วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตะบันใช้ม.44 ปชป.เตือน สังคมเสพติด

ยูเอ็นเอชอาร์ซีซัดไทย เมินกม.สิทธิมนุษยชน ไผ่ ดาวดิน วืดประกันอีก

รัฐบาลเดินหน้าระดมความเห็นแสวงหาปรองดองราบรื่นคลื่นสงบ พรรคการเมืองทยอยหารือ 30 พรรคแล้ว คิว พท.-นปช. เดือน มี.ค.นี้ “อนุทิน” นำทีม ภท.ชูข้อเสนอนิรโทษกรรม-ถอนฟ้อง-เยียวยา 6 มี.ค. “ศรีสุวรรณ” ยื่น ป.ป.ช.ร้องสอบ “พรเพชร” กับ 7 สนช.จอมโดดร่ม แฉตะลึงใบลาหนาเป็นปึก

รวมกันกว่า 5 พันใบ จี้สำนึกลาออก-คืนเงินหลวง “บิ๊กตู่” สั่งกวาดล้างเจ้าหนี้นอกระบบ วอนเอ็นจีโออย่าทำให้ประเทศดูแย่ ย้ำใช้มาตรา 44 เพราะความจำเป็น กลไก ก.ม.ปกติไม่ทำงาน พร้อมกระตุกสังคมอย่าให้ปัญหาปัญหาเดียวเหนี่ยวรั้งชาติ “นิพิฏฐ์” เตือนตะบันใช้ ม.44 สังคมเสพติดอำนาจนิยม “วัชระ” เย้ยใช้เป็นยาสามัญประจำบ้าน แต่พอพวกพ้องตัวเองไม่ใช้ ยูเอ็นเอชอาร์ซีประณามรัฐบาลทหารล้มโต๊ะ ก.ม.การทรมาน-บุคคลสูญหาย ผิดอาญา ทั้งที่พยายามผลักดันมานาน ชี้บทสรุปคดีอุ้มหายจะมีอยู่เรื่อยไป หลังจากเกิดขึ้นซ้ำซากมากมาย ตั้งแต่ปี 2523 ยังขังต่อ “ไผ่ ดาวดิน” วืดประกันอีก

กระบวนการแสวงหาความปรองดองของรัฐบาลยังคงเดินหน้าต่อไป ตลอดช่วงเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา คณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ในคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ระดมความเห็นจากบรรดาพรรคการเมือง และจะทำต่อเนื่องเรื่อยไปจนถึงเดือน มี.ค.

3 สัปดาห์ 30 พรรคร่วมถกปรองดอง

เมื่อวันที่ 1 มี.ค. เวลา 12.00 น. ที่กระทรวงกลาโหม พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ในคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง กล่าวว่า ตลอด 3 สัปดาห์ที่ผ่านมามีพรรคการเมืองเข้าร่วมเสนอความคิดเห็นให้กับคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความปรองดองจำนวน 30 พรรค สำหรับวันที่ 28 ก.พ. และวันที่ 1 มี.ค. มีพรรคการเมืองเข้ามาแสดงความคิดเห็น 6 พรรค ประกอบด้วยพรรคทวงคืนผืนป่าแห่งประเทศไทย พรรคเครือข่ายประชาชน พรรคพลังสหกรณ์ พรรคยางพาราไทย พรรคพลังชล และพรรคมหาชน บรรยากาศโดยรวมเป็นไปด้วยดี มีความเป็นกันเองและมีความเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน แสดงถึงความตั้งใจจริงในการสร้างเสริมความปรองดอง โดยมองว่าการสร้างความปรองดองจะต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วน ไม่สร้างเงื่อนไขให้เป็นปัญหา ความขัดแย้งเกิดจากการไม่เคารพกฎหมาย ไม่ยอมรับระบบกลไกการเมืองที่มีอยู่ และมองภาพอนาคตว่าจำเป็นที่จะต้องปฏิรูปประเทศ

พท.-นปช.ตอบรับร่วมเวที

พล.ต.คงชีพกล่าวว่า ข้อมูลทั้งหมดได้รวบรวมส่งให้คณะอนุกรรมการพิจารณาบูรณาการ ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง โดยมี พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผบ.ทหารสูงสุด เป็นประธาน และคาดว่าในสิ้นเดือน มี.ค. จะสามารถเชิญพรรคการเมืองที่เหลือเข้ามาเสนอความคิดเห็นได้ครบทุกพรรค หลังจากนั้นในเดือน เม.ย. จะเชิญกลุ่มการเมือง กลุ่มภาคประชาสังคม กลุ่มภาคธุรกิจเข้าร่วม อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยได้ตอบรับเข้ามาแสดงความคิดเห็นในวันที่ 8 มี.ค. ขณะที่กลุ่มนปช.จะมาแสดงความคิดเห็นในวันที่ 15 มี.ค. ส่วนกลุ่ม กปปส.จะมาแสดงความคิดเห็นเมื่อไหร่นั้นขอตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง

“อนุทิน” นำทีม ภท.ถกปรองดอง 6 มี.ค.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคภูมิใจไทยว่า ในวันที่ 6 มี.ค. เวลา 13.00 น. แกนนำพรรคภูมิใจไทย นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยนายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาพรรค นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองหัวหน้าพรรค นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ รองหัวหน้าพรรค นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรค จะเข้าร่วมหารือกับคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ในชุดคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่มี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน สำหรับแนวทางการหารือเบื้องต้นของพรรคภูมิใจไทยจะนำเสนอการแก้ปัญหาตามโจทย์ 10 ประเด็นที่ คสช.ให้มา โดยเฉพาะอยากให้มีการปฏิรูปการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และแก้รากเหง้าของปัญหาทั้งหมด คือ ความยากจนให้หมดไป เพราะจะช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำของคนจนกับคนรวยในสังคมไทยให้เกิดความเท่าเทียมกัน

เสนอนิรโทษกรรม-เยียวยา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ พรรคภูมิใจไทยจะเสนอการสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นอย่างจริงจัง โดยยึดแนวทางตามหลักสากลโลกที่เคยดำเนินการมา โดยเฉพาะ “หลักความยุติธรรมยุคเปลี่ยนผ่าน” อาทิ มีการพูดคุยทำความเข้าใจ เยียวยาผู้เสียหาย พิสูจน์ความจริง รวมทั้งคดีที่อยู่ในชั้นพนักงานสอบสวนและชั้นอัยการก็อาจจะสั่งไม่ฟ้องหรือสั่งถอนฟ้องในคดีที่อยู่ในศาลแล้ว รวมถึงคดีความที่ศาลตัดสินไปแล้ว ก็อาจจะให้มีการนิรโทษกรรมยกเว้นโทษ เป็นต้น ซึ่งพรรคภูมิใจไทยเชื่อว่าแนวทางดังกล่าวจะทำให้บ้านเมืองเกิดความปรองดองได้อย่างแท้จริง

พท.พร้อมส่งหัวแถวถกปรองดอง

นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการส่งคนเข้าร่วมเวทีปรองดองในส่วนของพรรคเพื่อไทยว่า ล่าสุดตัวแทนจากทางสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ได้ประสานงานกับทางสำนักเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เพื่อกำหนดวันพูดคุยและเสนอแนะแนวทางปรองดองใหม่อีกครั้ง โดยจะยังคงเป็นวันที่ 8 มี.ค. เหมือนเดิม ตามที่พรรคเพื่อไทยได้เสนอไปก่อนหน้านี้ เริ่มตั้งแต่เวลา 09.00-12.00 น. สำหรับตัวบุคคลที่จะร่วมพูดคุยยังอยู่ระหว่างการหารือกัน เนื่องจากหลายท่านยังคงติดภารกิจ แต่ส่วนใหญ่จะยังเป็นคนที่พรรคได้แถลงไปก่อนหน้านี้ ในส่วนของการจัดทำเอกสารเพื่อชี้แจงต่อสังคม รวมทั้งเพื่อแสดงจุดยืนและเสนอทางออกจากวิกฤตของปัญหาของทางพรรคนั้น อยู่ระหว่างการรวบรวมความคิดเห็นของแกนนำแต่ละท่าน คาดว่าจะชัดเจนช่วงต้นสัปดาห์หน้า

เชียงใหม่ฟังความเห็นปรองดอง

ทางด้านนายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผวจ.เชียงใหม่ ประชุมรับฟังความคิดเห็น เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองจังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 1 มีกลุ่มข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พนักงานรัฐวิสาหกิจ หอการค้าจังหวัด กลุ่มองค์กร ที่ทำงานร่วมกับส่วนราชการ เข้าร่วมประชุมกว่า 50 คน ที่ประชุมมีการแสดงความคิดเห็นในการสร้างความสามัคคีปรองดองตามประเด็นที่กำหนด 10 เรื่อง นายปวิณกล่าวว่า การเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นการสร้างความสามัคคีปรองดองในครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมตอบรับเป็นอย่างดี แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ ส่งรายชื่อกลับมาเป็นจำนวนมากเกินกรอบที่ตั้งไว้ 200 คน โดยมีเงื่อนเวลาที่จะต้องทำให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 20-21 มี.ค. สำหรับการประชุมครั้งต่อไปวันที่ 3 มี.ค. เป็นกลุ่มการเมืองท้องถิ่น ได้แก่ กลุ่มสนับสนุนพรรคการเมือง กลุ่มทุนทางการเมือง กลุ่มนักการเมืองท้องถิ่น กลุ่มแกนนำมวลชนทางการเมือง

“ศรีสุวรรณ” ยื่น ป.ป.ช.ร้อง 7 สนช.

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย นายสิระ เจนจาคะ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช.ให้เอาผิดสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) 7 คน กรณีการขาดลงมติประชุมไม่ครบตามที่กฎหมายกำหนด และนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. นางวรารัตน์ อติแพทย์ เลขาธิการวุฒิสภา กรณีอนุมัติใบลาประชุมให้ 7 สนช.

