วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชาญชัย ชี้ ต้นตอทำคดีทุจริต ป.ป.ช. ล่าช้า จี้ องค์กรอิสระ แจงทรัพย์สิน

"ชาญชัย" ชี้ ต้นตอทำคดีทุจริตใน ป.ป.ช.ล่าช้า จี้ ป.ป.ช.-องค์กรอิสระ แจ้งบัญชีทรัพย์สิน-หนี้สิน ขอ ปู่มีชัย ปธ.กรธ.ช่วยทำให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ รธน.ด้วย

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงปัญหาความล่าช้าในการดำเนินคดีการทุจริตที่อยู่ในสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า เกิดจากปัญหาทางโครงสร้างที่กฎหมายเขียนให้อำนาจ ป.ป.ช. เป็นหน่วยงานเดียวที่สามารถฟ้องร้องนำเรื่องการทุจริตประพฤติมิชอบส่งฟ้องศาลผ่านอัยการได้เพียงหน่วยงานเดียว จึงก่อให้เกิดปัญหาโครงสร้างที่บิดเบี้ยวจนกลายเป็นศูนย์รวมอำนาจ และเป็นปัญหาต่อองค์กรตรวจสอบ อื่น อาทิ สตง. ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ป.ป.ท. และปปง.โดยให้ ป.ป.ช.เป็นผู้นำเสนอสำนวน แต่มีการเริ่มต้นใหม่ตั้งแต่แสวงหาข้อเท็จจริง จนถึงการตั้งคณะอนุกรรมาธิการฯ ชี้มูลความผิด กลายเป็นการทำงานซ้ำซ้อนและล่าช้า ทั้งยังก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อผู้กล่าวหา และผู้ถูกกล่าวหาเปรียบเหมือนบ้านมี 8 ประตู ทางเข้า แต่มีประตูทางออกเพียงบานเดียว จึงเป็นปัญหาสำนวนคดีต่างๆ มากระจุกตัวเป็นคอขวด

ทั้งนี้ ช่วงรณรงค์ประชามติรับรัฐธรรมนูญ ประกาศว่า เป็นรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง ที่กำหนดระยะเวลาในการทำคดีทุจริตให้เสร็จภายใน 1 ปี ถ้าเป็นคดียุ่งยากให้ต่ออายุได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 6 เดือน รวมคดีไม่เกิน 2 ปี แต่ปรากฏว่า ในร่างกฎหมาย ป.ป.ช.ฉบับที่กำลังยกร่างฯ กลับไม่มีการบัญญัติเงื่อนไข ระยะเวลาในการทำคดีไว้เลย โดยใน (2) มาตรา 235 แสดงถึงการขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

นายชาญชัย กล่าวต่อว่า อีกประเด็นสำคัญคือ การเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตาม มาตรา 234 วรรคสาม ของรัฐธรรมนูญปี 59 ที่ระบุว่า "กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ รวมทั้งตรวจสอบและเปิดเผยผลการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของบุคคลดังกล่าว ทั้งนี้ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม

"จึงขอเสนอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดำเนินการตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ ให้กรรมการ ป.ป.ช. ต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตนเอง ภรรยา และบุตร รวมทั้งกรรมการในองค์กรอิสระอื่น ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ แต่ปรากฏว่า ในร่างกฎหมาย ป.ป.ช.ใหม่ มาตรา 15 ป.ป.ช.กลับกำหนดให้ ตน คู่สมรสและบุตร ไม่ต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินโดยอัตโนมัติ ยกเว้นกรณีที่มีเรื่องขึ้นศาล หรือ เจ้าตัวยินยอมให้เปิดเผย ซึ่งขัดต่อเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญต้องการให้กรรมการ ป.ป.ช.เป็นตัวอย่างของการแสดงเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ซึ่งในฐานะของผู้ทำหน้าที่ตรวจสอบผู้อื่น ควรที่จะมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ไร้ข้อครหากังขาใดๆ แต่กลับทำเสียเอง เพราะ ป.ป.ช. มีอำนาจมากกว่านักการเมือง ดังนั้น ขอให้นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ที่ดูแลการยกร่างกฎหมายลูกต่างๆ เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญให้สมกับยุคแห่งการปฏิรูปด้วย