วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สำรวจความสุข เงินเดือน 1 ล้าน ของจริง หรือ แค่ PR โรงพยาบาล

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เงิน เป็นปัจจัยที่สำคัญในการใช้ชีวิต ไหนจะค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าครองชีพ ค่าใช้จ่ายอีกสารพัด แล้วกว่าจะได้เงินมาก็ต้องแลกกับการทำงาน ที่แสนจะเหน็ดเหนื่อย ถ้าถามว่าเงินเดือนที่ได้รับกับงานที่ทำมันคุ้มไหม?... ซึ่งคำตอบก็คงมีอยู่ในใจทุกคนอยู่แล้ว

แต่แล้ว โฆษณาหางานชิ้นหนึ่ง ที่อ้างว่าให้เงินเดือนมากถึง 1 ล้านบาท ย้ำอีกครั้ง เงินเดือน 1 ล้านบาท ของ โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอลเซ็นเตอร์ ได้ทำให้สังคมไทยเกิดการตั้งคำถามขึ้นมาทันทีว่า ตำแหน่ง “ผู้สำรวจความสุขคนไข้” ที่ระบุว่า เป็นอาชีพที่ดีที่สุดในประเทศไทย (Best Job In Thailand) ซึ่งมีเงินเดือนมากถึง 1 ล้านบาท นั้น เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง หรือ เพียงแค่ต้องการประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาล

นอกจากนี้ อาชีพ ผู้สำรวจความสุข ที่มีเงินเดือนสูงถึงขนาด ทำให้บรรดา มนุษย์เงินเดือนต้องตาลุกนั้น หากมัน “มีอยู่จริง” ภาระหน้าที่ในแต่ละวัน ต้องทำอะไรบ้าง ถึงได้ต้องมีเงินเดือนมากมายขนาด ระดับตำแหน่งผู้บริหารบางอค์กร ยังต้องอาย

เรื่องจริง หรือ แค่ PR วันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ มีคำตอบ

ตำแหน่งผู้สำรวจความสุข เงินเดือน 1 ล้าน ของจริงใช่ไหม?

นายกันตพร หาญพาณิชย์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดภายในประเทศ โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอลเซ็นเตอร์ ให้คำตอบยืนยัน กับทีมข่าวฯ ว่า การประกาศรับสมัครงาน ในตำแหน่งดังกล่าว เป็นเรื่องจริง

ผู้สร้างความสุข คือ ...ในแต่ละวันต้องทำอะไรบ้าง?

นายกันตพร ตอบคำถามในประเด็นนี้ว่า ... สำหรับตำแหน่งผู้สร้างความสุข มีหน้าที่ สอบถามสารทุกข์สุกดิบของคนไข้ เพื่อสำรวจผู้ป่วยระหว่างที่ได้พักรักษาตัวในโรงพยาบาล ว่า มีความสุขดีรึเปล่าเมื่อมาพักรักษาตัว หรือ ใช้บริการที่โรงพยาบาล จากนั้น ก็จะนำไปโพสต์ผ่านทาง Facebook ของโรงพยาบาล เพื่อเป็นการยืนยันว่า การรักษาของโรงพยาบาล เท่ากับ มาตรฐานโรงพยาบาลระดับโลก

วุฒิการศึกษา หรือ ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ต้องมีหรือไม่?

สำหรับตำแหน่งนี้ ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา! เพียงแค่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีระยะเวลา สัญญา 6 เดือน ส่วนสวัสดิการอื่นๆ นอกจากเงินเดือน 1 ล้านบาทแล้ว ยังมีที่พักระดับพรีเมียมในโรงพยาบาล และสวัสดิการสิทธิการรักษาในโรงพยาบาลฟรี ตลอดระยะเวลาที่รับตำแหน่งอีกด้วย

วิธีการคัดเลือก

จะทำการคัดเลือก จากคลิปวิดีโอแนะนำตัวเองว่ามีความเหมาะสมกับงานอย่างไร ซึ่งจะมีความยาวไม่เกิน 1 นาที แต่จะไม่จำกัดจำนวนครั้งในการส่ง

แค่สัมภาษณ์คนไข้ อัพคลิปเฟซบุ๊ก ไฉน เงินเดือนตั้ง 1 ล้านบาท

อาชีพนี้เป็นการสำรวจปัจจัยที่คนไข้ต้องการ เพื่อทำการสรุปปัจจัยที่จะทำให้คนไข้มีความสุขมากขึ้น หรือ พัฒนาการบริการได้ดีมากขึ้น ซึ่งหากไปจ้างบริษัททำวิจัยราคาก็ไม่ต่างกันมากนัก แต่การทำแบบนี้ จะเป็นประโยชน์ ต่อทั้ง 2 ฝ่าย ทำให้ รพ.รู้ได้ว่า คนไข้ต้องการอะไร และจะทำให้คนไข้มีความสุขเพิ่มได้อย่างไร นอกจากนี้ ข้อมูลที่ได้มา ยังสามารถนำไปต่อยอดให้ รพ.นำไปพัฒนาการให้บริการ ให้ได้ดีมากยิ่งขึ้นไปได้อีกด้วย

เงินเดือน 1 ล้าน เบื้องหลัง แค่หวัง PR แฝง จริงหรือไม่?

