วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สลดศิษย์ธรรมกาย ดับอีกศพ ป่วย-ส่งรพ.ไม่ทัน

สลดศิษย์ธรรมกาย ดับอีกศพ ป่วย-ส่งรพ.ไม่ทัน

  • Share:

‘ทั้งสองฝ่าย’ ต่างโทษกันนัว เด้งผกก.คลองหลวงเข้ากรุ โต้เถียงจับธัมมชโย-ฆ่ากัน

ซัดกันนัว หลังมีศิษย์สาววัดพระธรรมกาย เป็นโรคหืดหอบเสียชีวิตในวัดอีกศพ พระสนิทวงศ์โพสต์เฟซบุ๊ก “R.I.P ศพที่ 2 ของ ม.44” กล่าวหาหน่วยพยาบาลเข้าไปช่วยช้ากว่า 1 ชม. เลยส่งโรงพยาบาลไม่ทัน ขณะที่ดีเอสไอโต้หลังรับแจ้งส่งรถพยาบาลไปช่วยทันที ไปถึงพบเสียชีวิตแล้ว ตำรวจสอบ 2 หน่วยกู้ชีพยันไม่ได้ไปช้า พอถึงห้องพักต้องถีบประตูเข้าไปช่วยพบนั่งเสียชีวิตไปนานแล้ว รอผลชันสูตรแพทย์ รพ.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ว่า เวลาเสียชีวิตเวลาไหน ผบช.ภ.1 เด้งฟ้าผ่า “ผกก.สภ.คลองหลวง” เข้ากรุ ตร.แถลงลดกระแส เอาไปช่วยงานสำคัญ “บิ๊กป้อม” ปัดกรณีนายกฯเรียกประชุมด่วนเรื่องวัดพระธรรมกาย แค่กินข้าวเย็น เรียกร้อง “พระธัมมชโย” มอบตัวคนเดียวจบ ทหารติดป้ายประกาศเตือนให้ออกจากพื้นที่ตลาดกลางคลองหลวง ขู่ดำเนินคดีข้อหาบุกรุกที่ส่วนบุคคล พ่อค้าแม่ค้าเมืองแก้วมณีประตู 5 วัดพระธรรมกาย ถือป้ายเรียกร้องยกเลิก ม.44 โอดขายของไม่ได้มา 14 วันแล้ว ดีเอสไอออกหมายเรียกแกนนำม็อบธรรมกายแล้ว 3 คนข้อหายุยงปลุกปั่นฯ พร้อมบุกจับ “อัยย์ เพชรทอง” สอบเครียด ที่ จ.บึงกาฬ เพื่อนบ้านถึงตีกันตาย เพราะความเห็นไม่ตรงกันจนกลายเป็นทะเลาะวิวาท เรื่องจับพระธัมมชโยได้หรือไม่

กรณีอัยการสูงสุดสั่งฟ้องพระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย) หรือพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย พร้อมพวกรวม 5 คน รวม 3 ข้อหา ประกอบด้วย สมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร คดียักยอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นประมาณ 1,400 ล้านบาท พร้อมสั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จับกุมพระธัมมชโยมาส่งฟ้อง แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถนำตัวพระธัมมชโยมาส่งอัยการได้ ทำได้เพียงดำเนินคดีกับพระธัมมชโย วัดพระธรรมกายและผู้เกี่ยวข้องกว่า 300 คดี หลังจากนั้นความเคลื่อนไหวต่างๆเริ่มเงียบไป ล่าสุดรัฐบาลใช้ยาแรงออกคำสั่งใช้ ม.44 ให้วัดพระธรรมกายเป็นเขตพื้นที่ควบคุมพิเศษ ส่งเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ตำรวจ ทหารกว่า 4,000 นายเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกายเพื่อจับกุมพระธัมมชโย หลังเจรจาทางวัดพระธรรมกายยอมพาเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นทั่วพื้นที่กว่า 2,000 ไร่แล้ว แต่ต้องคว้าน้ำเหลวไม่พบพระธัมมชโย แต่เจ้าหน้าที่ยังข้องใจต้องการเข้าตรวจค้นอีก แต่ได้รับการต่อต้านจากวัดพระธรรมกายจนเหตุการณ์กระทบกระทั่งยึดเยื้อตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

พักรบร่วมกันตักบาตรตอนเช้า

ต่อมาเวลา 06.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ บริเวณตลาดกลางคลองหลวง ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี มีพระสงฆ์ทยอยเดินเท้ามาจากภายในวัดพระธรรมกาย ทั้งด้านประตู 5 ประตู 6 และประตู 7 เพื่อมาบิณฑบาตบริเวณตลาด โดยมีศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายรวมไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ยืนรอใส่บาตรเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ทั้งนี้ บริเวณทางเข้ามีเจ้าหน้าที่ทหารนำเครื่องสแกนโลหะแบบพกพาตรวจค้นบุคคลที่จะเข้าไปภายในตลาด เพื่อป้องกันผู้นำอาวุธเข้าไปด้านใน

ให้ขนอาหารไปถวายพระในวัด

หลังจากนั้นศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายช่วยกันขนข้าวกล่อง ผลไม้และขนมหวานกว่า 300 ชุดที่เตรียมไว้ ขึ้นรถกระบะเพื่อนำไปถวายให้กับพระสงฆ์ ภายในวัดพระธรรมกาย โดยมีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 2 คนนั่งคุมไปในรถกระบะผ่านเข้าไปในวัดจากทางด้านประตู 7 ก่อนจะนำไปส่งมอบให้กับพระสงฆ์ที่อยู่ด้านในบริเวณประตู 5 และ 6 ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า บริเวณด้านหน้าแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจตรงทางเข้าประตู 5-6 เชิงสะพานข้ามคลองแอน มีพระสงฆ์ 16 รูปพร้อมบาตร มานั่งสวดมนต์อยู่ด้านหน้าแนวกั้น โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่รักษาการอยู่บริเวณนั้นนั่งเป็นแนวกั้นอีกชั้นหนึ่ง

ติดป้ายแจ้งดำเนินคดีข้อหาบุกรุก

บริเวณทางเข้าตลาดกลางคลองหลวง เจ้าหน้าที่ทหารนำป้ายประกาศระบุข้อความว่า “พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ไม่อนุญาตให้ประกอบกิจกรรมชุมนุม จึงขอความกรุณาพระภิกษุ สามเณร และผู้ชุมนุม ออกจากพื้นที่บริเวณนี้โดยเร็ว เพื่อจะได้ประกอบกิจการการค้าตามปกติต่อไป หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนิน คดีฐานบุกรุก ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 364 และมาตรา 365” เจ้าหน้าที่ทหารนำป้ายดังกล่าวมาติดไว้บริเวณทางเข้าออกตลาดทั้ง 3 จุดรอบตลาด

