จุฬาฯโชว์ส่องกล้องรักษาหืดขั้นรุนแรง ลั่นช่วยลดการกิน-ฉีดยาได้นาน 5 ปี เตรียมดันเข้าชุดสิทธิประโยชน์

ข่าว

    จุฬาฯโชว์ส่องกล้องรักษาหืดขั้นรุนแรง ลั่นช่วยลดการกิน-ฉีดยาได้นาน 5 ปี เตรียมดันเข้าชุดสิทธิประโยชน์

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

      3 มี.ค. 2560 05:30 น.

      ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ

      ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผอ.โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ แถลงข่าว รพ.จุฬาฯส่องกล้องรักษาโรคหืดแห่งแรก และแห่งเดียวในประเทศไทย เพื่อพัฒนาวิธีการรักษาผู้ป่วยโรคหืดขั้นรุนแรงว่า การผลิตนวัตกรรมใหม่ๆเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยให้ได้รับความสะดวกและปลอดภัยนั้นเป็นสิ่งสำคัญและนับเป็นโอกาสสำคัญที่โรงพยาบาลฯ ได้ประสบผลสำเร็จในการนำนวัตกรรมใหม่ใช้รักษาโรคหืดเรื้อรังขั้นรุนแรง ซึ่งทำให้ผู้ป่วยลดปริมาณการรับประทานยากินและฉีดยา ได้นานถึง 5 ปี ซึ่งนวัตกรรมนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในไทย

      นพ.ธิติวัฒน์ ศรีประสาธน์ หน่วยโรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤติ การหายใจ ฝ่ายอายุรศาสตร์ รพ.จุฬาฯ กล่าวว่า การรักษาโรคหืดด้วยนวัตกรรมใหม่นี้คือการจี้หลอดลมด้วยความร้อน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการรักษาผู้ป่วยโรคหืดขั้นรุนแรง ให้กลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้เป็นปกติ ไม่เหนื่อยหอบ และไม่ต้องนอนโรงพยาบาลบ่อย โดยการจะเลือกใช้วิธีการรักษาโรคหืดด้วยวิธีการส่องกล้องนี้ ต้องผ่านการประเมินจากแพทย์ที่ทำการรักษาก่อนว่าไม่สามารถใช้วิธีการรักษาอื่นได้แล้ว จึงจะทำการรักษาด้วยวิธีการส่องกล้อง โดยวิธีการรักษานั้นจะเริ่มจากการใส่สายแคสเตเตอร์หย่อนลงไปผ่านหลอดลมเข้าไปในปอด ที่มีขนาดความกว้าง 2-3 มิลลิเมตร และเซ็นเซอร์จะเปลี่ยนจากคลื่นวิทยุเป็นความร้อนที่ 65 องศา และจี้เข้าไปที่หลอดลมส่วนปลายเพื่อทำลายกล้ามเนื้อเรียบให้บางลงไม่ให้หลอดลมตีบ ซึ่งการจี้แต่ละจุดใช้เวลา 2 ชั่วโมง และการทำจะทำทั้งหมด 3 ครั้ง แต่ละครั้งจะห่างกัน 3 สัปดาห์ และระหว่างการทำจะต้องวางยาสลบทุกครั้ง ส่วนค่ารักษานั้นขณะนี้ยังไม่อยู่ในชุดสิทธิประโยชน์ใดๆ ผู้ป่วยต้องจ่ายเองแต่ในอนาคตก็จะพยายามผลักดันเข้าในชุดสิทธิประโยชน์ต่อไป ส่วนข้อจำกัดของผู้ที่จะส่องกล้อง คือผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ ผู้ที่มีภาวะเลือดออกง่าย และขณะนี้ รพ.รักษาผู้ป่วยสำเร็จแล้ว 2 คน ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

      ศ.นพ.สมเกียรติ วงษ์ทิม นายกสมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โรคหืดเกิดจากการอักเสบเรื้อรังของหลอดลม ซึ่งเป็นผลจากปัจจัยทางพันธุกรรมและปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม โดยสิ่งสำคัญในการรักษานั้นคือ การใช้ยาอย่างสมเหตุ สมผล และส่วนใหญ่จะนิยมใช้ยาชนิดพ่น เพราะจะเห็นผลเร็ว และที่สำคัญคือผู้ที่รู้ตัวว่าป่วยควรพกยา ติดตัวตลอดเวลา.

      อ่านเพิ่มเติม...

      วิดีโอแนะนำ

      ลุงป้อมอารมณ์ขัน นักข่าวบอกให้กำลังใจบอลไทยหน่อย ลุงบอก ไม่รู้ ผมไม่ได้แข่ง
      03:20

      ลุงป้อมอารมณ์ขัน นักข่าวบอกให้กำลังใจบอลไทยหน่อย ลุงบอก ไม่รู้ ผมไม่ได้แข่ง

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      วันจันทร์ที่ 16 พฤษภาคม 2565 เวลา 16:50 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์