โดยไม่ตรวจสอบ นายศรีสุวรรณกล่าวว่า เลขาธิการวุฒิสภาแถลงสถิติข้อมูลการแสดงตนของ สนช. 7 คนในรอบ 1 ปี พบข้อผิดปกติ ได้แก่ 1.สถิติการแสดงตนดังกล่าวไม่ได้นับจากระยะเวลา 90 วันตามที่กฎหมายกำหนด เป็นการจงใจบิดเบือนข้อเท็จจริง 2.การขาดลงมติที่ไม่นับ เนื่องจากยื่นใบลาอย่างถูกต้องมีสัดส่วนสูงมาก อาทิ นายดิสทัต โหตระกิตย์ มีใบลา 1,047 ใบ พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ 1,034 ใบ หากนับรวมทั้ง 7 สนช. จะมีใบลารวมกันใน 1 ปี ถึง 5,836 ใบ การอนุญาตให้ลาได้มากๆเช่นนี้เข้าข่ายผิดระเบียบ สนช.ว่าด้วยการลงชื่อมาประชุมและการลาประชุม ที่กำหนดการลาได้เฉพาะมีความจำเป็นเร่งด่วนและไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เท่านั้น

จี้โชว์สปิริตลาออก-คืนเงินหลวง

นายศรีสุวรรณกล่าวว่า พฤติการณ์ดังกล่าวของ 7 สนช. เข้าข่ายการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม รวมทั้งทุจริตต่อหน้าที่ เพราะ สนช.ที่ขาดหรือลาประชุมมากๆมีสิทธิได้เงินเพิ่มหรือเงินตอบแทนตามพระราชกฤษฎีกาเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอื่นของผู้ดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ การที่ สนช.แต่ละคนได้สิทธิการลาโดยไม่มีข้อจำกัด จึงเป็นการคอร์รัปชันเวลาชัดเจน

ด้านนายสิระกล่าวว่า สนช.ถือเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ต้องอุทิศตนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์และเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ หากทำไม่ได้ควรแสดงสปิริตลาออก ไม่ต้องให้ประชาชนมาขับไล่ ที่สำคัญควรคืนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งและเงินต่างๆที่ได้รับจากภาษีประชาชน คืนประเทศให้หมด

“บิ๊กตู่” สั่งกวาดล้างเจ้าหนี้นอกระบบ

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานเปิดงาน การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืน โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้ว่าราชการจังหวัด และภาคประชาชนกว่า 1,500 คน เข้าร่วม พล.อ.ประยุทธ์กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “รวมพลังภาครัฐขจัดหนี้นอกระบบให้เป็นศูนย์” ว่าที่ผ่านมาการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ยิ่งแก้ยิ่งพันกัน วันนี้ต้องแก้ทั้งระบบ เจ้าหนี้ ลูกหนี้ ต้องร่วมมือด้วย แต่ไม่ได้หมายความว่าจะยกหนี้ให้ รัฐบาลจะดำเนินการกวาดล้างขั้นเด็ดขาดกับพวกเจ้าหนี้ ผู้ให้กู้ และนายทุนนอกระบบที่ผิดกฎหมาย ถ้าใครกล้าก็ลองดู ใครเกี่ยวข้องโดนทุกคน จับให้หมด ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้รังแกใคร เพราะถ้าไม่ทำปัญหาก็ไม่จบสิ้น

วอนกลุ่มเอ็นจีโออย่าทำ ปท.เสีย

นายกฯกล่าวว่า วันนี้ขอร้องกลุ่มเอ็นจีโอ กลุ่มสิทธิมนุษยชน อย่าไปขยายความ มองว่าประเทศมีปัญหาทุกอย่าง การบังคับใช้กฎหมายก็ต้องมีปัญหาบ้าง ซึ่งเส้นแบ่งระหว่างสิทธิมนุษยชนกับการทำผิดกฎหมายมันเส้นเดียวกัน ทุกคนจึงต้องทำตามกฎหมายอย่างเท่าเทียม อย่ามามีข้ออ้าง ที่ผ่านมาก็มีปัญหาทำไมไม่ออกมาพูดกัน อย่าเอาอันนั้นมาอ้างอันนี้เหมือนหมาป่ากับลูกแกะในนิทานอีสป สุภาษิต คำสอน ศีลธรรม เบญจธรรม มีมาทั้งหมดแต่สงสัยว่าทำไมยังวุ่นวายอยู่ คงเพราะเราเป็นคนที่ยุ่งและวุ่นมาก ต่างคนต่างคิด ต่างความรู้สึก ต่างความต้องการ แต่รัฐบาลพยายามเปิดเวทีให้กว้างขึ้น ได้รับสิทธิและการเข้าถึงอย่างเท่าเทียม แต่ต้องโปร่งใส อย่างเรื่องการรักษาพยาบาลขณะนี้ขึ้นมา 3,091 บาทต่อหัว รัฐบาลไม่เคยคิดจะยกเลิก มีแต่หาทางเพิ่มให้