“ไพสิฐ” แจงนายกฯไม่ได้สั่งอะไรพิเศษ

ที่ บก.ตชด.ภ.1 พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เดินทางมาเข้าร่วมประชุมประเมินสถานการณ์และแนวทางปฏิบัติการตรวจค้นวัดพระธรรมกาย เพื่อติดตามจับกุมตัวพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย มี พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักคดีพิเศษภาค พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ ตัวแทนจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และเจ้าหน้าที่กรมการปกครองร่วมประชุม พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าวสั้นๆ ก่อนเข้าประชุมกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมด่วนเกี่ยวกับสถานการณ์วัดพระธรรมกายเมื่อค่ำวันที่ 28 ก.พ.ว่า ท่านนายกฯไม่มีข้อสั่งการอะไรเป็นพิเศษ เพียงแต่ให้ดำเนินการตามกฎหมาย

“พระสนิทวงศ์” โวยดีเอสไอทำลายกล้อง

ต่อมาเวลา 10.00 น. ที่ประตู 5 วัดพระธรรมกาย พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผอ.สำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกายแถลงข่าวว่า มีเหตุการณ์ที่ 1.เจ้าหน้าที่เข้ามาอาคาร 60 ปีโดยพลการ ภาพจากกล้องวงจรปิดพบเจ้าหน้าที่ดีเอสไอสวมเครื่องแบบมุ่งตรงไปอาคาร 60 ปี ทำท่ากำลังดึงสายสัญญาณกล้องวงจรปิดออก อีกทั้งจับกุม รปภ.ของวัด คำถามคือ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอต้องการทำอะไร 2.บุคคลไม่ระบุว่า เป็นใคร มาพร้อมใบกระท่อมที่ประตู 7 เพราะผู้รับเหมาและคนงานก่อสร้างหยุดงานตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา และสถานการณ์ที่มีการปิดล้อมวัด ทั้งทหาร ตำรวจดีเอสไอ ใครจะถือใบกระท่อมเข้ามาให้เจ้าหน้าที่ตรวจ

อาหารที่เอาเข้ามาให้เสียหมด

3.เรื่องอาหารได้รับข้อมูลว่าข้าวกล่องมื้อเที่ยงที่ได้รับจากเจ้าหน้าที่ประตู 7 เวลา 10.00 น. เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 300 กล่อง บูดเสียทั้งหมดไม่สามารถนำมาฉันหรือรับประทานได้เลย ที่สำคัญพระและศิษย์ในวัดมีประมาณ 10,000 คน แต่ส่งมา 300 กล่องย่อมไม่เพียงพอ แม้ในสงครามโลกองค์การสหประชาชาติหรือยูเอ็น ยังห้ามไม่ให้ปิดกั้นการลำเลียงอาหารต่อพลเมืองผู้บริสุทธิ์ เพราะเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานอย่างร้ายแรง นี่ไม่ใช่การทำตามกฎหมาย แต่เป็นการทำตามกฎกูที่เขียนขึ้นตามอำเภอใจ เพราะไม่มีกฎหมายที่ตราขึ้นโดยชอบธรรมของประเทศใดในโลก อนุญาตให้รัฐปิดล้อมประชาชนตัดข้าวปลาอาหาร ตัดสัญญาณโทรศัพท์ ตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ต จากสาเหตุเพียงแค่จับพระภิกษุชราด้วยข้อหาขัดหมายเรียก หยุดย่ำยีพระพุทธศาสนา ยกเลิกมาตรา 44 ทันทีเถิด

วิพากษ์การข่าวรัฐบาลผิดพลาด

4.การข่าวของรัฐบาลผิดพลาดอย่างร้ายแรง ขอตั้งข้อสังเกตว่า กุนซือเจ้าหน้าที่รัฐให้ข้อมูลเท็จกับทางราชการ และเป็นบุคคลล้มละลายทางด้านความน่าเชื่อถือ เพราะโกหกว่า ใต้ถุนอาคารเป็นอุโมงค์ลับซึ่งไม่เป็นความจริง กับโกหกว่าเครื่องนับดิจิตอล “สัมมาอะระหัง” เป็นเครื่องมือติดต่อสื่อสาร และโกหกว่าอาคารบุญรักษาที่กำลังก่อสร้างเป็นที่หลบซ่อนตัวของหลวงพ่อธัมมชโย เจ้าหน้าที่ต้องเสียเวลายกกำลังพลเกือบ 50 นายเข้าไปบุกตรวจ แต่พบเพียงฝุ่นที่กำลังก่อสร้างเท่านั้น อีกทั้งโกหกว่า อาคารภาวนา 60 ปีเป็นที่หลบซ่อนตัว แต่เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจค้น ถึง 3-4 ครั้งพบเป็นอาคารที่ให้ญาติโยมมาปฏิบัติธรรม โกหกว่า อาคารดาวดึงส์เป็นที่หลบซ่อนตัว แต่ก็ไม่พบตัว เจอเพียงเครื่องเพิ่มออกซิเจนกับเตียงเปล่า โกหกว่า อาคาร 100 ปีที่ยังไม่เปิดใช้งานเป็นที่พำนักของหลวงพ่อธัมมชโยทั้งที่อธิบดีดีเอสไอและรองสุริยามาตรวจสอบด้วยตัวเอง

กล่าวหาต้องการเข้ามาบริหารวัด

5.วัดพระธรรมกาย ขอยืนยันยึดหลักคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาตลอด 47 ปีคือ การทำทาน รักษาศีล และการเจริญสมาธิภาวนามาตลอด และหลักไตรสิกขาคือ ศีล สมาธิ ปัญญา พระภิกษุสามเณรที่ออกบวชอุทิศตนอยู่ในวัด หรือ 200ศูนย์ฯ ต่างๆทั่วโลก ปัจจุบันสำนักเรียนพระปริยัติธรรมวัดพระธรรมกายมีผู้สอบผ่านบาลีชั้นสูงสุด ป.ธ.9 และบาลีศึกษาจำนวนทั้งสิ้น 70 รูป มีพระที่จบระดับปริญญาดุษฎีบัณฑิต (ระดับด็อกเตอร์) ทั้งในและต่างประเทศ กว่า 12 รูป เป็นบุคลากรทางการศึกษาในมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ จากสถานการณ์พิเศษที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาในประเทศไทย แต่นี่จะขอมาบริหารวัด หรือสมบัติพระศาสนาอย่างไร้เหตุผล อย่างกับไม่ใช่ชาวพุทธ ไม่มีวัฒนธรรมอันดีงาม ไม่มีศีล ไม่มีธรรมอยู่ในใจเลย 6.หลักธรรมะในวันนี้ ท่านทั้งหลายปฏิวัติกี่ครั้งไม่จบ เลือกตั้งกี่ครั้งก็ไม่จบ ยังไม่เป็นที่พอใจของสังคม อุปมาเหมือนเลือกจ่าฝูงลิง แต่ลิงก็ฝูงเดิม พระพุทธองค์ทรงให้มาตรฐานไว้ว่า “ธรรมที่แสดง และวินัยที่ทรงบัญญัติ จักเป็นศาสดาแทนพระองค์

