วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อิตาลีกับเอธิโอเปีย

อิตาลีกับเอธิโอเปีย

  • Share:

สองเดือนที่แล้ว พวกผมมีโอกาสต้อนรับรัฐมนตรีศึกษาธิการของเอธิโอเปียท่านปัจจุบันที่กรุงเทพฯ ก่อนหน้านั้นท่านเคยเป็นรัฐมนตรีมหาดไทย และสาธารณสุข พอทราบว่ารัฐมนตรีศึกษาธิการเอธิโอเปียมาเยือน หลายท่านก็ติดต่อเพื่อจะไปดูงานสถานศึกษาเอธิโอเปีย บางท่านอยากไปพิมพ์หนังสือให้กระทรวงศึกษาธิการที่นั่น ระหว่างคุยกัน ท่านหนึ่งถามว่าเอธิโอเปียเคยเป็นอาณานิคมของมหาอำนาจชาติใด พอบอกว่าอิตาลี ท่านก็สนใจว่าอิตาลีไปเกี่ยวดองหนองยุ่งกับเอธิโอเปียได้อย่างไร

หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 มุสโสลินีเป็นผู้นำที่ต้องการสร้างจักรวรรดิอิตาลีในแอฟริกาตะวันออก และต้องการจะแก้ความอัปยศอดสูที่อิตาลีเคยแพ้เอธิโอเปียในสงครามอะบิสซิเนียเมื่อ ค.ศ.1895

ก่อนที่จะไปบุกเอธิโอเปีย อิตาลีปรับปรุงการสื่อสารทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ในอาณานิคมของตัวเองคือแคว้นเอริเทรียและแคว้นโซมาลี ขณะเดียวกันก็ส่งสายลับเข้าไปยุยงกลุ่มการเมืองที่ต่อต้านรัฐบาลเอธิโอเปียให้เกิดความระส่ำระสาย

การจะบุกประเทศใดประเทศหนึ่งจะต้องสร้างความชอบธรรม อิตาลีใช้ให้กองกำลังอิตาลีปะทะกับกองกำลังเอธิโอเปียที่ปักปันเขตแดน พอปะทะกันแล้ว อิตาลีก็มีความชอบธรรมในการไปบังคับให้เอธิโอเปียขอโทษ+ยอมรับอธิปไตยของอิตาลีเหนือดินแดนบางส่วนของเอธิโอเปีย+จ่ายเงินชดเชย 2 แสนเหรียญเอธิโอเปียให้อิตาลี

แต่จักรพรรดิไฮเล เซลาสซี ทรงปฏิเสธเพราะคิดว่าถ้าทำตามข้อเรียกร้อง อิตาลีก็จะขยายอำนาจต่อไปเรื่อยๆ แบบที่เรียกว่าได้คืบเอาศอก จึงนำเรื่องนี้ไปร้องเรียนองค์การสันนิบาตชาติเมื่อ ค.ศ.1934 ตอนที่ร้องเรียนนั้น มุสโสลินีเตรียมทหารไว้ทำสงครามแล้ว สันนิบาตชาติตั้งกรรมการชุดแรกขึ้นมาศึกษาปัญหาความขัดแย้ง และตั้งชุดที่สองเพื่อให้มีการประนีประนอมเอาใจอิตาลีโดยให้เอธิโอเปียตกอยู่ภายใต้การควบคุมของนานาชาติ เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นภัยต่ออาณานิคมของอิตาลี ซึ่งมีเขตแดนอยู่ติดกันตามที่มุสโสลินีแอบอ้าง

มุสโสลินีไม่ประนีประนอมตามสันนิบาตชาติสั่ง แต่กลับบุกเอธิโอเปียทันที สมาชิกสันนิบาตชาติใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจกับอิตาลี แต่ใช้แบบไม่เต็มที่ พวกอังกฤษฝรั่งเศสก็ยังลังเลที่จะทำให้มุสโสลินีขุ่นเคืองใจ แถมยังจะขอให้เอธิโอเปียประนีประนอมยอมให้อิตาลีเข้าไปสร้างเขตอิทธิพลในพื้นที่ตอนใต้กรุงแอดดิสอาบาบา แต่เอธิโอเปียก็ไม่ยอมทำตามที่ขอ
อิตาลีจึงส่งทหาร 4 แสนนาย ปีถัดมาเพิ่มอีก 2.5 แสนนาย พร้อมก๊าซพิษและยุทโธปกรณ์เข้าไปยึดกรุงแอดดิสอาบาบา
และประกาศผนวกเอธิโอเปียอย่างเป็นทางการเมื่อ ค.ศ.1936 พระเจ้าวิกเตอร์ เอมมานูเอลที่ 3 ของอิตาลี ก็สถาปนาตัวเองเป็นจักรพรรดิแห่งเอธิโอเปีย ส่วนจักรพรรดิเอธิโอเปียของแท้ก็ต้องหนีไปอยู่อังกฤษ

การเข้ายึดสถานที่ หรือยึดประเทศชาติบ้านเมืองของคนอื่น ผู้ยึดจะต้องสร้างนิยายเพื่อให้เกิดความชอบธรรม จริงไม่จริงไม่รู้ แต่จำเป็นต้องสร้างนิยาย การยึดเอธิโอเปียก็เหมือนกัน คนเอธิโอเปียไม่มีความผิดอะไรเลย แต่สุดท้ายก็โดนรุกราน โชคดีที่ภายหลัง
มุสโสลินีไปร่วมมือกับฮิตเลอร์รบกับอังกฤษและฝรั่งเศสในสงครามโลกครั้งที่ 2 และก็แพ้

ลองนึกดูนะครับ ถ้าไม่มีสงครามโลกครั้งที่ 2 เอธิโอเปียก็ต้องเสียเอกราชให้อิตาลี เอธิโอเปียตกอยู่ภายใต้การยึดครองของอิตาลีอยู่นาน 5 ปี หมดสตางค์ไปเยอะกับการบริหารจัดการเพื่อจะเอาประโยชน์ทางเศรษฐกิจ แต่ปรากฏว่าอิตาลีไม่ได้อะไรมากดอกครับ ในระหว่าง 5 ปีที่ปกครองเอธิโอเปีย อิตาลีโดนคนเอธิโอเปียและแอฟริกันชาติอื่นรวมกลุ่มกันเล่นงานกองทัพของตัวเองอยู่เป็นระยะ เงินที่ต้องใส่ลงไปในเอธิโอเปียมีมากกว่าประโยชน์ที่อิตาลีได้รับจากเอธิโอเปียหลายเท่า

สงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดขึ้น คนเอธิโอเปียก็จับมือกับอังกฤษสามารถขับไล่กองทัพอิตาลีให้พ้นไปจากแผ่นดินของตัวเองได้ จักรพรรดิไฮเล เซลาสซี ที่เสด็จลี้ภัยไปอยู่อังกฤษก็เสด็จกลับมาครองราชบัลลังก์แห่งเอธิโอเปียได้อีกครั้งหนึ่ง

สิ่งที่ช่วยให้เอธิโอเปียได้แผ่นดินคืนมาจากอิตาลีก็คือ ความสามัคคีของคนแอฟริกันทุกชาติทุกภาษาที่ได้รวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มสหายแอฟริกันนานาชาติของอะบิสซิเนีย โดยมีนายโยโม เคนยัตตา เป็นเลขาธิการกลุ่ม ซึ่งบั้นปลายท้ายต่อมา นายเคนยัตตาผู้นี้ละครับก็ได้เป็นประธานาธิบดีคนแรกของสาธารณรัฐเคนยา.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้