ย้ำใช้ ม.44 เพราะมีพวกดื้อ ก.ม.ปกติ

นายกฯกล่าวว่า ถามว่าสมมติเรารวย แล้วคนอื่นจนหมด ใช้เงินแล้วมีความสุขไหม ไปไหนใครชื่นชม ต้องแบ่งปันดูแลให้เป็นธรรม เก็บดอกเบี้ยร้อยละตามที่รัฐบาลกำหนด บางครั้งต้องใช้ประกาศคสช.ที่พอดีกับตัวเองก็บอกว่าดี ถ้าไม่ดีกับตัวเองก็บอกว่าไม่ดี สรุปจะให้ใช้แบบไหน “ผมจำเป็นก็ต้องใช้ ถ้าไม่จำเป็นจะใช้ทำไม ให้คนมาว่าผมเหรอ ถ้าไม่มีคำสั่งเหล่านี้จะทำได้ไหม มันก็ทำไม่ได้อยู่ดี ขอเถอะ ถ้าท่านไม่ชอบ บอกใช้ไม่ได้มาตรา 44 เดี๋ยวเปลี่ยน 45 หรือไม่ร่างใหม่เป็นมาตรา 88 เอาให้สองเท่าเลย ดูสิจะทำได้ไหม ถ้าเราไม่ร่วมมือกฎหมายก็ใช้ไม่ได้ทั้งสิ้น ที่ต้องใช้เพราะว่าไม่ปฏิบัติ ไม่เชื่อฟังกฎหมายปกติ ทุกพวกแหละ ไปหามาใครบ้าง ทุกคนไม่ว่าสถานะใดต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน วันนี้ถ้าเอาความขัดแย้งมาพูดกันก่อน วันหน้าจะเดินหน้าประเทศไม่ได้ เพราะปัญหาเรารออยู่เยอะ และถ้ามีอะไรเสนอมาได้ รัฐบาลรับฟัง ถ้าไม่ฟังทุบโต๊ะทุกเรื่องไปแล้ว”

ยกคำพระพวกสาปแช่งจะย้อนเข้าตัว

นายกฯกล่าวว่า วันนี้ต้องใช้คำสอนของพระพุทธเจ้า ใช้ศีลธรรมคุณธรรมมาใคร่ครวญ ในการดำรงชีวิต น้อมนำเอาศาสตร์พระราชาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เป็นแนวทางใช้ชีวิตด้วยอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี ถึงเราจะจนแต่ต้องไม่คดโกงใคร ทำผิดหรือถูกเรารู้อยู่แก่ใจ ไม่ต้องให้ใครเขามาว่า ให้รู้สึกว่านอนแล้วมีความสุข อย่าให้คนนั่งแช่งหรือด่าทุกวัน นอนก็ไม่มีความสุขเหมือนตนที่กำลังโดนอยู่ แต่ไม่กลัวอยู่แล้ว เพราะทำให้คนดี ส่วนคนไม่ดีจะแช่งก็ช่างเขา ก็กลับไปหาตัวเอง พระบอกเอาไว้ว่าอย่าไปสาปแช่งใคร ใครว่าเราก็ย้อนกลับที่เขานั่นแหละ ใครที่ว่าตนก็เปลี่ยนใจได้นะ

ขออย่าให้ปัญหาเดียวดึงรั้งชาติ

พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองว่า วันนี้รัฐบาลให้ความสำคัญกับทุกงาน ฉะนั้นอย่าดึงประเทศชาติหรือดึงสังคมไปเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยเฉพาะเรื่องที่ไม่เกิดประโยชน์ต่อบ้านเมือง ให้เจ้าหน้าที่ทำงาน และมาให้ความสำคัญกับเรื่องที่สร้างสรรค์ที่ทำใหม่ขึ้นมาน่าจะดีกว่า ในความคิดตนเรื่องนี้ก็ทำไป แก้ปัญหาไป กฎหมายใช้ไป ทุกคนทราบเรื่องที่มันดีๆ ท่านกรุณาให้คนมารับรู้ด้วย ไม่เช่นนั้นเขาก็ไม่รู้ว่าช่องทางอยู่ตรงไหน แล้วเขาจะเสียโอกาสหรือไม่ ซึ่งวันนี้ก็สร้างมากู้เงินได้ ขอให้ช่วยกันเรื่องประชารัฐ เศรษฐกิจฐานรากประชารัฐ แต่นี่ทุกคนติติงเสียหมด มันก็กลับมาที่เดิม

