วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"เงื่อนไข" ที่ต้องตั้งรับให้ดี

โดย สายล่อฟ้า

หากปรองดองไม่ราบรื่น โรดแม็ปขยับแน่...

เป็นเสียงเตือนจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ หัวหน้า คสช. ที่ป้องปรามเพื่อให้การดำเนินการปรองดองเดินหน้าไปสู่ความสำเร็จ

เพราะแรงกระเพื่อมทางการเมืองด้วยอาศัยเงื่อนไข ไม่ว่า จะเป็นการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่กระบี่ และกรณีวัดพระธรรมกาย
ทั้ง 2 ประเด็นนี้ ล้วนเป็นเรื่องที่จะส่งผลทางการเมืองอย่างแยกไม่ออก จึงอยู่ที่รัฐบาลว่าจะสามารถสยบได้มากน้อยแค่ไหน
แม้ว่ารัฐบาลจะแก้ไขปัญหาการต่อต้านการสร้างโรงไฟฟ้าด้วยการถอยมาตั้งหลัก เพื่อเริ่มกระบวนกันใหม่

ล่าสุด ได้สั่งยกเลิกผลการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และผลวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ) แล้วจัดทำใหม่ทั้งหมด

พูดง่ายๆถอยจนสุดซอยเลยก็ว่าได้

ว่ากันว่า ก่อนที่จะตัดสินใจในเรื่องนี้ ได้มีการวิเคราะห์แรงต่อต้านที่เกิดขึ้นนั้น ลำพังชาวบ้านคงพอจะรับมือได้ แต่พวกที่เตรียมการเพื่อผสมโรงนั้นค่อนข้างจะมากันเป็นขบวนเลยก็ว่าได้

ถึงขั้นว่าเมื่อมีการจับกุมบรรดาแกนนำไปแล้ว และมีการเจรจาเพื่อให้รับทราบจุดยืน และต้องการให้ม็อบยุติการชุมนุม

ได้มีการพูดถึงเรื่องนี้ว่ามีความพยายามที่จะนำเงื่อนไขนี้มาเป็นประเด็นการเมือง พร้อมกับเปิดเผยว่ามีใครเป็นใครกันบ้าง ที่จะร่วมรุมสกรัมรัฐบาล

สุดท้ายก็ยอมรับเงื่อนไขแล้วเลิกรากันไป

แต่เรื่องนี้แม้รัฐบาลจะยอมถอย แต่ก็ยังมีความพยายามที่จะใช้เงื่อนไขใหม่ๆขึ้นมาอีก เพราะคิดว่าน่าจะจุดติดได้ จึงต้องถอยอีกขั้นหนึ่งด้วยการยกเลิกผลวิเคราะห์แล้วให้จัดทำใหม่ ด้วยการให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมมากขึ้น

กรณีวัดพระธรรมกายก็เช่นเดียวกัน แม้จะใช้อำนาจพิเศษ ม.44 และให้เจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นดีเอสไอ ตำรวจ และทหารเข้าไปปิดล้อมวัดเอาไว้ทั้งหมด

อีกด้านหนึ่งก็ใช้อำนาจทางปกครอง เพื่อปิดทางไม่ให้นักการเมืองท้องถิ่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะรู้ดีว่าฐานสนับสนุนนักการเมืองเหล่านี้ก็คือวัดพระธรรมกายนั่นแหละ...

หรือแม้กระทั่งใช้อำนาจฝ่ายสงฆ์เข้ามาร่วมด้วยก็ตาม

แต่รู้กันว่าวัดพระธรรมกายนั้น นอกเหนือจากพระ ฆราวาสแล้ว ยังมีกลุ่มการเมืองให้การสนับสนุนด้วย จึงทำให้การต่อสู้มีลำหักลำโค่นจนยากที่จะจัดการได้ง่ายๆ

แม้เนื้อแท้จะเป็นเรื่องศาสนา แต่ก็เกี่ยวกับการเมืองอย่างแยกไม่ออก

ดังนั้น การดำเนินในเรื่องนี้จึงต้องรอบคอบ เพราะพร้อมที่จะจุดชนวนให้เกิดเหตุการณ์ลุกลามบานปลายได้ภายในพริบตา

รัฐบาลแม้จะมีเจตนาเพื่อจรรโลงพุทธศาสนา แต่ในท่ามกลางการต่อสู้ที่มีมวลชนสนับสนุนเป็นจำนวนมาก การทำงานจึงค่อนข้างจะลำบาก

เช่นกัน หากการใช้ ม.44 แล้ว แต่ยังไม่สามารถจัดการเบ็ดเสร็จเด็ดขาดได้ อำนาจนั้นก็ย่อมจะย้อนกลับมาเล่นงานรัฐบาลได้เช่นกัน

ข้อสำคัญก็คือ ทำให้อำนาจพิเศษจะหมดน้ำยาไปในทันที

ทีนี้แหละ...อะไรต่อมิอะไรมันจะเละกันไปหมด เพราะไม่เกรงกลัวอำนาจทางกฎหมายในลักษณะนี้อีกต่อไป

การชุมนุม การประท้วง การต่อต้านต่างๆจะเกิดขึ้นตามมา เพียงแต่สร้างเงื่อนไขขึ้นมาเป็นเหตุผลรองรับ

กระบวนท่าจากนี้ไปจึงเป็นเรื่องสำคัญของรัฐบาล คสช.!?!

“สายล่อฟ้า”