วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


จากเด็กหนีกองละคร คิดฆ่าตัวตาย 'สไมล์ เดอะสตาร์' ธรรมะฉุดขึ้นจากเหว!

รู้จักกับชีวิตที่ได้ธรรมะฉุดขึ้นมาจากจุดต่ำสุดของ สไมล์ เดอะสตาร์ เด็กสาวที่เคยหนีกองละคร คิดฆ่าตัวตาย ประกาศกร้าวหนูจะไม่กลับไปล้มอีก ถ้าหนีอีกตบหนูได้เลย!

เส้นทางชีวิตที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรครอบกายของสาวน้อย สไมล์ ภาลฎา ฐิตะวชิระ หรือที่คนรู้จักกันในนาม สไมล์ เดอะสตาร์ ที่เพิ่งยกเลิกสัญญากับค่ายเอ็กซ์แซ็กท์ ไปเมื่อเดือนสิงหาคม ปีที่ผ่านมา รวมถึงปัญหามรสุมชีวิตที่เข้ามารุมเธอ จนทำให้ตัดสินใจหนีไปบวช (อ่านข่าว มรสุมชีวิตครอบครัว สไมล์ เดอะสตาร์ 8 คิดฆ่าตัวตาย หนีกองละคร หลบบวชชี!) แต่อะไรที่ทำให้เธอตัดสินใจกลับมารับงานอีกครั้ง กับผลงานซีรีส์ประกบซุปเปอร์สตาร์เดี่ยวไมโครโฟน โน้ต อุดม แต้พานิช สาวน้อย สไมล์ ได้เปิดใจกับ บันเทิงไทยรัฐ ถึงทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา

แด๊ดดี้จำเป็น สไมล์มาเล่นเรื่องนี้ได้ยังไง “ไปแคสต์ค่ะ เขาเรียกไปแคสต์ พี่ดูไอจีหนูแล้วก็เพิ่งรู้ว่า อ้าวสไมล์ผอมแล้วเหรออะไรอย่างเนี้ย เขาเรียกไปแคสต์เราก็ไป พอพี่เขาบอกว่าทำมาจากเรื่องนี้นะเราก็ เฮ้ย เรื่องนี้ชอบมากเราเคยดู แล้วก็พี่โน้ตเล่นด้วยนะ หนูก็พี่ๆ แคสต์วันไหน พรุ่งนี้ไหม หนูว่างแล้วอะไรอย่างเนี้ย (หัวเราะ) เราก็รีบไปเลยค่ะ แคสต์สองอาทิตย์ก่อนถ่ายมั้งค่ะ มีนางเอกมาแคสต์เยอะมาก สรุปคือพี่โน้ตอะเขาเลือกเรา ตื่นเต้นมาก” ทำไมล่ะ ได้ถามพี่โน้ตมั้ย ว่าทำไมถึงเป็นเรา “หนูไม่กล้าถาม แต่จากที่สังเกตอาจจะแบบที่เราเล่นกันเคมีได้”

ร่วมงานกับพี่โน้ต อุดม เป็นยังไงบ้าง “โอ้ย พี่โน้ต เก่งมาก เป็นคนที่โปรเฟสชันนอลมากค่ะ แล้วก็เป็นคนที่ครีเอตงานแต่ละฉากอย่างงี้ คือพี่โน้ตมีส่วนร่วมเยอะมากค่ะ ไม่ว่าจะเป็นฉากที่ไม่มีพี่โน้ต พี่โน้ตก็จะช่วยทำให้มันดีที่สุดในทุกๆ ฉากค่ะ” ต้องเตรียมตัวเยอะไหม เรื่องแรกที่เราเป็นตัวนำและก็ยังเป็นพี่โน้ต ที่นานๆ เล่นละครที “เยอะ เพราะว่าบทมันยาก อีกอย่างคนคาดหวังสูง เพราะว่าเป็นซีรีส์ที่เอามารีเมคจากหนัง ซึ่งหนังเรื่องนี้อยู่ในใจคนไทยเยอะมากค่ะ แล้วตัวละครของที่สไมล์เล่นอะค่ะ คือคนนี้เก่งมากทุกอย่าง เคมีกับลูกเข้ากันมาก เป็นแม่แบบไม่ใช่แม่จ๋า แต่เป็นแม่ที่เป็นในช่วงอายุนั้นจริงๆ เพราะฉะนั้นเราจะต้องทำการบ้านเยอะมากๆ ละมันต้องมีเรื่องการร้องเพลง เพอร์ฟอแมนซ์บนเวที หรือกีตาร์ก็ต้องฝึกเพิ่ม ต้องเล่นกีตาร์ในเรื่องมันต้องทำการบ้านเยอะมาก”