ปชป.เตือนใช้ ม.44 สังคมเสพติด

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่ามีการใช้อำนาจมาตรา 44 พร่ำเพรื่อในการแก้ไขปัญหาต่างๆว่า ควรเลือกใช้เพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศในเรื่องที่รัฐบาลปกติทำไม่ได้ หรือทำได้ยาก ดังนั้นถ้าผู้ใช้อำนาจใช้มาตรา 44 พร่ำเพรื่อก็แสดงหรือสะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพของคนในสังคมว่าเป็นสังคมที่ชอบการบังคับ เป็นสังคมไม่เคารพกฎหมายหรือไม่เป็นประชาธิปไตย เมื่อกลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตยมีรัฐบาลจากการเลือกตั้งแล้ว ก็อาจจะทำงานหรือแก้ไขปัญหาบางเรื่องได้ยากมาก เพราะคนในสังคมเสพติดกับการแก้ไขแบบเบ็ดเสร็จและการบังคับไปแล้ว ทั้งที่สังคมโลกที่เจริญแล้ว แม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านเราต่างกลับเข้าสู่ประชาธิปไตยกันหมดแล้ว แต่เราก็ต้องทนอยู่อย่างนี้เพราะเป็นคนกลุ่มน้อยต่อไป ทั้งนี้ผู้ใช้อำนาจ ม.44 เปรียบไปก็เหมือนนักแสดงที่ต้องคอยดูอารมณ์ของผู้คนในสังคมด้วยว่าเขาชอบหรือไม่ ถ้าประชาชนชอบเขาก็แสดงต่อ เป็นไปตามหลัก “พลเมืองเป็นผู้กำหนดรูปแบบการปกครอง” เพราะทำโพลสำรวจมาทุกครั้งคะแนนดีทุกครั้ง เพราะสังคมบ้านเราชอบการแก้ไขแบบอำนาจนิยมไปแล้วหรือไม่

สับใช้แหลกลาญยกเว้นพวกพ้อง

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ใช้มาตรา 44 มากเกินไป จนกลายเป็นยาสามัญประจำบ้าน ฝ่ายกฎหมายของรัฐบาล ทั้งนายวิษณุ เครืองาม และนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เนรมิต มาตรา 44 เพื่อเอาใจให้หัวหน้า คสช.มีอำนาจเหนือ 3 เสาหลักเพื่อสถาปนาอำนาจเด็ดขาดไว้ในกำมือของหัวหน้า คสช.แต่เพียงผู้เดียว แต่เรื่องสำคัญไม่ทำ พล.อ.ประยุทธ์ประกาศว่าพวกทุจริตจะไม่ให้มีที่ยืน ท่านก็ทำตามนั้น โดยจัดให้พวกนี้มีที่นั่งในแม่น้ำ 5 สาย กินเงินเดือน 2-3 ทางสบายใจ ใครจะตรวจสอบก็ปกป้อง การใช้มาตรา 44 จะศักดิ์สิทธิ์และยุติธรรมในสายตาของประชาชนก็ต่อเมื่อท่านกล้าใช้ปลดบุคคลที่ทุจริตในแม่น้ำ 5 สายที่มาอาศัยร่มเงาของ คสช.อย่างไม่เกรงใจใคร ท่านก็จะได้ชื่อว่ายุติธรรมมาตรฐานเดียวอย่างแท้จริง แต่ถ้าท่านเลือกที่รักมักที่ชังใครเห็นก็จะขาดศรัทธาได้ พวกทุจริตเที่ยวคุยโม้โอ้อวดว่าเรียน วปอ.รุ่นเดียวกับพี่ตู่บ้าง เป็นคู่เขยนายพลบ้าง เป็นเครือญาติแม่น้ำ 5 สายบ้าง ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ต้องการขจัดการทุจริตจริงๆต้องนับหนึ่งเริ่มจากจัดการคนใกล้ตัวเสียก่อน อย่าให้โลกติฉินนินทาได้

ยันไม่มีมาตรา 44 ก็แก้ปัญหาได้

นายวัชระกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ประกาศว่าถ้ามีอุปสรรคจะขยับโรดแม็ปนั้น เป็นอำนาจเต็มของท่าน อยากอยู่ในอำนาจนานเท่าไรเชิญท่านตามสบาย เพราะเชื่อโดยสุจริตว่าท่านตั้งใจดีเพื่อประเทศชาติ แต่ขอให้รัฐบาลดูว่าชีวิตของพี่น้องประชาชนลำบากแสนสาหัสเพราะภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองหรือไม่ และที่สำคัญคือการทุจริตลดน้อยลงหรือไม่ อย่าเอาแต่โทษนักการเมือง วันใดที่ประเทศไทยไม่มีมาตรา 44 ก็มีกฎหมายปกติอยู่แล้ว ปัญหาของประเทศก็คือ ผู้บังคับใช้กฎหมายไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง หรือมีอำนาจแฝงทำให้เจ้าหน้าที่ไม่กล้าบังคับใช้กฎหมาย ถ้าหากข้าราชการทำหน้าที่ของตนตรงไปตรงมาปัญหาจะไม่เกิดในทุกกรณี ไม่ต้องมีมาตรา 44 ก็สามารถแก้ปัญหาได้