พ่อค้าแม่ค้าโอดไม่ได้ขายของ

ที่ตลาดกลางคลองหลวง มีพ่อค้าแม่ค้าจากบริเวณเมืองแก้วมณีหน้าประตู 5 วัดพระธรรมกาย นำป้ายข้อความเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกมาตรา 44 เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนไม่ได้ขายของ มาเรียกร้องเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ตำรวจและทหารบริเวณตลาดกลางคลองหลวง ผู้ประกอบการร้านค้ารายหนึ่งเผยว่า ผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆที่ขายของภายในเมืองแก้วมณี ทั้งขายอาหาร ขายผลไม้ ขายเครื่องดื่ม และอื่นๆอีกมากมายต่างได้รับผลกระทบจากการใช้กฎหมายมาตรา 44 เพราะร้านค้าไม่สามารถค้าขายได้มาแล้ว 14 วัน ไม่มีรายได้เข้ามาแถมยังต้องเสียค่าเช่าร้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ รายเดือนอีก ใครจะรับผิดชอบในเรื่องนี้ ดังนั้นจึงอยากจะวิงวอนขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องยกเลิกกฎหมายมาตรา 44 เพื่อพวกตนจะได้มีรายได้ไปเลี้ยงครอบครัวได้

ดำเนินคดีย้อนหลังคนขัดคำสั่ง

ที่ บก.ตชด.ภ.1 พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีดีเอสไอ ฐานะโฆษกดีเอสไอ เผยว่า คณะทำงานจะประชุมร่วมกันเพื่อให้มีความชัดเจนเกี่ยวกับระเบียบข้อบังคับที่จะแจ้งเตือนไปยังกลุ่มพระสงฆ์และคณะศิษยานุศิษย์ที่ปักหลักรวมตัวทั้งบริเวณตลาดกลางคลองหลวง และภายในวัดพระธรรมกายเกี่ยวกับแนวทางการประกาศห้ามบุคคลผ่านหรือเข้าออกวัดพระธรรมกายช่วงเวลา 15.00 น.ของวันที่ 1 มี.ค.นี้ ยอมรับว่าที่ผ่านมาดีเอสไอเคยออกประกาศแจ้งเตือนไปแล้วหลายครั้ง แต่ยังมีกลุ่มบุคคลฝ่าฝืนเข้าออกพื้นที่ควบคุมพิเศษตามคำสั่ง คสช.อยู่ ขอย้ำว่าผู้ที่กระทำการฝ่าฝืนจะมีความผิด เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายรวบรวมพยานหลักฐานทั้งภาพถ่ายและบันทึกวีดิโอไว้แล้วเพื่อเตรียมดำเนินคดีย้อนหลัง

ออกหมายเรียก 3 คนข้อหายุยงฯ

โฆษกดีเอสไอเผยต่อว่า ขณะนี้ดีเอสไอออกหมายเรียกบุคคลที่มีพฤติกรรม ขัดขวางและปลุกระดมในพื้นที่ประกาศมาตรา 44 ประกอบด้วย 1.นายอัยย์ เพชรทอง 2.นางกชกร ไชยวาน และ 3.นายพยุง อุณหิต ให้มารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ที่ บก.ตชด.ภ.1 วันที่ 3 มี.ค. ส่วนกรณีมีข่าวว่า พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ เภกะนันทน์ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย และนายสมเกียรติ ศรลัมพ์ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยมาเคลื่อนไหวร่วมกับศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายในพื้นที่ตลาดกลางคลองหลวง ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่เจ้าหน้าที่เฝ้าจับตาอยู่ ให้ฝ่ายกฎหมายดีเอสไอรวบรวมพยานหลักฐานไว้แล้ว ยอมรับว่าขณะนี้มีความพยายามนำประเด็นการตรวจค้นวัดพระธรรมกายไปขยายผล เชื่อมโยงกับเรื่องการเมืองระดับประเทศ จึงย้ำอีกครั้งว่าเป็นคนละประเด็นกัน ส่วนกรณีที่นายกฯเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตรวจค้นวัดพระธรรมกายรวมทั้ง อธิบดีดีเอสไอเมื่อช่วงค่ำวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา การประชุมดังกล่าวนายกฯไม่ได้กำชับหรือสั่งการอะไรเป็นพิเศษ เพียงแต่ให้ดำเนินการตามขั้นตอนปกติของกฎหมาย ส่วนสาเหตุที่ต้องเรียกประชุมเร่งด่วน เรื่องนี้ตนไม่ทราบในรายละเอียด

ผอ.พศ.หาวิธีตรวจหนังสือสุทธิ

พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า ขณะนี้พศ.ส่งเจ้าหน้าที่ไปประจำตามประตูต่างๆของวัดพระธรรมกายแล้ว โดยเฉพาะการตรวจหนังสือสุทธิของพระสงฆ์ที่อยู่ในพื้นที่ แต่มีบางส่วนยังไม่ให้ความร่วมมือ ดังนั้น พศ.ต้องหาวิธีการเพื่อให้การตรวจหนังสือสุทธิเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ตนเน้นย้ำว่า การดำเนินการต้องทำให้นิ่มนวลเน้นความเคารพพระภิกษุ ที่สำคัญต้องไม่ให้เกิดกระทบกระทั่ง ทั้งส่วนของพระภิกษุและฆราวาส ส่วนการหารือการทำงานกับสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง พระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี คงต้องรอกราบเรียนสอบถามก่อนว่า ท่านสะดวกหรือไม่อย่างไร นอกจากนี้ ในส่วนของ พศ.เองยังคงทำหน้าที่ประสานงานกับดีเอสไอและเจ้าหน้าที่บ้านเมืองอย่างต่อเนื่อง

สั่งห้ามพระชุมนุมไม่ต้องมีมติ มส.

พ.ต.ท.พงศ์พรกล่าวต่อไปว่า ส่วนที่นายกรัฐมนตรีเรียกฝ่ายความมั่นคงเข้าไปหารือยังทำเนียบรัฐบาล ตนได้เข้าไปที่ทำเนียบเพื่อรอหากทางฝ่ายมั่นคงต้องการข้อมูลจาก พศ. แต่ตนไม่ได้พบนายก– รัฐมนตรีและไม่มีการสั่งการอะไรเป็นพิเศษถึง พศ. ส่วนกรณีที่ระบุว่าการสั่งห้ามพระไม่ให้มาร่วมชุมนุมที่วัดพระธรรมกายไม่ได้เป็นมติมหาเถรสมาคม (มส.) เรื่องนี้ตนขอชี้แจงว่า ถึงแม้ไม่ได้ออกเป็นมติ มส. แต่หากเป็นกฎหมายบ้านเมืองไม่ว่าเป็นกฎหมายใด ทุกคนแม้แต่พระภิกษุสงฆ์ต้องยึดปฏิบัติ โดยเฉพาะมาตรา 44 ที่กำหนดให้วัดพระธรรมกายเป็นเขตควบคุมพิเศษ ทุกคนต้องปฏิบัติตามและไม่ควรฝ่าฝืนกฎหมายบ้านเมือง

