วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อ่านหนังสือให้ลูกฟัง

วันเสาร์สบายๆวันนี้ เราไปคุยเรื่อง “การอ่าน” กันนะครับ คนไทยคงลืมไปแล้วปลายปีที่แล้ว OECD ประกาศผลการทดสอบ PISA เพื่อประเมินผลนักเรียนอายุ 15 ปี จาก 72 ประเทศทั่วโลกกว่า 500,000 คน ใน 3 วิชา คือ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และ การอ่าน ผลปรากฏว่า เด็กไทยสอบตกหมดทั้ง 3 วิชา แพ้ เวียดนาม หลุดลุ่ย นักเรียนสิงคโปร์ ผงาดขึ้นมาเป็น อันดับ 1 ของโลก ทั้ง 3 วิชา

คนไทยก็ “ลืมง่าย” อย่างนี้แหละ ไปดูผลการทดสอบคะแนน PISA วัดความสามารถของเด็กวัย 15 ปีกันอีกครั้ง เพื่อทบทวนความจำ กันดีกว่าครับ

วิทยาศาสตร์ (คะแนนเฉลี่ย 493 คะแนน) อันดับ 1 สิงคโปร์ 556 คะแนน อันดับ 2 ญี่ปุ่น 538 คะแนน อันดับ 3 เอสโตเนีย 534 คะแนน อันดับ 4 ไต้หวัน 532 คะแนน อันดับ 5 ฟินแลนด์ 531 คะแนน ส่วน ประเทศไทย อยู่อันดับ 54 ได้ 421 คะแนน สอบตก

คณิตศาสตร์ (คะแนนเฉลี่ย 490 คะแนน) อันดับ 1 สิงคโปร์ 564 คะแนน อันดับ 2 ฮ่องกง 548 คะแนน อันดับ 3 มาเก๊า 544 คะแนน อันดับ 4 ไต้หวัน 524 คะแนน อันดับ 5 ญี่ปุ่น 532 คะแนน ส่วน ประเทศไทย อยู่อันดับ 54 ได้ 415 คะแนน สอบตก

การอ่าน (คะแนนเฉลี่ย 493 คะแนน) อันดับ 1 สิงคโปร์ 535 คะแนน อันดับ 2 แคนาดา ฮ่องกง 527 คะแนนเท่ากัน อันดับ 4 ฟินแลนด์ 526 คะแนน อันดับ 5 ไอร์แลนด์ 521 คะแนน ส่วน ประเทศไทย อันดับ 57 ได้ 409 คะแนน สอบตก

จะเห็น คะแนนการอ่านของเด็กไทยแย่ที่สุด จึงส่งผลให้ การศึกษาไทยทั้งระบบล้มเหลว เพราะ “การอ่าน” เป็นรากฐานสำคัญที่สุดในการเรียนรู้และการพัฒนาทุกด้าน แต่เด็กไทยวันนี้ไม่ชอบอ่านหนังสือ ชอบแต่สังคมก้มหน้า เล่นเกม เล่นแชต เล่นไลน์ ผู้ใหญ่ก็ไม่สนใจอนาคตก็คงต้องก้มหน้ากันอย่างนี้ต่อไป

วันก่อน ศ.ดร.อารี สัณหฉวี แฟนคอลัมน์เขียนจดหมายมาถึงผมอีกเรื่องว่า ทำอย่างไรจึงจะ “สร้างนิสัยคนไทยให้รักการอ่าน” ซึ่งจะช่วยให้ หาความรู้ได้ตลอดชีวิต และรู้จักคิดวิเคราะห์ไตร่ตรอง ขณะนี้น่ากลัวมากที่พ่อแม่ให้ลูกดูแท็บเล็ตตั้งแต่ขวบกว่าๆ ซึ่งจะทำให้การสร้างนิสัยการอ่านได้ยากขึ้นในอนาคต

อาจารย์ได้เล่าถึง ประเทศอิสราเอล ก่อนที่จะประสบความสำเร็จเป็นประเทศนวัตกรรมชั้นนำของโลกในวันนี้ รัฐบาลอิสราเอล ได้จัดให้มีการ “อบรมแม่บ้านผู้นำหมู่บ้าน” ให้ไปทุกบ้านที่มีเด็กเล็ก แล้วนำหนังสือเด็กไปให้ผู้ใหญ่ที่บ้านอ่านให้เด็กฟัง เขาแจกหนังสือเด็กราคาถูก แต่รูปภาพและตัวหนังสือชัดเจน แม่บ้านผู้นำจะไปพบแม่และนำหนังสือใหม่ไปให้สัปดาห์ละครั้ง บางทีก็มีเกมพัฒนาการคิดไปแจก เขาทำเช่นนี้เป็นปีๆจนเด็กชอบหนังสือ ชอบการอ่าน

อีกประเทศคือ เกาหลีใต้ ประมาณ 20 ปีที่แล้ว อาจารย์รู้จักสำนักพิมพ์ใหญ่ในเกาหลีที่ผลิตหนังสือเด็กและอุปกรณ์ของเล่นเด็ก หนังสือเด็กเขาทำสวยงามมาก เป็นปกแข็งอาบมัน ผู้จัดการบอกว่า ที่ต้องทำแข็งแรงสวยงามเพราะเด็กจะหยิบอ่านเป็นปีๆ หนังสือต้องทนแข็งแรง หนังสือเด็กเหล่านี้เขาทำเป็นชุด ขายทั้งชุด ราคาค่อนข้างแพง แต่ระบบขายเขาเก่งมาก

คนขายส่วนใหญ่ เป็น แม่บ้านธรรมดาแต่งตัวเรียบๆ ไปขายตามบ้าน หมู่บ้าน ชุมชนทุกฐานะ แล้วสาธิตการอ่านหนังสือให้เด็กฟัง และบอกว่า ถ้าอ่านหนังสือกับลูกทุกคืน จะช่วยให้เด็กฉลาด เรียนหนังสือเก่ง นิสัยดี แต่พ่อแม่ต้องอ่านให้ลูกฟังอย่างน้อย 5 ปี ส่วนหนังสือเขาจะขายผ่อนส่ง 5 ปี ราคาจึงไม่แพง แม่ทุกฐานะจึงสามารถซื้อผ่อนส่งเป็นเวลา 5 ปี

เมื่อสิบกว่าปีนี้ มีเจ้าหน้าที่ไทย ไปดูงานพัฒนาชนบทที่เกาหลีใต้ กลับมาเล่าให้ฟังว่าประทับใจมากที่เห็น “บ้านชาวนาในชนบทมีหนังสือห้องสมุดทุกบ้าน...”

ผมว่า กระทรวงศึกษาไทย ควรจะหันมาเร่งพัฒนา “การอ่าน” ของ เด็กไทย ที่ล้าหลังได้แล้ว แทนที่จะไปงมโข่งกับ วิธีเอ็นทรานซ์ ที่ไม่ได้สะท้อนความฉลาดอะไรเลย.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

3 มี.ค. 2560 10:11 3 มี.ค. 2560 10:11 ไทยรัฐ