วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ธปท.แก้เกณฑ์สินเชื่อบุคคล เปิดทางปล่อยกู้ “ประกอบอาชีพ” ช่วยรายย่อย

ธปท.คลายเกณฑ์สินเชื่อส่วนบุคคล ให้ปล่อยกู้เพื่อประกอบอาชีพเพิ่มได้ หวังส่งเสริมให้บุคคลและรายย่อยเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้ง่ายขึ้น รองรับมาตรการรัฐที่เดินหน้าส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งทุนในการประกอบอาชีพของคนไทยเต็มสตรีม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกประกาศถึงสถาบันการเงิน และบริษัทประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (นอนแบงก์) ขยายขอบเขตวัตถุ ประสงค์การปล่อยกู้สินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกันให้ครอบคลุมถึงสินเชื่อที่มีวัตถุประสงค์ที่นำไปใช้ในการประกอบอาชีพ นอกเหนือจากวัตถุประสงค์เดิมที่ให้ปล่อยสินเชื่อเพื่อการซื้อสินค้าและบริการ เพื่อส่งเสริมให้บุคคลและธุรกิจรายย่อยสามารถเข้าถึงแหล่งทุนในระบบได้ง่ายขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับประกาศกระทรวงการคลังในการส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งทุนในการประกอบอาชีพ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ การขยายขอบเขตวัตถุประสงค์การปล่อยสินเชื่อบุคคลดังกล่าว ไม่รวมการปล่อยสินเชื่อเพื่อการศึกษา สินเชื่อเพื่อการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ สินเชื่อเพื่อการรักษาพยาบาล สินเชื่อเพื่อสวัสดิการพนักงานที่ต้นสังกัดทำสัญญากับผู้ประกอบธุรกิจ และสินเชื่ออื่นๆที่ ธปท.กำหนด โดยการปล่อยสินเชื่อเพื่อนำไปใช้ในการประกอบอาชีพ จะมีวงเงินเท่ากับสินเชื่อส่วนบุคคลอื่นคือ แต่ละรายไม่เกิน 5 เท่าของรายได้ของผู้บริโภคเฉลี่ยต่อเดือน หรือ 5 เท่าของกระแสเงินสดหมุนเวียนในบัญชีเงินฝาก ที่ผู้บริโภคฝากไว้ที่สถาบันการเงินเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 6 เดือนและคิดอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมปกติสูงสุดไม่เกิน 28% ต่อปี หากผู้ให้บริการจะคิดอัตราดอกเบี้ยปรับ หรือค่าบริการอื่นเพิ่มเติมต้องแจ้งให้ ธปท.พิจารณาและได้รับอนุญาตก่อน รวมทั้งต้องมีการเปิดเผยอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่ชัดเจน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบริษัทประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (นอนแบงก์) ธปท.ได้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล ภายใต้การกำกับในคราวเดียวกัน โดยกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจที่มิใช่สถาบันการเงิน จะต้องจัดส่งงบการเงินประจำปีมายัง ธปท.ภายใน 180 วันทำการ นอกจากนั้นในประกาศยังปรับนิยามของสำนักงานสาขา เพิ่มหลักเกณฑ์การแจ้งย้ายสถานที่ตั้ง
หรือปิดสาขาต่อ ธปท.โดยให้แจ้งต่อ ธปท.ภายใน 15 วัน รวมทั้งกำหนดแบบรายงานที่ผู้ประกอบธุรกิจที่มิใช่สถาบันการเงินต้องรายงานข้อมูลเป็นรายเดือนเพิ่มเติม สำหรับข้อมูลสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่มีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปใช้ในการประกอบอาชีพ เพื่อให้การติดตามดูแลสินเชื่อส่วนบุคคล ทั้งที่ปล่อยโดยสถาบันการเงิน และนอนแบงก์ มีประสิทธิภาพมากขึ้น

นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโสสายเศรษฐกิจการเงิน ธปท. กล่าวเพิ่มเติมว่า ธปท.ยังคงจับตาภาระหนี้ครัวเรือนของประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพราะหนี้ครัวเรือนถือเป็นปัจจัยหลักปัจจัยหนึ่งที่จะกดดันการใช้จ่ายภาคเอกชนของไทยในปีนี้ เพราะแม้สัดส่วนหนี้ครัวเรือน โดยเฉพาะสินเชื่อส่วนบุคคลจะมีแนวโน้มชะลอตัวจากความเข้มงวดของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อดังกล่าวจะมีมากขึ้น แต่ภาพรวมหนี้ครัวเรือนของไทยยังอยู่ในระดับสูง ทำให้ต้องติดตามต่อเนื่อง รวมถึงปัญหาความสามารถในการชำระหนี้ของประชาชนว่าจะลดลงหรือไม่ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การปล่อยสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ หรือนาโนไฟแนนซ์ สิ้นเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา มียอดการปล่อยสินเชื่อแล้วทั้งสิ้น 55,454 บัญชี เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 6,807 บัญชี คิดเป็นวงเงินสินเชื่อที่ปล่อยไปแล้ว 1,435 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 185 ล้านบาท ทั้งนี้ ธปท.ประเมินว่า หากสถาบันการเงิน และนอนแบงก์บางส่วน ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้เข้าไปปล่อยสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ สามารถเข้ามาในตลาดสินเชื่อเพื่อการประกอบอาชีพ ผ่านการปล่อยสินเชื่อบุคคลได้ ตามที่ ธปท.ขยายขอบเขตให้ จะทำให้บุคคลและผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อประกอบอาชีพได้เพิ่มมากขึ้น

ขณะที่ตัวเลขล่าสุด ณ สิ้นเดือน ธ.ค.ปีที่ผ่านมา สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับของ ธปท.มียอดการปล่อยสินเชื่อทั้งสิ้น 13,685,002 บัญชี คิดเป็นวงเงินสินเชื่อทั้งสิ้น 338,117 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าเล็กน้อย โดยการเพิ่มขึ้นทั้งตัวบัญชีและยอดสินเชื่อ เป็นของผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงินเป็นหลัก.

ธปท.คลายเกณฑ์สินเชื่อส่วนบุคคล ให้ปล่อยกู้เพื่อประกอบอาชีพเพิ่มได้ หวังส่งเสริมให้บุคคลและรายย่อยเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้ง่ายขึ้น รองรับมาตรการรัฐที่เดินหน้าส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งทุนในการประกอบอาชีพของคนไทยเต็มสตรีม... 3 มี.ค. 2560 04:28