ผอ.พศ.รายงานตัวรองนายกฯ

ต่อมา พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เดินทางเข้าพบนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ และนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐ– มนตรี ฐานะกำกับดูแลงานสำนักงาน พศ. เพื่อรายงานตัวพร้อมรับมอบนโยบายหลังได้รับการแต่งตั้ง จากนั้นเวลา 15.00 น. พ.ต.ท.พงศ์พรเผยว่า เข้ารายงานตัวตามธรรมเนียม ส่วนการออกกฎหมายเกี่ยวกับคณะสงฆ์ ต้องผ่านความเห็นของมหาเถรสมาคม (มส.) อะไรที่กระทบต่อพระสงฆ์ต้องหารือกับฝ่ายสงฆ์ก่อน ส่วนการแก้ไขปัญหาวัดพระธรรมกายในฐานะที่เคยทำงานในดีเอสไอ จะใช้แนวทางลดความเสี่ยง ป้องกันการบาดเจ็บและล้มตาย ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะเจ้าหน้าที่จะไม่กระทำการรุนแรง

โต้ข่าวมาแก้กฎหมายเก็บภาษีวัด

พ.ต.ท.พงศ์พรกล่าวว่า เชื่อว่าการเจรจาแก้ไขปัญหานี้ยังสามารถใช้ได้เสมอ การเจรจาและการทูตไม่มีวันสาย ส่วนท่าทีจากวัดพระธรรมกายขณะนี้เป็นอย่างไรต้องถามฝ่ายปฏิบัติ เมื่อถามว่า มีบางฝ่ายเสนอให้แก้ไข พ.ร.บ.คณะสงฆ์เพื่อควบคุมพระนอกรีต พ.ต.ท.พงศ์พรตอบว่า การเอาผิดพระนอกรีตมีระบุใน พ.ร.บ.สงฆ์ และระเบียบวินัยทางสงฆ์ไม่จำเป็น ต้องแก้ไขกฎหมาย เพราะมีบทบัญญัติสำหรับการเอาผิดอยู่แล้ว ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าตนเข้ามาเพื่อออกกฎหมายเรียกเก็บภาษีวัดต่างๆ และวัดพระธรรมกาย เป็นเรื่องที่เหลวไหล และที่กล่าวหาว่าตนเคยอยู่สำนัก คดีภาษีดีเอสไอ แล้วจะมาทำเรื่องภาษีเรื่องนี้ก็ไม่เป็นความจริง มีการกล่าวหาว่าตนเป็นแขกพราหมณ์ เข้ามาเพื่อทำลายพระพุทธศาสนา เรื่องนี้ถือว่าใส่ร้ายกันและกระทบต่อพระสงฆ์ด้วย ขออย่าเพิ่งไปฟังและเชื่ออะไร

เบรกพระ 1 เณร 2 ร่วมสวดมนต์

ต่อมาเวลา 14.00 น. ที่เต็นท์อำนวยการร่วมตลาดกลางคลองหลวง เจ้าหน้าที่นิมนต์พระ 1 รูป สามเณร 2 รูป มาตรวจสอบ หลังทราบว่าเดินทางด้วยรถยนต์มากับญาติโยมจากอำเภออมก๋อย จ.เชียงใหม่ เพื่อร่วมสวดมนต์ที่ตลาดกลางคลองหลวง ก่อนเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ชี้แจงว่า หากไม่ใช่พระลูกวัดของวัดพระธรรมกายไม่สามารถเข้าไปในตลาดได้ ต้องไปจำวัดยังวัดใกล้เคียง หรือต้องเดินทางกลับวัดที่ จ.เชียงใหม่ ส่วนญาติโยมสามารถเข้าไปในตลาดกลางคลองหลวงได้ เบื้องต้นวันนี้มีพระจากต่างจังหวัดถูกตรวจสอบแล้วส่งกลับไปแล้วรวม 7 รูป

ตรวจสอบพบคนมาสมทบลดลง

หลังจากนั้น พ.อ.พินิจ ตั้งสกุล ผบ.สำนักคดีทรัพย์สิน ดีเอสไอ เดินทางมาตรวจสอบความเรียบร้อยรอบจุดคัดกรองรอบๆวัดพระธรรมกายและบริเวณตลาดกลางคลองหลวง ที่มีเจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจ 3 ชั้น ทั้งภายในและภายนอกพื้นที่เพื่อคัดกรองบุคคล เบื้องต้นได้รับรายงานว่า ภาพรวมทุกจุดเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีความกังวลว่า มีผู้ชุมนุมเข้ามาเพิ่มขึ้น มีแนวโน้มว่าพระสงฆ์มาเข้าร่วมชุมนุมที่ตลาดกลางคลองหลวงลดลง และเดินทางออกไปเป็นจำนวนมาก พ.อ.พินิจเผยว่า วันนี้บรรยากาศโดยรอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่มีเหตุรุนแรง พบว่าจำนวนชาวบ้านที่มาร่วมสวดมนต์จำนวนลดลง หากสภาพการณ์เป็นเช่นนี้ยังไม่ยกระดับการควบคุมสถานการณ์แต่อย่างใด

เด้ง ผกก.คลองหลวงเข้ากรุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีคำสั่งจากตำรวจภูธรภาค 1 ที่ 57/2560 ให้ พ.ต.อ.เขมพัทธ์ โพธิพิทักษ์ ผกก.สภ.คลองหลวง ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติราชการตำรวจภูธรภาค 1 และมอบหมายให้รอง ผบช.ภ.1 ที่รับผิดชอบศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 1 เป็นผู้ควบคุมกำกับดูแลการปฏิบัติราชการของข้าราชการดังกล่าว โดยให้ขาดจากตำแหน่งเดิม ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ด้าน พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภ.1 ระบุว่า มอบหมายให้ พ.ต.อ.สามารถ ศรีสิริวิบูลย์ชัย รอง ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี มารักษาราชการแทนตำแหน่งผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรคลองหลวง ส่วนเหตุผลการโยกย้ายให้ผู้บังคับบัญชาที่สำนักนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นผู้แถลง

รองโฆษก ตร.แจงมีงานสำคัญให้ทำ

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า มีคำสั่งย้าย พ.ต.อ.เขมพัทธ์ โพธิพิทักษ์ ผกก.สภ.คลองหลวง ไปปฏิบัติหน้าที่ที่ ศปก.บช.ภ.1 จริง ด้วยเหตุผล พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภ.1 มีความจำเป็นต้องเอาตัวมาใช้งาน เบื้องต้นมอบหมายให้ พ.ต.อ.สามารถ ศรีสิริวิบูลย์ชัย รอง ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี ไปรักษาราชการแทน เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน อีกทั้งงาน ศปก. เป็นงานสำคัญ เนื่องจากต้องดูในภาพรวมของ บช.ภ.1 สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปดูแลพื้นที่วัดพระธรรมกาย ยังยืนกำลังอยู่ที่ 3 พันนายต่อวัน แต่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสถานการณ์แต่ละวัน ส่วนยุทธการต่อไปจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับกรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นผู้กำหนด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มีความห่วงใยเรื่องมือที่สามจะเข้ามาสร้างสถานการณ์ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้มข้นเรื่องการคัดกรองบุคคลที่จะเข้ามาในพื้นที่

