วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ความสามารถคู่นิติธรรม

น่าสังเกตว่าในระยะนี้ นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้า คสช. ใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวค่อนข้างถี่ มาตรา 44 กลายเป็นดาบอาญาสิทธิ์แก้ได้สารพัดปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ หรือแม้แต่ใช้เป็นเกราะกำบังเจ้าหน้าที่ เข้าปิดล้อมวัดพระธรรมกายเพื่อจับกุมพระธัมมชโย รวมทั้งใช้ ม.44 เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพรถไฟไทย

นั่นก็คือคำสั่ง คสช.ที่ให้คณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ รวมทั้งผู้ว่าการ รฟท. และแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารและผู้ว่าการใหม่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมชี้แจงว่า เนื่องจากช่วงนี้มีโครงการก่อสร้างมาก จึงต้องเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน มีโครงการรถไฟรางคู่ที่ต้องดำเนินการถึง 9 เส้นทาง

ในจำนวนนี้มีหลายเส้นทางที่ดำเนินการล่าช้า ยังตอกเสาเข็มไม่ได้ ตัวอย่างเช่น เส้นทางประจวบคีรีขันธ์–ชุมพร ที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติตั้งแต่เดือนเมษายน 2559 ตามเป้าหมายเดิมจะประกวดราคาผู้รับเหมาก่อสร้าง ภายในเดือนพฤษภาคม– สิงหาคม จะลงมือก่อสร้างในเดือนกันยายน 2559 และกำหนดจะแล้วเสร็จในปี 2562 แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ถึงไหน

สาเหตุที่คณะกรรมการและผู้ว่าการ รฟท. โดนเด้งทั้งคณะ นอกจากความล่าช้าในการประกวดราคา เพื่อหาผู้รับเหมา ก่อสร้างรถไฟรางคู่แล้ว ยังมีการตั้งข้อสังเกตว่าอีกสาเหตุหนึ่งคือการวิ่งเต้น เพื่อเอื้อประโยชน์บางคน และมีเสียงนินทาว่าอาจจะเตะถ่วงเวลาและโครงการให้ล่าช้าไปเรื่อยๆ เพื่อเปิดทางให้ใช้วิธีการพิเศษ

การจัดซื้อจัดจ้างขององค์กรรัฐวิสาหกิจ เป็นขุมทรัพย์ของนักการเมือง เจ้าหน้าที่ของรัฐ และผู้ประกอบธุรกิจมาเป็นเวลาช้านาน เพราะมีการใช้งบประมาณจัดซื้อจัดจ้างปีละหลายแสนล้านบาท ตัวอย่างที่ต่างชาติเพิ่งจะเปิดโปงเมื่อเร็วๆนี้ ได้แก่ การที่ยักษ์ใหญ่โรลส์รอยซ์ติดสินบน ให้บรรดารัฐวิสาหกิจระดับยักษ์ใหญ่ของไทย เป็นเรื่องของการจัดซื้อ

รฟท.เป็นรัฐวิสาหกิจยักษ์ใหญ่และเก่าแก่ของประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 แต่ก้าวหน้าค่อนข้างจะเชื่องช้า เมื่อเปรียบเทียบกับรัฐวิสาหกิจอื่นๆที่เกิดขึ้นในภายหลัง เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) หรือ ปตท. ยิ่งกว่านั้น รฟท.ยังจมปลักอยู่ในหนี้สินนับแสนล้านบาท จึงต้องการนักบริหารที่มีความสามารถชั้นเยี่ยม

แต่ความรู้ความสามารถ และประสิทธิภาพอย่างเดียวยังไม่พอ แต่จะต้องมีวัฒนธรรมองค์กรที่ถูกต้อง ยึดถือผลประโยชน์ขององค์กร และประเทศชาติเป็นใหญ่เหนือกว่าประโยชน์ส่วนบุคคล ยึดหลักธรรมาภิบาล นิติธรรม และระบบการตรวจสอบที่เข้มแข็ง โปร่งใส โดยสรุปก็คือจะต้องยึดหลักประชาธิปไตยเช่นเดียวกับประเทศ.

2 มี.ค. 2560 12:10 ไทยรัฐ