชีวิตไปแล้ว

“คิม จอง อึน” เป็นประธานาธิบดีคนที่ 3 ของเกาหลีเหลือ

เหตุเกิดขึ้นที่สนามบินมาเลเซีย เมื่อ “คิม จอง นัม” ได้ถูกลอบสังหารด้วยสารพิษร้ายแรงวีเอ็กซ์ ถือเป็นอาวุธสังหารอันดับ 1 ในโลกนี้

เขาถูก 2 สาวใช้ยาพิษโปะหน้าจนทำให้เสียชีวิตภายในเวลาอันรวดเร็ว และทางการมาเลเซียได้สอบสวนเรื่องนี้จนสามารถจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้ 3 คน หญิง 2 คน เป็นชาวต่างชาติ และอีก 1 คน เป็นชาวเกาหลีเหนือ

และกำลังไล่ล่าหาผู้ร่วมกระทำผิดอีก 3 คน ซึ่งเป็นชาวเกาหลีเหนือ รวมถึงเจ้าหน้าที่ทูตเกาหลีเหนืออีก 1 คน

ไม่ว่ารูปการณ์จะเป็นเช่นไรก็ตาม แต่ก็มีการชี้เป้าไป “คิม จอง อึน” น้องชายต่างมารดาของเขาว่าเป็นผู้สั่งการ

“คิม จอง นัม” ได้รับการวางตัวให้เป็นทายาททางการเมือง คนต่อไปของ “คิม จอง อิล” แต่หลังจากที่ถูกจับกุมที่สนามบินนาริตะ ข้อหาพยายามลักลอบเข้าประเทศด้วยการใช้พาสปอร์ตปลอม

ทุกอย่างก็จบสิ้นทันทีในทางการเมือง

หลังพ่อเสียชีวิต น้องชายได้ขึ้นเป็นผู้นำเกาหลีเหนือแทน ก็ได้ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่มาเก๊า และใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่นั่น

เขาเป็นหัวหอกสำคัญในการผลักดันให้เกาหลีเหนือปฏิรูปและเปิดประเทศ เท่ากับมีท่าทีเป็นปฏิปักษ์กับผู้นำน้องชายต่างมารดาอย่างชัดเจน

ที่สำคัญก็คือ ได้ทำนายว่า “คิม จอง อึน” จะล้มเหลวในการเป็นผู้นำ เพราะความอ่อนหัดทั้งวัย และประสบการณ์

ใครได้ฟังอย่างนี้ย่อมแค้นฝังลึกแน่

เกาหลีเหนือนั้นปกครองประเทศด้วยระบอบเผด็จการเต็มรูปแบบ ใช้กำลังทหารเป็นจุดแข็ง และผู้นำประเทศจะดำรงตำแหน่งสูงสุดของเหล่าทัพ

ยิ่งไปกว่านั้น ทั้ง 2 คน แม้จะเป็นพี่น้องกัน แต่ไม่เคยพบกันมาก่อน

จึงไม่ต้องพูดถึงความผูกพันในฐานะพี่น้องกัน ตรงกันข้าม กลับกลายเป็นศัตรูคู่แค้นที่จะต้องช่วงชิงอำนาจในทางการเมืองกันทุกวิถีทาง

นี่น่าจะเป็นเหตุผลที่เชื่อมโยงว่าการถูกลอบสังหารนั้นฝีมือใคร?

เพราะการเสียชีวิตของญาติพี่น้อง และฝ่ายที่เห็นต่างกัน แม้จะเป็นทหารหรือใครก็ตาม ได้ปรากฏให้เห็นมาแล้ว

“คิม จอง นัม” นั้น ได้รับความคุ้มครองจากรัฐบาลจีนมาตลอด แต่การถูกลอบสังหารที่มาเลเซียนั้นกลับปรากฏว่าไม่มี รปภ.ตามติด

แน่นอนว่าเหตุลอบสังหารครั้งนี้ ทำให้จีนไม่พอใจมาก จึงสั่งห้ามน้ำเข้าถ่านหินจากเกาหลีเหนือทันที เพื่อเป็นการสั่งสอน

เพราะจีนแสดงออกเสมอว่าไม่ชอบความหัวรุนแรงของผู้นำเกาหลีเหนือ และเห็นด้วยกับคิม จอง นัม มาตลอด

แต่ด้วยความที่มั่นใจว่าที่ผ่านมาจีนต้องพึ่งพาเขาในฐานะ “หัวหอก” เช่น การทดลองขีปนาวุธต่างๆเพื่อข่มขวัญสหรัฐฯ เกาหลีใต้โดยจีนไม่ต้องลงแรงเอง

สุดท้ายคงตัดไม่ได้ ขายไม่ขาด เพราะยุทธศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศมันค้ำคออยู่.

“สายล่อฟ้า”

3 มี.ค. 2560 10:23 ไทยรัฐ