รถพยาบาลช้าทำศิษย์สาวตาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กพระสนิทวงศ์ “Phra sanitwong charoenrattawong” โพสต์ข้อความระบุว่า “R.I.P ศพที่ 2 ของ ม.44” เวลา 11.29 น. ได้รับแจ้งจากผู้ป่วยโรคหอบหืด ต้องการยาพ่น พักอยู่ที่หลังวัด (58 ไร่) ปกติจากจุดรับเรื่องถึงที่พักผู้ป่วยใช้เวลาเดินทางเลียบคลองแอน 10 นาที แต่หน่วยกู้ชีพรัตนเวชติดด่านตำรวจทหารเพราะตัดสินใจไม่ได้ ต้องสอบถามเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเท่านั้น หน่วยฯรัตนเวชที่รับเรื่องจึงได้ประสานงานให้รถหน่วยกู้ชีพ 1669 ให้ไปรับคนไข้แทน แต่รถ 1669 มาตามเส้นทางไม่ถูก และไม่ได้รับอนุญาตให้รับคนไข้ที่อื่นนอกจากประตู 7 เท่านั้น อาสาสมัครรัตนเวชแจ้งว่า ต้องเสียเวลาย้อนไปที่ประตู 7 เพื่อทำเรื่องขออนุญาต แล้วนำทางให้รถ 1669 ไปรับผู้ป่วย เมื่อไปถึงในเวลา 12.39 น. พบผู้ป่วยได้เสียชีวิตแล้ว เสียเวลาในการติดต่อและผ่านเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 1 ชั่วโมง 10 นาที ระหว่างประสานงานติดต่อผู้ป่วยไม่ได้ เพราะสัญญาณโทรศัพท์ขาดๆหายๆ (ชื่อผู้เสียชีวิต น.ส.พัฒนา เชียงแรง อายุ 48 ปีภูมิลำเนาจังหวัดพะเยา)

หน่วยกู้ชีพโต้ข่าวช่วยเหลือช้า

ที่เต็นท์ศูนย์อำนวยการแพทย์พยาบาลฉุกเฉินหน้า สภ.คลองหลวง นายสหพล ศรีสมบัติ อายุ 38 ปี เจ้าหน้าที่รถพยาบาลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และนายวชิระ แก้วเกิด อายุ 39 ปี เจ้าหน้าที่รถพยาบาลมูลนิธิร่วมกตัญญู 2 เจ้าหน้าที่ที่เข้าไปรับ น.ส.พัฒนา เชียงแรง ที่อาคารบุญรักษาหลังวัดพระธรรมกาย เข้าให้ปากคำตำรวจ สภ.คลองหลวง นายสหพล กล่าวว่าได้รับการประสานจากศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินเมื่อเวลา 12.10 น. ว่า มีผู้ป่วยเป็นลมชักอยู่ใกล้ประตู 14 วัดพระธรรมกาย ในเขตพื้นที่ควบคุมพิเศษ ก่อนหน้านี้ทำข้อตกลงว่า หากมีผู้ป่วยจะนัดหมายให้เข้าไปรับที่ประตู 7 เท่านั้น จึงปฏิบัติตามขั้นตอน เมื่อไปถึงมีพยาบาลเพื่อนผู้ตายที่อยู่ในวัดพระธรรมกายมาที่ประตู 7 พาไปยังจุดเกิดเหตุถึงเวลาประมาณ 12.35 น. เมื่อไปถึงพบว่าล็อกประตู 2 ชั้น จึงพังประตูเข้าไปพบผู้ป่วยนั่งคว่ำหน้าอยู่ไม่มีสัญญาณชีพแล้ว แต่ยังช่วยเหลือด้วยการกดนวดหัวใจเป็นเวลา 5 นาที แต่ไม่สามารถกู้ชีพกลับมาได้ ก่อนนำศพส่งชันสูตรที่นิติเวช รพ.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ส่วนนายวชิระเผยว่า จากประสบการณ์ประเมินว่า ผู้ป่วยน่าจะเสียชีวิตก่อนแจ้งเหตุแล้ว ส่วนจะนานแค่ไหนต้องรอการชันสูตรพลิกศพอีกครั้ง ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทำตามขั้นตอนไม่ได้เลือกปฏิบัติตามที่ถูกกล่าวหา ขอให้ทุกฝ่ายทราบว่า พวกเราเข้ามาช่วยเหลือสังคม ไม่เคยแบ่งชนชั้นวรรณะ

บุกประณามดีเอสไอถึงตลาด

เย็นวันเดียวกันบริเวณตลาดกลางคลองหลวง พระปลัดเสกสรรค์ อัตตโม พร้อมด้วยกลุ่มลูกศิษย์ ออกมาแถลงคำประณามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ จากเหตุการณ์ที่ น.ส.พัฒนา เชียงแรง อายุ 48 ปี ผู้ช่วยเภสัชกรวัดพระธรรมกายเสียชีวิตด้วยโรคหอบหืดกำเริบเมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา หลังเกิดอาการหอบอย่างรุนแรงในพื้นที่ 58 ไร่ ได้ประสานทาง 1669 แต่ปรากฏว่าเสียเวลาเดินทางไปรับ เพราะเจ้าหน้าที่ต้องเสียเวลาประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ดีเอสไอก่อนจึงผ่านเข้าไปได้ ต้องเสียเวลาในการประสานงานนานกว่า 1 ชั่วโมง กระทั่งผ่านเข้าไปยังพื้นที่ประตู 7 พบว่า น.ส.พัฒนาเสียชีวิตไปก่อนแล้ว

ดีเอสไอโต้แพทย์ยันตายก่อนแล้ว

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า ตรวจสอบเบื้องต้นแล้วเวลา 13.51 น. เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้รับการประสานจากญาติเพื่อขอรถพยาบาลนำผู้ป่วยเพศหญิงอายุ 48 ปี มีอาการหอบส่งโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ประสานขอรถพยาบาลเพื่อไปรับผู้ป่วยกรณีดังกล่าว และประสานพระมหานพพร แต่ได้รับคำตอบว่าผู้ป่วยได้เสียชีวิตแล้ว ดังนั้น เจ้าหน้าที่ดีเอสไอจึงเดินทางเข้าไปยังที่เกิดเหตุพร้อมพระมหานพพรและพระสงฆ์อีก 1 รูป รวมถึงญาติผู้เสียชีวิต เมื่อถึงที่พักเป็นแฟลตของเจ้าหน้าที่วัดพระธรรมกายตั้งอยู่เลียบคลองแอนประตู 14 ในพื้นที่ 58 ไร่ เป็นพื้นที่ควบคุมพบ ร.ต.อ.อดิศักดิ์ คชศักดิ์ รอง สว. (สอบสวน) สภ.คลองหลวง เจ้าของคดีและแพทย์ที่ชันสูตรอยู่ก่อนแล้ว จากการสอบถามเบื้องต้นแพทย์คาดว่าเสียชีวิตไปแล้วไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง

สวดให้ที่ตลาดกลางคลองหลวง

ค่ำวันเดียวกันที่ตลาดกลางคลองหลวง ศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายร่วมกันจัดพิธีสวดพระอภิธรรมศพให้ น.ส.พัฒนา เชียงแรง ในพิธีมีพระสงฆ์ 4 รูปสวดพระอภิธรรม ก่อนที่ลูกศิษย์จะถวายผ้าบังสุกุลและกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้ น.ส.พัฒนา พร้อมกับปล่อยนกเพื่อเรียกร้องสันติภาพ พระปลัดเสกสรรค์ กล่าวว่า วันนี้เกิดเหตุสลดสังเวย มาตรา 44 อีกศพ เป็นเรื่องไม่น่าเกิดขึ้น เพราะเจ้าหน้าที่กู้ชีพไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือผู้ป่วยได้ทัน เพราะติดขั้นตอนการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเพื่อขอผ่านเข้าไปรับผู้ป่วย หากไม่เลิกมาตรา 44 ควรเอาเจ้าหน้าที่มีศักยภาพมากกว่านี้ ดูแลสิทธิขั้นพื้นฐานของพระและประชาชนที่อยู่ในบ้านของเค้า อย่าเอาแต่เจ้าหน้าที่ที่มีแต่ศักยภาพการทำลายมาดูแล เราอยากเข้าบ้านของเรา อยากไปหาพี่น้องเรา ไม่อยากเห็นใครอดตายและเสียชีวิตเช่นนี้อีก อาตมาของประณามการกระทำของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่ไร้ศักยภาพในการดูแลความปลอดภัยของคนผู้บริสุทธิ์ จากนั้นพระปลัดเสกสรรค์นำภาพแชตข้อความทางไลน์ ที่ น.ส.พัฒนาส่งมาขอความช่วยเหลือจากเพื่อนมาแจกให้สื่อมวลชนดูด้วย

ไก่อูปัดเพราะติดด่าน

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวผู้ป่วยโรคหอบหืดที่พักอาศัยอยู่ใกล้วัดพระธรรมกายว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง ผู้ตายเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ชม. ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะได้รับการประสานจากญาติ เพื่อขอรถพยาบาลนำตัวผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งว่า พระมหานพพรประสานขอรถพยาบาลไปรับตัวผู้ป่วยเมื่อเวลา 13.31 น. เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้รับการติดต่อจากญาติในเวลาไล่เลี่ยกัน เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและดีเอสไอร่วมกับพระมหานพพรพระสงฆ์อีก 1 รูป และญาติเดินทางไปยังที่พักคนงาน อยู่ในบริเวณโซนดีของวัด พบพนักงานสอบสวนและแพทย์ ณ จุดเกิดเหตุ กำลังชันสูตรศพผู้เสียชีวิตอยู่ก่อนแล้ว เบื้องต้นทราบว่าเสียชีวิตตั้งแต่เวลาประมาณ 09.00 น. ดังนั้นข่าวที่เผยแพร่และส่งต่อกัน เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง อยากวิงวอนให้ประชาชนใช้วิจารณญาณแยกแยะ อย่าตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อข้อมูลบิดเบือน ต้องตรวจสอบแหล่งที่มาของข่าวให้ถูกต้อง พร้อมทั้งขอให้ผู้ไม่หวังดี หยุดพฤติกรรมมุ่งร้าย สร้างความสับสน หรือเป็นชนวนของความแตกแยกในบ้านเมือง

จับ “อัยย์ เพชรทอง” สอบเครียด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ดีเอสไอควบคุมตัวนายอัยย์ เพชรทอง แกนนำศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายมาสอบสวน ที่ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.มาสอบสวนที่ บก.ตชด.ภาค 1 โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ควบคุมอย่างแน่นหนา เมื่อถึงห้องประชุมด้านหลัง บก.ตชด.ภ.1 นายอัยย์ยกนิ้วให้ผู้สื่อข่าวก่อนถูกนำตัวเข้าไปสอบสวนอย่างรวดเร็ว โดยไม่เปิดโอกาสให้สัมภาษณ์

พบที่ตลาดกลางคลองหลวงเลยจับ

ต่อมาเวลา 19.00 น. ที่ บก.ตชด.ภ.1 พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีดีเอสไอเผยว่า ดีเอสไอเชิญตัวนายอัยย์ เพชรทอง ที่ออกหมายเรียกมาเพราะขัดคำสั่ง คสช. ขณะมาที่ตลาดกลางคลองหลวงเมื่อช่วงเย็น คดีนี้ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภ.1 แต่งตั้งพนักงานสอบสวนให้มาดูคดีโดยตรง 20 นาย ส่วนอัตราโทษที่ฝ่าฝืนเจ้าพนักงานมีโทษจำคุก 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท ฝากไปประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ที่อยู่ในพื้นที่นับแต่นี้ต่อไปเจ้าหน้าที่จะปฏิการอย่างเข้มข้น

แจงเรื่องศิษย์สาวเสียชีวิตละเอียดยิบ

พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ กล่าวต่อว่า การเสียชีวิตของ น.ส.พัฒนา เชียงแรง อยากให้มองกลับไปว่า เพราะตัวพระธัมมชโยคนเดียวหรือเปล่า ที่ไม่ยอมเข้าสู่กระบวนยุติธรรมจนคนอื่นต้องมาเสียชีวิตเพราะท่าน จากการสอบถามคนใกล้ชิดทราบว่า ผู้เสียชีวิตอยู่ในวัดนานแล้ว มีโรคประจำตัวอยู่ และมีน้องชายบวชเป็นพระอยู่ที่วัดพระธรรมกาย เมื่อได้รับการแจ้งมีคนป่วยเป็นโรคหอบหืดเจ้าหน้าที่ส่งชุดแพทย์ฉุกเฉินเข้าไปทันที ใช้เวลาไม่เกิน 10-15 นาที มีเจ้าหน้าที่ 3 ชุด ชุดที่ 1 หน่วยกู้ภัย ชุดที่ 2 ชุดพระนพดล ส่วนชุดที่ 3 ชุดของพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง คาดผู้ตายน่าจะเสียชีวิตช่วงเวลาประมาณ 12.00-13.30 น. แต่เจ้าหน้าที่รับแจ้งมีผู้ป่วยเวลาประมาณ 14.00 น. เมื่อไปถึงพบว่าเสียชีวิตแล้ว การโยนปัญหานี้มาให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ขอแจ้งเตือนว่าถ้าใครแชร์หรือส่งต่ออาจเข้าข่ายกระทำความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

ฆ่าโหดเถียงกันเรื่อง “ธัมมชโย”