“ปึ้ง” เย้ย “บิ๊กตู่” ทำใจรับกฎแห่งกรรม

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เป็นธรรมดาที่ในช่วงโค้งสุดท้ายของรัฐบาลทุกชุด มักจะมีปัญหาหมักหมมสะสม ประเดประดังเข้ามา ม็อบต่างๆก็มีมากขึ้น ข้อเรียกร้องของประชาชนก็จะเยอะขึ้น ล้วนเป็นผลพวงจากการบริหารงานของรัฐบาลในช่วง 2-3 ปีแรกว่าทำได้ดีเพียงใด และรัฐบาลชุดไหนจะจบลงได้สวยหรือไม่สวยก็เป็นวิบากกรรมของใครของมัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ก็ต้องทำใจ ถ้าทำอะไรผิดพลาด ก็ต้องเตรียมตัวเตรียมใจไว้เพื่อไปพิสูจน์ความจริงกันตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ขอให้นายกฯทำอะไรก็คิดถึงหลักการแห่งความยุติธรรม เป็นกลาง ตรงไปตรงมา ไม่ควรเลือกปฏิบัติ เชื่อว่าจะจบหน้าที่ของท่านได้ด้วยความสง่างาม อย่างไรก็ตามไม่ทราบว่าคำเตือนนี้จะช้าเกินไปหรือไม่ ก็แล้วแต่บุญแต่กรรมของใครของมัน หยุดสร้างเวรสร้างกรรมกันดีกว่า

สับไทยเมิน ก.ม.ละเมิดสิทธิมนุษยชน

อีกเรื่องหนึ่ง สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ นางราวินา แชมดาซานิ โฆษกหญิงประจำสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชอาร์ซี) แถลงว่า ยูเอ็นเอชอาร์ซีได้รับแจ้งเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่ารัฐสภาของไทยที่รัฐบาลทหารเป็นผู้แต่งตั้งได้ล้มเลิกการผลักดันกฎหมายที่จะทำให้การทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหายเป็นความผิดทางอาญา ทั้งที่มีความพยายามผลักดันกฎหมายนี้มานานหลายปี ส่งผลให้เจ้าหน้าที่รัฐไม่ต้องรับผิดชอบในการกระทำความผิดร้ายแรง ดังนั้นการทรมานไม่ใช่ความผิดทางอาญาในประเทศ ไทย ในอดีตแม้ผู้ตกเป็นเหยื่อจะชนะคดีได้รับเงิน ชดใช้ แต่ผู้กระทำความผิดกลับไม่ถูกดำเนินคดีลงโทษ การละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงเช่นนี้เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ การขาดกฎหมายว่าด้วยการสูญหายทำให้มีช่องโหว่ทางกฎหมาย หมายความว่าเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงที่ลักพาตัวผู้คนและสังหาร คุมขัง หรือส่งตัวพวกเขาไปยังประเทศที่สาม อาจไม่มีวันถูกนำตัวมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้ บทสรุปที่เกิดขึ้นก็คือ เมื่อไม่สามารถหาศพเหยื่อพบหลังเวลาผ่านไประยะหนึ่ง หรือไม่มีหลักฐานเพียงพอ เจ้าหน้าที่ก็เพียงแต่ปิดคดีไป การตัดสินใจไม่ออกกฎหมายดังกล่าวยังสร้างความเสียหายร้ายแรงให้ครอบครัวของผู้สูญหาย ทั้งที่พวกเขามีสิทธิที่จะรู้ความจริง

คดีบุคคลสูญหายเกิดเป็นดอกเห็ด

นางราวินากล่าวว่า จากข้อมูลของคณะทำงานของยูเอ็นพบว่า นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2523 พบว่ามีคดีบังคับบุคคลให้สูญหายถึง 82 คดีในไทย รวมถึงคดีทนายสมชาย นีละไพจิตร อดีตประธานชมรมนักกฎหมายชาวมุสลิมเมื่อวันที่ 12 มี.ค. พ.ศ.2547 กับนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน แกนนำชาวบ้านกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย ที่หายสาบสูญเมื่อปี พ.ศ.2557 และเมื่อเร็วๆนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ของไทย ได้ระงับการสืบสวนสอบสวนคดีการหายตัวไปของนายสมชาย นีละไพจิตร เนื่องจากขาดประมวลกฎหมายอาญา นอกจากนี้ผู้รายงานข้อกล่าวหาเรื่องการทรมานยังถูกดำเนินคดีอาญาเพิ่มขึ้น

ขังต่อศาลไม่ให้ประกัน “ไผ่ ดาวดิน”

วันเดียวกัน ที่ศาล จ.ขอนแก่น มีการเบิกตัวนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน ผู้ต้องหาตามความผิดประมวลกฎหมายอาญา ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาทำการไต่สวน หลังทนายความและนายประกันตัวยื่นขอประกันตัวชั่วคราวต่อศาลอุทธรณ์ภาค 4 โดยศาลได้ใช้เวลาในการไต่สวนและตรวจเอกสารหลักฐานประมาณ 1 ชม. ก่อนพิเคราะห์ว่า คดีมีอัตราโทษสูงและเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร อีกทั้งก่อนคดีนี้จำเลยก็ถูกดำเนินคดีอาญาหมายเลขดำที่ 61/2559 ของศาลมณฑลทหารบกที่ 23 ในความผิดฐานร่วมกันชุมนุมและมั่วสุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ ที่มีจำนวนตั้ง 5 คนขึ้นไป โดยไม่ได้รับอนุญาตจากหัวหน้า คสช. หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย จึงมีคำสั่งยกคำร้องไม่ให้ประกันตัว