การเปิดรับสมัครงานในครั้งนี้เป็นกระแสที่คนไทยฮือฮา เพราะเป็นเรื่องแปลกใหม่และไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่..

รูปแบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในต่างประเทศ คือ Best Job In The World อาชีพที่ดีที่สุดในโลก เป็นการรับสมัครเจ้าหน้าที่ดูแลเกาะแฮมิลตัน ของประเทศออสเตรเลีย ถ้าถามว่าเป้าหมายอยู่ที่การทำงานจริงรึเปล่า มันคงเป็นแค่ส่วนหนึ่ง เพราะเป้าหมายหลักอยู่ที่การประชาสัมพันธ์ให้คนรู้ถึงความสวยงามของเกาะ โดยผ่านการเปิดรับสมัครงานตำแหน่งดังกล่าว ซึ่งถือว่าใช้งบประมาณน้อยมาก แทบไม่เสียเงินในการโฆษณาด้วยซำ้ แต่กลับเป็นแคมเปญที่คนให้ความสนใจ จนประสบความสำเร็จ และดังระดับโลกเลยทีเดียว

นายกันตพร ยอมรับกับทีมข่าว ว่า แนวคิดการรับสมัครงานตำแหน่งนี้ ส่วนหนึ่งนำมาจาก รูปแบบของแคมเปญ Best Job In The World อาชีพที่ดีที่สุดในโลก ซึ่งเป็นการรับสมัครเจ้าหน้าที่ดูแลเกาะแฮมิลตัน ประเทศออสเตรเลีย ที่มีการตั้งเงินเดือนสูงถึง 300,000 บาท ซึ่งที่สุดแล้วก็เป็นแคมเปญ ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อแฝงโฆษณาการท่องเที่ยวของประเทศออสเตรเลีย จนกลายเป็นเรื่องฮือฮาไปทั่วโลกจริง

“ส่วนหนึ่ง ยอมรับว่า ก็เป็นกึ่งๆ การโฆษณาตัวแบรนด์ของโรงพยาบาล แต่จุดประสงค์หลักที่โรงพยาบาล ทำคือ การรับสมัครงาน ส่วนเรื่องของการประชาสัมพันธ์โรงพยาบาล เป็นเรื่องที่รองลงมา และเป็นผลพลอยได้ของโรงพยาบาล” นายกันตพร กล่าว 

ขณะที่ นายขจร เจียรนัยพานิชย์ บล็อกเกอร์ @Khajochi MacThai, MangoZero ผู้ที่เคยติดตามแคมเปญ Best Job In The World มาก่อน ให้ความเห็นกับทีมข่าวในประเด็นนี้ว่า

ในมุมมองของคนดู คิดว่าอาชีพนี้น่าสนใน ทั้งค่าตอบแทนที่สูงถึง 1 ล้านบาท และนำเสนอผ่านสื่อ คิดว่าเรื่องนี้ เหมือนแคมเปญโปรโมตโรงพยาบาลทางหนึ่ง โดยที่มีความแปลกใหม่ตรงที่นำเรื่องของอาชีพมาเกี่ยวข้อง ส่วนในเรื่องของประโยชน์ที่คนไข้จะได้รับนั้นยังไม่เห็น คิดว่าทางโรงพยาบาลควรอธิบายรายละเอียดอย่างชัดเจนกว่านี้!