ที่ จ.บึงกาฬ ช่วงสายวันเดียวกัน ร.ต.อ.ประยูรณ์ ไชยเพชร รอง สว.(สอบสวน) สภ.ดอนหญ้านาง อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ รับแจ้งเหตุจาก รพ.พรเจริญว่า มีผู้ถูกทำร้ายร่างกายมารักษาตัวแล้วเสียชีวิต รีบรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ไปสอบสวนชันสูตรศพพร้อม พ.ต.อ.นิธิชาธัญญ์ นิติวัฒนานนท์ ผกก.และหน่วยกู้ภัยสว่างศรีวิไลจุดพรเจริญ ทราบชื่อผู้ตายคือ นายพรหมลิขิต สมการ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 222 หมู่ 10 บ้านโพนแก้ว ต.หนองหัวช้าง อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ มีบาดแผลถูกตีด้วยของแข็งเข้าที่เหนือหูซ้าย ส่วนคนที่ทำร้ายชื่อนายธนพล สิงโต อายุ 25 ปี หนุ่มข้างบ้านที่มีรั้วติดกัน หลังก่อเหตุหลบหนีไป

ประเด็นอดีตสมภารถูกจับหรือไม่

สอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุทั้ง 2 คน โต้เถียงกันเรื่องพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ว่า จะถูกจับกุมได้หรือไม่ ฝ่ายคนตายยืนยันว่าไม่ถูกจับแน่นอน ขณะที่นายธนพล มั่นใจว่าถูกจับได้แน่นอน เมื่อความเห็นไม่ตรงกันจึงเกิดการโต้เถียงถึงขั้นท้าชกต่อยอุตลุด ผู้ตายสู้ไม่ได้โดดคว้ามีดปลายแหลมจะแทงนายธนพลแต่ไม่โดน จังหวะวิ่งผ่านต้นมะขามเห็นท่อแป๊บเหล็กพิงอยู่เลยคว้าเอามาฟาดใส่นายพรหมลิขิตเข้าเหนือหูซ้ายหรือทัดดอกไม้อย่างแรงจนนายพรหมลิขิตล้มทั้งยืนแน่นิ่งไป ญาติรีบปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่ง รพ.พรเจริญ แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ภายหลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.ทวีรัช ศรีธวัชพงศ์ รอง ผบก.ภ.จ.บึงกาฬ สั่งการให้ พ.ต.ท.สันติสุข สุทธิกุลสมบัติ รอง ผกก.(สส.) ภ.จ.บึงกาฬ และชุดสืบสวน สภ.ดอนหญ้านางลงพื้นที่ตามล่าตัวนายธนพล กระทั่งญาติพามอบตัวและให้การรับสารภาพถูกแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาพร้อมคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพทันที

“บิ๊กตู่”ปัดตอบถกแก้เกมธรรมกาย

ที่เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปฏิเสธที่จะตอบคำถามถึงการเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าหารือ เมื่อค่ำวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่ทำเนียบรัฐบาลถึงกรณีการดำเนินการกับพระเทพญาณมหามุนี (ธัมมชโย) อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ว่า “บอกไม่ได้ ไม่มีคำตอบอะไร ทั้งนี้ เรื่องของธรรมกายไม่ตอบ”

“บิ๊กป้อม”แจงแค่กินข้าวเย็น

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เรียกฝ่ายความมั่นคงทั้งรองนายกฯด้านความมั่นคง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เข้าพบที่ตึกไทยคู่ฟ้าเมื่อช่วงเย็นวันที่ 28 ก.พ.ว่า ไม่มีวาระพิเศษ นายกฯเพียงชวนกินข้าวเย็น เมนูข้าวหมูแดง ยืนยันไม่ใช่การเรียกประชุม นานๆตนจะมากินข้าวกับนายกฯ เมื่อถามว่า หารือถึงกรณีวัดพระธรรมกายหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เรื่องดังกล่าว รมว.ยุติธรรม ดีเอสไอ ผบ.ตร.และทหาร จะหารือกันอีกครั้ง ทุกอย่างจะต้องเดินไปข้างหน้าด้วยความละมุนละม่อม

ย้ำคนเดียวมอบตัวทุกอย่างจบ

เมื่อถามว่า ต้องปรับแผนการดำเนินการกับวัดพระธรรมกายหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า อะไรที่ทำแล้วไม่มีความก้าวหน้าก็ต้องปรับ ต้องทำให้ทุกอย่างก้าวหน้า เพื่อยุติเรื่องดังกล่าว นายสุวพันธุ์เป็นผู้รับผิดชอบพูดคุยกับวัดพระธรรมกาย “อยากให้ทุกฝ่ายหยุดพูด พระก็ไม่ต้องออกมาพูดอะไร ความจริงไม่มีอะไรเลย ถ้าคนคนเดียวออกมามอบตัวทุกอย่างมันจบ ท่านทำผิดกฎหมายหรือเปล่า อยากให้ท่านออกมารับทราบข้อกล่าวหา มามอบตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ถ้าคิดว่าทำถูกก็เข้ามา ถ้าทำผิดไม่รู้จะทำอย่างไร จะหนีไปหรือ บ้านเมืองต้องมีขื่อมีแปร ที่สำคัญต้องให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดูในวัดให้ได้โดยไม่ใช้ความรุนแรง เพื่อดูว่ามีอะไรบ้าง ทำไมถึงไม่ให้เข้า มันถึงเป็นประเด็น” พล.อ.ประวิตรกล่าว เมื่อถามว่า จะใช้ระยะเวลานานหรือไม่ เพราะประชาชนต่างลุ้นอยู่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ประชาชนไม่ต้องลุ้นมาก รัฐบาลลุ้นกว่า”

เรื่องธรรมกายไม่ต้องรายงาน ครม.

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกายว่า ไม่มีการรายงานเรื่องนี้ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 28 ก.พ. ส่วนจะยกระดับปฏิบัติการหรือไม่นั้นเป็นเรื่องของหน่วยปฏิบัติพิจารณา ไม่จำเป็นต้องมารายงานที่ประชุม ครม.เพื่อให้ข่าวรั่ว เพราะคนในห้องประชุม ครม.มีเป็นร้อยคน และตอนนี้ไม่จำเป็นต้องประกาศใช้กฎหมายหรือคำสั่งอื่นมาดำเนินการ เมื่อถามว่ามีความเป็นไปได้ที่จะนำ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 หรือกฎอัยการศึกมาใช้แทนคำสั่งหัวหน้า คสช.หรือไม่ รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตนไม่ทราบ ต้องไปถามฝ่ายความมั่นคง