กรธ.ปรุง ก.ม.คดีอาญานักการเมือง

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. กล่าวตอนหนึ่งว่า ต้องยอมรับว่าระบบยุติธรรมไทยเคยชินต่อระบบการกล่าวหามานาน คำนึงถึงเรื่องเทคนิคการสู้คดี มากกว่าการหาความจริงให้ปรากฏ กรธ.จึงพยายามตัดเรื่องเทคนิคออกให้ศาลไต่สวนได้อย่างเป็นธรรม จะนำแนวทางนี้ไปใช้กับศาลรัฐธรรมนูญด้วย โดยกระบวนการของศาลรัฐธรรมนูญอาจไปไกลกว่าของศาลฎีกา นักการเมือง กรธ.อยากฟังความเห็น 3 ประเด็น 1.ให้กระบวนการรวดเร็วเป็นธรรม 2.ที่ผ่านมาการดำเนินคดีมีปัญหา คนที่ถูกกล่าวหาไม่อยู่ทำให้มีการจำหน่ายคดี แต่ยังดำเนินคดีกับผู้สนับสนุนด้วย เป็นไปได้ไหมจะแยกส่วนนี้ออก เพื่อให้ต่อสู้ได้ตามกระบวนการยุติธรรมปกติ 3.เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมควรเดินหน้าต่อให้สิ้นกระแสความ คือให้พิจารณาลับหลังจำเลยได้ โดยให้ตั้งทนายมาต่อสู้คดีได้เต็มที่

ศาลฎีกาชงใครหนีไม่นับอายุความ

นายมีชัยกล่าวว่า สำหรับเนื้อหาในร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ที่ศาลฎีกาส่งให้ กรธ.ประกอบพิจารณา มี 71 มาตรา เนื้อหาที่น่าสนใจมีอยู่ 3 ส่วน ได้แก่ 1.มาตรา 31 ที่ระบุว่า เมื่อศาลประทับรับฟ้องแล้วห้ามไม่ให้ศาลอนุญาตให้ถอนฟ้อง เว้นแต่จะได้ความว่าหากไม่อนุญาตให้ถอนฟ้องจะกระทบกระเทือนต่อความยุติธรรม 2.มาตรา 33 การกำหนดให้ไม่นับระยะเวลาที่ผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยหลบหนีมาเป็นส่วนหนึ่งของอายุความ และในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำเลย ถ้าจำเลยหลบหนีในระหว่างนั้นไม่ให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับอายุความตามประมวลกฎหมายอาญามาใช้บังคับ 3.การอุทธรณ์คำพิพากษา ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ที่กำหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ ในร่างกฎหมายนี้ได้ระบุวิธีการอุทธรณ์ไว้ในมาตรา 62 และ 63 ว่าให้ดำเนินการได้ภายในสามสิบวัน นับแต่มีคำพิพากษาของศาล แต่จะอุทธรณ์ได้ต่อเมื่อจำเลยมาแสดงตนต่อเจ้าพนักงานของศาลเท่านั้น มิเช่นนั้นศาลจะไม่รับอุทธรณ์ บทเฉพาะกาลบัญญัติให้วิธีการและกระบวนการอุทธรณ์คดีตามที่ร่าง พ.ร.บ.ฯกำหนดนั้นยังไม่ใช้บังคับกับบรรดาคดีที่ได้ยื่นฟ้องไปก่อนวันที่ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ใช้บังคับ

ดึงดีเอสไอ-สตง.สอบปมซีซีทีวี

พล.อ.อ.วีรวิท คงศักดิ์ ประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง กรณีสินบนโครงการติดตั้งกล้องซีซีทีวีรัฐสภา กล่าวว่า นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ปรับโครงสร้างการทำงานของคณะกรรมการชุดนี้ใหม่ ให้มีตัวแทนจากหน่วยงานภายนอกเข้ามามีส่วนร่วมได้แก่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) คณะกรรมการ ป.ป.ช. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ตามคำแนะนำของ สตง. โดยคนในจะเหลือเพียง ผอ.สำนักบริหารงานกลาง สภาผู้แทนราษฎร ในฐานะเลขานุการ และตัวแทนมาอีกหนึ่งคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการเท่านั้น ตนจึงนัดประชุมคณะกรรมการชุดนี้ในวันที่ 3 มี.ค.เบื้องต้นกำหนดกรอบการตรวจสอบเป็น 2 ส่วนคือ 1.ส่วนที่เกี่ยวข้องกับสินบนโครงการติดตั้งซีซีทีวี ปี 2549 ซึ่งเชื่อมโยงกับปี 2551 และ 2.ส่วนที่เกี่ยวข้องกับตัวบุคคลที่รับผิดชอบโครงการทั้งหมด โดยส่วนนี้จะมอบหมายให้ สตง.ดำเนินการ จะรีบตรวจสอบโดยเร็วที่สุด เพื่อสรุปรายงานเสนอต่อประธาน สนช.ต่อไป