ขณะเดียวกัน บล็อกเกอร์ชื่อดัง ยังติดใจในเรื่องข้อมูล และจุดประสงค์หลักของอาชีพดังกล่าว ที่ทางโรงพยาบาล ควรจะตอบข้อสงสัยของสังคมให้ชัดเจน เช่น เรื่องของการใช้ยอด Like ผ่าน Facebook เป็นวิธีสำหรับการคัดเลือก เข้ารอบ 12 คน หรือ ผู้เข้ารอบ 6 คน จะมาจากกรรมการโรงพยาบาลเป็นผู้คัดเลือก และผู้เข้ารอบ 6 คน จะมาจากจำนวนการกด Like ผ่าน Facebook

"การใช้วิธีคัดเลือกผู้เข้ารอบ ถึง 50% จะมาจากยอดคนดู จึงเป็นคำถามที่มีคนสงสัยกันว่า การใช้ยอดคน like อาจเป็นช่องทางสร้างกระแส ของโรงพยาบาล ยอด like มาจากการมีส่วนร่วมของคนทางบ้าน ยิ่งให้คนเข้ามามีส่วนร่วมเยอะ นั่นหมายความว่า เป้าหมายที่แท้จริง คือ ต้องการโปรโมต มากกว่าการหาคนที่เก่งจริงเข้ามาทำงาน ในภาพร่วมของอาชีพนี้...

ผมเชื่อว่าในมุมของคนทั่วไป เห็นว่าแคมเปญนี้เป็นการโปรโมตโรงพยาบาลชัดเจน และเป็นการสร้างกระแสที่ใช้ได้ดีเลยทีเดียว!” นายขจร กล่าว

นายขจร กล่าวทิ้งท้ายอย่างแน่สนใจว่า แม้ว่าในตอนนี้ยังไม่ถึงช่วงเปิดรับสมัคร แต่ก็ต้องรอดูต่อไปว่า เมื่อการรับสมัครเกิดขึ้น จะเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่โรงพยาบาล อ้างถึงเรื่องความสุขของคนไข้ หรือ จะปังเรื่องกระแสการประชาสัมพันธ์ ที่ทางโรงพยาบาล บอกว่า เป็นแค่เพียง "ผลพลอยได้" มากกว่ากัน !!

แล้วถ้าเป็นไปในทาง "ผลพลอยได้" ที่ว่า ในสถานะของสถานพยาบาล มันสามารถทำได้จริง และไม่ขัด กับความเป็นสถานพยาบาล อย่างนั้นหรือ !!

โฆษณาโรงพยาบาล ห้ามโอ้อวด หากทำผิด จะโดน 2 เด้ง

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ทีมข่าวฯ ได้สอบถามไปยัง นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา อดีตนายกแพทยสภา กล่าวว่า สิ่งที่โรงพยาบาลต้องระมัดระวังมากที่สุด คือ การนำเรื่องราวของผู้ป่วยไปเผยแพร่ยังเฟซบุ๊กของโรงพยาบาล เบื้องต้น จะต้องได้รับอนุญาตจากคนไข้เสียก่อน หากคนไข้ยังเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาล มิเช่นนั้น อาจจะถูกฟ้องร้องได้ และการเผยแพร่จะต้องไม่มีการพูดถึงอาการป่วยของคนไข้ เนื่องจากเป็นความลับส่วนบุคคลที่ไม่ควรเปิดเผย เว้นแต่ได้รับอนุญาต

นอกจากนี้ จะต้องไม่มีการโอ้อวดสรรพคุณการรักษาที่เกินกว่าความเป็นจริง เช่น ป่วยด้วยอาการโรคหนึ่ง แล้วมารักษาที่โรงพยาบาลแล้วหาย ลักษณะแบบนี้ไม่สามารถเผยแพร่ได้

ส่วนที่เผยแพร่ได้ จะเป็นไปในลักษณะ เช่น รู้สึกประทับใจในการเอาใจใส่ของแพทย์ และ พยาบาล เป็นต้น

“ส่วนตัวมองว่า แคมเปญนี้น่าสนใจ เพราะหากทำแล้วได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนในแง่ดีในเรื่องของการเอาใจใส่ของแพทย์และพยาบาล ก็จะเป็นตัวอย่างที่ดีที่จะทำให้โรงพยาบาลอื่น ๆ นำไปปฏิบัติตาม เพื่อช่วยพัฒนาการบริการทางสาธารณสุขของไทยต่อไป”

แต่หากทำมีการกระทำผิด อดีตนายกแพทยสภา กล่าวว่า หากมีการฝ่าฝืนจะมีโทษใน 2 ส่วน คือ ส่วนแพทยสภา จะถูกพักใช้ใบอนุญาต ส่วนการโฆษณาโอ้อวดเกินจริง จะมีโทษถึงการจำคุก

ที่มาภาพ เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/Theworldmedicalcenternetwork/?fref=ts

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน 

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เงิน เป็นปัจจัยที่สำคัญในการใช้ชีวิต ไหนจะค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าครองชีพ ค่าใช้จ่ายอีกสารพัด แล้วกว่าจะได้เงินมาก็ต้องแลกกับการทำงาน ... 2 มี.ค. 2560 15:46 3 มี.ค. 2560 05:42 ไทยรัฐ