คาดหวังไหมคะกับอันนี้ มันจะทำให้เรากลับมาได้อีกครั้งหนึ่งในวงการบันเทิง “หนูไม่คาดหวังค่ะว่าหนูจะกลับมาได้ไหม แต่หนูคาดหวังแค่ว่า เออคนที่ดูละครเรื่องนี้ ให้เขารู้สึกว่ามันไม่ได้แบบแย่ไปกว่าหนัง แต่มันทำได้ดีเกือบจะเท่าตรงนั้นค่ะ หนูคาดหวังตรงปัจจุบันมากกว่า เอออยากให้ผลงานที่ออกมาจากหนู คนดูละชอบ เพราะว่าตั้งใจมาก คือหนูทำงานกับคนเก่งทั้งนั้นเลย แล้วคิดดูบทล่าสุดหนูเล่นเป็นอะไร (หัวเราะ) หนูก็เล่นเป็นบทแบบธรรมดา ตัวสี่ตัวห้าตัวหกด้วยซ้ำ ละวันหนึ่งเราได้โอกาสขนาดนี้แล้ว มันก็เลยต้องทำการบ้าน ซึ่งหนูบอกเลยว่าหนูทำสุดตัว หนูทำแบบไม่คิดอะไรเลย หนูถามเขาว่า พี่ หนูเคยหนีกองนะ (หัวเราะ) พี่โอเคเหรอ พี่เขาบอกไม่เป็นไรอะเขาเชื่อมั่นในตัวเรา” แล้วครั้งนี้จิตใจเราดีพอที่จะรับแรงกดดันอะไรต่างๆ หรือยัง จะหนีอีกมั้ย “ไม่หนีค่ะ (หัวเราะ) หนีก็เดี๋ยวหนูบอกเลขที่บ้าน ตามตบหนูให้หน่อย (หัวเราะ) ตอนนั้นมันด้วยอะไรหลายๆ อย่างจริงๆ ค่ะ ก็เลยทำให้เราเป็นอย่างงั้น แต่ปัจจุบัน หนูค่อนข้างที่จะไม่ค่อยสนใจอะไรละ (หัวเราะ) ”

แล้วปัญหาต่างๆ ที่เราเจอ หมดไปหรือยัง ที่บ้าน ปัญหาคุณแม่ “อ๋อให้มันเป็นอดีตไปนะคะ ตอนนี้หนูก็สนิทกับแม่ กลมเกลียวรักกันค่ะ (หัวเราะ) ครอบครัวดี ครอบครัวมีความสุขค่ะ ทุกวันนี้ที่บ้านก็เข้าใจ เขาก็จะปล่อยละ เริ่มๆ ปล่อยเรา ให้เราตัดสินใจเองอะไรเองหลายๆ อย่าง หนูก็ดีใจที่เออตัดสินใจเองตรงนี้ๆ เพราะว่าเราเป็นคนที่มาอยู่ตรงนี้แต่เขาไม่ได้มาเห็นกับเราค่ะ” มันปรับจากความคิดเราเองหรือเราโตขึ้น “หนูว่า ไม่ค่อยไปสนใจอะไรขนาดนั้นหรือมีปัญหาอะไรเนี่ย เช่น สมมติมีปัญหาเข้ามาหนูก็จะมองในแง่ดี ละก็เปลี่ยนคิดว่าหนูจะไม่ยอม คือหนูเคยล้มแล้ว หนูไม่มีทางที่จะล้มอีก หนูไม่มีทางที่จะกลับมาล้มอีกอะ”

หรือเพราะว่าไปบวชชีเราเลยดีขึ้น “เอาธรรมมะด้วยแหละค่ะ อะไรหลายๆ อย่าง ธรรมะก็ช่วยเราเยอะ เปลี่ยนอะไรเยอะ เราเริ่มจริงจังกับธรรมะมากขึ้น เริ่มมีมันมากขึ้น ก็ยิ่งทำให้มุมมองชีวิตเราต่างๆ เราเปลี่ยนไปมากขึ้นเช่นกัน คือทุกวันนี้หนูมีอะไร ถ้าหนูทุกข์หรือเครียดอะไรก็ปฏิบัติธรรมบ้างอะไรบ้าง (หัวเราะ) ให้มันหาทางออก มันจะเจอทางออกเลยค่ะ จริงๆ นะแค่อยู่กับตัวเอง ทบทวนใหม่ต้นตอของปัญหา สุดท้ายคนที่ผิดก็คือเราทั้งหมดทุกๆ เรื่องนะ”

