วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หนังเรื่องยาว

โครงการจัดซื้อรถเมล์ เอ็นจีวี อื้อฉาว 489 คันของ ขสมก.คาราคาซังข้ามปี ยังเดาฉากจบไม่ ได้ว่าจะเป็นอย่างไร

เพราะฝ่ายกรมศุลกากรมีหลักฐานเด็ดอยู่ในมือ

ฝ่ายบริษัทเบสท์รินกรุ๊ป ผู้นำเข้ารถเมล์เอ็นจีวี ก็ประกาศสู้ยิบตา

ศึกรถเมล์เอ็นจีวี สามพันล้านบาท คงต้องปล้ำฟัดกันอีกยาว

“แม่ลูกจันทร์” ขอสรุปเนื้อเรื่องย่อๆดังนี้คือ...

ต้นเหตุเกิดจากกรมศุลกากรพบหลักฐานว่ารถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน ไม่ได้ประกอบที่โรงงานในประเทศมาเลเซีย

แต่เป็นรถที่ผลิตจากประเทศจีน ขนใส่เรือมาแปะไว้ที่มาเลเซีย เพื่ออ้างสิทธิขอยกเว้นภาษีนำเข้า...ศูนย์เปอร์เซ็นต์!!

กรมศุลกากรจึงสั่งอายัดรถเมล์ของกลางไว้ที่ท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อเรียกเก็บภาษีนำเข้า 40 เปอร์เซ็นต์ บวกค่าปรับฐานสำแดงแจ้งเท็จอีก 200 เปอร์เซ็นต์

ต่อมาสถานการณ์ตึงเครียด เริ่มคลี่คลาย

เมื่อบริษัทเบสท์รินกรุ๊ป ยอมจ่ายเงิน 427 ล้านบาท ชำระภาษีศุลกากร เพื่อขอนำรถเมล์ 291 คันแรก ไปส่งมอบให้ ขสมก.ตามสัญญา

แต่ปัญหาไม่จบ เพราะยังมีรถเมล์ของกลางอีก 99 คัน ที่แจ้งแหล่งผลิตเท็จว่า ประกอบจากโรงงานในมาเลเซีย

ถ้าจะนำรถของกลาง 99 คัน ออก จากท่าเรือ จะต้องจ่ายภาษีบวกค่าปรับอีก 366 ล้านบาท หรือ 3.7 ล้านบาทต่อคัน

ตรงนี้แหละที่บริษัทเบสท์รินกรุ๊ป กระเดือกไม่ลง

เพราะถ้าต้องจ่ายค่าปรับเพิ่มอีก 3.7 ล้านบาทต่อคันก็ขาดทุนบานตะไท

แต่ถ้าส่งมอบรถเมล์เอ็นจีวี ให้ขสมก.ไม่ครบ 489 คันตามสัญญาก็ต้องโดนปรับอีกบานตะเกียง

ซ้ำร้าย รถเมล์เอ็นจีวี 99 คันที่กรมศุลกากรอายัดไว้จะต้องถูกยึดเป็นทรัพย์สินราชการ

เมื่อสถานการณ์หลังพิงฝา บริษัทเบสท์รินก็ต้องยื่นฟ้องกรมศุลกากรเป็นจำเลย

ขอให้ศาลสั่งกรมศุลกากรให้ปล่อยรถเมล์ของกลาง 99 คัน โดยไม่ต้องจ่ายค่าปรับแม้แต่บาทเดียว

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่า จุดไคลแมกซ์ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 ก.พ.

ศาลจังหวัดพัทยามีคำสั่งให้กรมศุลกากรในฐานะจำเลย ต้องปล่อยรถเมล์ของกลาง 98 คันให้กับโจทก์คือบริษัทเบสท์ริน

ให้กรมศุลกากรออกหนังสือรับรองจดทะเบียนรถทั้ง 98 คัน

ให้กรมศุลกากรจ่ายชดเชยให้โจทก์อีก 17 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5 ต่อปี

และจ่ายค่าเสียหายย้อนหลังอีก 1.9 แสนบาทต่อวัน

เกมพลิก กลายเป็นกรมศุลกากรเสียท่าให้บริษัทเบสท์ริน

แต่ผ่านไปเพียง 3 วัน เกิดไคลแมกซ์ซ้อนไคลแมกซ์ตามมา

วันที่ 27 ก.พ. กรมศุลกากรยื่นคำร้องศาลให้ยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ศาลจังหวัดพัทยาพิจารณาแล้ว มีคำสั่งยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวฉบับเดิม

เกมพลิกกลับเป็นบริษัทเบสท์รินเสียท่าให้กรมศุลกากร

“แม่ลูกจันทร์” สรุปว่า คดีรถเมล์เอ็นจีวีอื้อฉาวคงต้องเยิ่นกันอีกยาว

พี่น้องชาว กทม.ที่รอนั่งรถเมล์ใหม่คงต้องรอไปอีกนาน

ส่วนรถเมล์ของกลาง 99 คัน คงต้องจอดตากแดดสนิมเขรอะเหมือนรถดับเพลิง กทม.

แปลกจริงๆว่ะ ทำไมเป็นอย่างนี้ทุกที.

“แม่ลูกจันทร์”

2 มี.ค. 2560 12:15 2 มี.ค. 2560 12:15 ไทยรัฐ