กกต.ทำเก๋ออกมาตรการรัดเข็มขัด

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายภูมิพิทักษ์ กองแก้วผู้ทรงคุณวุฒิ รักษาการรองเลขาธิการ กกต.ด้านกิจการบริหารกลาง กล่าวถึงผลการประชุม กกต. เมื่อวันที่ 28 ก.พ.ว่า ที่ประชุมมีมติลดรายจ่ายและประหยัดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2560 เพื่อให้การบริหารงบประมาณและการใช้จ่ายเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด โดยให้ผู้บริหารและพนักงานเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงานตามความจำเป็น เช่น ค่าโรงแรมที่พักควรเป็นราคาที่พอสมควร การใช้เครื่องปรับอากาศ เปิด-ปิดตามเวลาที่กำหนด นอกจากนี้ได้สลับเวลาการปฏิบัติงาน ขยายระยะเวลาการให้บริการต่อประชาชน การติดต่อประสานงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มากยิ่งขึ้น โดยรอบที่ 1 เข้าทำงานเวลา 07.30 น. และเลิกงานเวลา 15.30 น. รอบที่ 2 เข้าทำงานเวลา 09.00 น. และเลิกงานเวลา 17.00 น. มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. เป็นต้นไป

แอ่นอกให้ สตง.สอบงบดูงาน ตปท.

นายภูมิพิทักษ์กล่าวถึงกรณีที่ สตง.จะตรวจสอบการใช้งบฯของหลักสูตรพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง (พตส.) โดยเฉพาะการเดินทางไปดูงานต่างประเทศว่า การไปศึกษาดูงานของหลักสูตรดังกล่าวเราไปดูงานกันจริง มีตารางการดูงานที่แน่นอน เป็นการดูงานเกี่ยวกับระบบการเลือกตั้ง พรรคการเมือง รวมทั้งแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ต่างๆ เพื่อนำข้อมูลมาปรับใช้ในการทำงาน มีความคุ้มค่ามากกว่าเงินที่ใช้จ่ายไป ถ้าหากมีการตรวจสอบ กกต.ก็พร้อม มีหลักฐานทุกอย่างยืนยัน เราไม่ได้ทำอะไรผิด

จัดเวทีรับฟังโรงไฟฟ้ากระบี่ใน 1 เดือน

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม เป็นประธานว่า พล.อ.ประวิตรมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงพลังงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย รวมถึง พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการฯ ลงพื้นที่ชี้แจงทำความเข้าใจ พร้อมเปิดเวทีรับฟังความเห็นจากประชาชนภายใน 1 เดือนนับจากนี้ โดยเชิญชวนประชาชนในพื้นที่และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมในเวทีรับฟังความเห็นที่จะมีขึ้นด้วย

บี้เพิ่มงบสุขภาพตัดรายจ่ายยุทธภัณฑ์

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี ครม.อนุมัติงบประมาณสำหรับหลักประกันสุขภาพแห่งชาติประจำปี 2561 และกรอบงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติปี 2562 วงเงินกว่า 1.7 แสนล้านบาทว่า ความจริงควรเพิ่มงบดังกล่าวให้มากขึ้น เพื่อดูแลประชาชนอย่างมีคุณภาพและครอบคลุม จึงอยากให้รัฐบาลพิจารณาเพิ่มงบในส่วนนี้ สามารถทำได้หลายแนวทาง เช่น ตัดงบจัดซื้อยุทธภัณฑ์ที่ยังไม่จำเป็นอย่างเรือดำน้ำออก ไม่ควรเร่งรีบ ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

ขอ “บิ๊กตู่” ใช้ ม.44 สังคายนาการบินไทย

ที่ศูนย์บริการประชาชน บริเวณสำนักงาน ก.พ. เครือข่ายภาคประชาชนต้านทุจริตและคอร์รัปชัน นำโดยนายโยธิน ภมรมนตรี ผู้ประสานงานเครือข่ายภาคประชาชนผู้ถือหุ้นการบินไทย ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. ขอให้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 แก้ไขปัญหาความไม่โปร่งใสในการบริหารงาน และปฏิรูปบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สืบเนื่องจากปัญหากรณีสินบนโรลส์รอยซ์ ที่พบความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างจนเป็นเหตุให้บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ขาดทุน ปัญหาเหล่านี้ไม่เคยได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง จึงขอให้นายกฯแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยด่วน ด้วยการใช้มาตรา 44 เช่นเดียวกับการแก้ไขปัญหาในการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่อยุติความเสียหายและเร่งกอบกู้ภาพลักษณ์ที่ดีของการบินไทยกลับคืนมา

รัฐบาลเดินหน้าระดมความเห็นแสวงหาปรองดองราบรื่นคลื่นสงบ พรรคการเมืองทยอยหารือ 30 พรรคแล้ว คิว พท.-นปช. เดือน มี.ค.นี้ “อนุทิน” นำทีม ภท.ชูข้อเสนอนิรโทษกรรม-ถอนฟ้อง-เยียวยา 6 มี.ค. “ศรีสุวรรณ” ยื่น ป.ป.ช.ร้องสอบ “พรเพชร” 2 มี.ค. 2560 08:23 2 มี.ค. 2560 08:25 ไทยรัฐ