ที่เราทบทวนมา อยู่กับตัวเองมาเราเห็นปัญหาอะไรของตัวเอง “เป็นคนอ่อนไหวง่าย เป็นคนแคร์คนเยอะเกิน เป็นคนที่ใส่ใจกับทุกๆ เรื่อง เป็นคนที่ทุกๆ เรื่องต้องดีที่สุด มันเลยทำให้พอบางครั้งไม่ได้ มันรู้สึกแย่ แต่ทุกวันนี้คือขนาดตอนเรื่องนี้ พี่ผู้กำกับยังบอกเลยว่า เหมือนเราเป็นแบบ ทุกๆ อย่างเราต้องดีที่สุดอะไรอย่างนี้ เขาบอกว่าบางที ทุกอย่างไม่ต้องสติ้กมาก ปล่อยผ่านก็ได้ เราก็เออๆ ใช่ ขนาดเขาแคสต์เราวันแรกยังเห็นขนาดนี้”

“หนูน่ะมีเป้าหมายว่าเราจะสบายให้ได้ตอนอายุ 24 เพราะว่าหนูต้องเลี้ยงน้อง น้องหนูต้องเรียน ต้องดูแลคนเยอะ” ใกล้สบายยัง “ยังๆ” เป้าเท่าไร “เยอะๆ ไม่กล้าบอก” 40 ล้าน? “ไม่ถึงขนาดนั้น (หัวเราะ) หนูทำธุรกิจไง ต้องวางเป้าไว้แบบไปเรื่อยๆ เพราะว่าหนูทำธุรกิจด้วย” เป็นคนคิดโต ซีเรียสไปไหมในวัยของเรา ยังเด็กเป็นวัยเรียนรู้โลกใบนี้ “หนูว่าหนูก็ได้เรียนรู้นะ แต่หนูอาจจะไม่ได้ไปเรียนรู้แบบไปเที่ยว แต่หนูเรียนรู้โดยการที่หนูพยายามทำงาน เพราะหนูพยายามที่จะสร้างความมั่นคง เพราะหนูไม่สามารถไปเที่ยวเล่นได้ เพราะหนูมีคนที่ต้องดูแล ถ้าหนูเที่ยวเล่น คนที่หนูดูแลต้องทำยังไง” ทุกวันนี้ดูแลใครบ้าง “น้องสาวค่ะ แล้วก็ยังมีอีกหลายๆ คนที่กำลังจะเข้ามหา'ลัย ซึ่งเราเป็นคนที่ต้องดูแล” หนักไปไหม สำหรับเด็กอายุ 20 “ก็หนักนะ ค่าเทอม อยากเรียนแพงๆ ทั้งนั้นเลย (หัวเราะ) ก็หนักนะ แต่ว่าเคยสัญญากับน้องไว้แล้วว่าหนูจะไม่ให้น้องลำบาก”

สุดท้าย บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ ถามสไมล์ว่า วันนี้ (3 มี.ค.) แด๊ดดี้จำเป็น จะลาจอแล้ว ซีรีส์เรื่องนี้ให้อะไรกับ สไมล์ “ได้คำว่าครอบครัว ว่าสุดท้ายแล้วอะ ครอบครัวอยู่กับเราเสมอ หนูว่ากระต่ายคล้ายๆ หนูนะเป็นคนที่สู้มากเลย เขาไม่ใช่คนแรด เขาเป็นคนที่รักใครแล้วรักมาก เขาอาจจะขาดความรักก็ได้ แล้วเขาก็เลยอยากได้ความรัก แล้วความฝันอะไรของเขาก็ไม่เคยทิ้ง เขาทำให้ทุกๆ อย่างมันอยู่ด้วยกันได้”

จริงแท้ที่สุดในช่วงวัยว้าวุ่นหัวเลี้ยวหัวต่อ ครอบครัวคือคำตอบสุดท้ายที่จะช่วยแก้โจทย์ชีวิตที่ยากเกินแก้ เหมือน สไมล์ เดอะสตาร์ ที่เธอก็ผ่านมรสุมทุกอย่างมาได้เพราะอยากกลับมาทำทุกอย่างเพื่อครอบครัว!

รู้จักกับชีวิตที่ได้ธรรมะฉุดขึ้นมาจากจุดต่ำสุดของ สไมล์ เดอะสตาร์ เด็กสาวที่เคยหนีกองละคร คิดฆ่าตัวตาย ประกาศกร้าวหนูจะไม่กลับไปล้มอีก ถ้าหนีอีกตบหนูได้เลย! 2 มี.ค. 2560 14:18 3 มี.ค. 2560 10:48 ไทยรัฐ