“วิษณุ” ชี้ ม. 44 ไม่ได้ใช้เฉพาะธรรมกาย

เมื่อถามว่า ก่อนออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ควบคุมพื้นที่วัดพระธรรมกาย รัฐบาลประเมินหรือไม่ว่าจะเจอกับสถานการณ์ความวุ่นวายอย่างที่เป็นอยู่ นายวิษณุตอบว่า เพราะคิดว่าจะเจออย่างนั้น จึงต้องใช้มาตรา 44 การใช้มาตรานี้เพื่อจัดการกับเหตุการณ์ การที่มีคนพูดว่าขอให้ยกเลิกการออกคำสั่งตามมาตรา 44 เป็นการพูดรวมๆ ตนรู้ว่าคนที่ออกมาพูดไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ถ้าอ่านคำสั่งหัวหน้า คสช.เรื่องดังกล่าวจะเห็นว่า ไม่ได้ใช้เฉพาะกับกรณีของวัดพระธรรมกาย แต่เป็นคำสั่งที่สามารถใช้ควบคุมเหตุการณ์ทำนองนี้ในพื้นที่อื่นๆ แต่ถ้าเลิกคำสั่งนี้แล้วเกิดเหตุการณ์ในจังหวัดอื่นๆ จะไม่มีคำสั่งไปใช้ควบคุมสถานการณ์ตรงนั้น ถ้าจะเรียกร้องให้ยกเลิก อย่างมากสามารถบอกว่า ขอให้งดใช้คำสั่งนี้กับกรณีวัดพระธรรมกายอาจถูกต้องมากกว่า แต่ถ้าจะให้ยกเลิกคำสั่งดังกล่าวเลยคงไม่มีใครทำ ดังนั้นคำสั่งนี้ยังมีอยู่ต่อไป ส่วนจะบังคับใช้มากน้อยแค่ไหน ระบุมาตรการจากเบาไปหาหนักอยู่แล้ว เจ้าหน้าที่สามารถเลือกใช้ได้ อย่างไรก็ตาม การออกคำสั่งดังกล่าวมุ่งหวังให้เจ้าหน้าที่สามารถดูแลพื้นที่วัดพระธรรมกายและบริเวณโดยรอบ และเพื่อดูแลคนที่เดินผ่านไปมาในพื้นที่ดังกล่าว เป็นการรักษาความสงบเรียบร้อยตามปกติ

“สุวพันธุ์” รอฝ่ายสงฆ์เจรจาก่อน

ที่กระทรวงยุติธรรม นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม เผยว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและฝ่ายความมั่นคงเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ชี้แจงผลปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่หน่วยงานด้านความมั่นคงในการตรวจค้นวัดพระธรรมกาย เพื่อติดตามจับกุมพระธัมมชโย บุคคลตามหมายจับ ให้นายกรัฐมนตรีทราบ ดีเอสไอหารือกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) คณะสงฆ์ และเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีแล้ว จะปรับแผนปฏิบัติการบางส่วนเพื่อแก้ไขปัญหา แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เพราะแผนปฏิบัติการต้องดำเนินการตามขั้นตอน ส่วนจะใช้เวลาปฏิบัติการนานเท่าใดไม่สามารถบอกได้ แต่ต้องปล่อยให้เป็นไปตามสถานการณ์ แต่ในท้ายที่สุดหากการเจรจาโดยฝ่ายสงฆ์ไม่บรรลุผล หรือยังไม่มีการตอบรับจากฝ่ายวัดพระธรรมกาย สังคมคงเห็นอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้น รัฐบาลพยายามหาทางออกที่เหมาะสมแล้ว

เห็นด้วยข้อเสนอตั้งคณะตัดสิน

“ส่วนข้อเสนอของผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชาธิราชที่ออกมาระบุว่า อยากให้รัฐบาลหารือกับคณะสงฆ์และมหาเถรสมาคมเพื่อแก้ไขปัญหาคดีวัดพระธรรมกาย โดยตั้งคณะตัดสินเพื่อระงับอธิกรณ์ตามวินัยสงฆ์ ส่วนตัวน้อมรับแนวทางนี้เป็นข้อเสนอที่ดี พร้อมดำเนินการเพื่อให้ได้ข้อยุติ ทั้งนี้ที่ผ่านมาตัวแทนของหน่วยงานด้านความมั่นคงหารือกับพระสงฆ์ที่อยู่ในพื้นที่มาตลอดต้องให้เวลาด้วย สำหรับการดูแลพระสงฆ์ที่อยู่ในพื้นที่วัดพระธรรมกายเป็นความตั้งใจของรัฐบาลอยู่แล้ว ต้องการให้เจ้าคณะใหญ่หนกลาง พศ. และมหาเถรสมาคม (มส.) เข้ามามีบทบาทแก้ไขปัญหาทั้งการดูแลเรื่องอาหารและการออกคำสั่งต่างๆ เพื่อเอื้อต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ขอให้ประชาชนและพระที่ไม่เกี่ยวข้องออกนอกพื้นที่ เพราะอาจมีความเสี่ยงในการทำผิดกฎหมายได้” นายสุวพันธุ์กล่าว

ชงออกกฎหมายจัดการทรัพย์สินวัด

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ฐานะอดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภา
นิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และกราบทูลสมเด็จพระสังฆราช เสนอร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการจัดการทรัพย์สินวัดและพระภิกษุ และร่าง พ.ร.บ.สภาพุทธบริษัทแห่งชาติ ให้หน่วยงานรัฐพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาการจัดการทรัพย์สินวัดและพระภิกษุ ปัญหาการขาดองค์กรศึกษาตีความพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้าไม่ให้มีผู้นำไปบิดเบือน ร่าง พ.ร.บ.จัดการทรัพย์สินของวัดและพระภิกษุ มีหลักการเหตุผล เพื่อจัดการทรัพย์สินอย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพ สอดคล้องหลักพระธรรมวินัย เน้นหลักธรรมาภิบาล เพื่อการมีส่วนร่วมของพุทธบริษัท ให้วัดที่เข้าเกณฑ์ต้องจัดทำบัญชีทรัพย์สินตามมาตรฐาน มีผู้ตรวจสอบบัญชีรับรอง และส่งให้สำนักงานพระพุทธศาสนาฯเผยแพร่ให้พุทธศาสนิกชนทราบ ทรัพย์สินของวัดให้หมายความรวมถึงทรัพย์สินของมูลนิธิหรือองค์การที่จัดตั้งขึ้นโดยวัดหรือเกี่ยวเนื่องด้วย ตามกฎกระทรวงทรัพย์สินของพระภิกษุที่ได้มาระหว่างอยู่ในสมณเพศ ให้ถือเป็นทรัพย์สินของวัดที่สังกัดอยู่ ให้ใช้จ่ายทรัพย์สินได้ตามความจำเป็นเพื่อการดำรงสมณเพศเพื่อประโยชน์แก่วัดและศาสนกิจเท่านั้น

“ธัมมชโย” อยู่ในวัด 99.99 เปอร์เซ็นต์

ที่รัฐสภา นายไพบูลย์ นิติตะวัน แถลงว่า มั่นใจ 99.99 เปอร์เซ็นต์ว่า พระธัมมชโยยังอยู่ในวัดพระธรรมกาย ด้วยเหตุผล 3 ข้อคือ 1.บรรดาผู้สนับสนุนพระชั้นผู้ใหญ่ และ 5 เสือธรรมกายที่ใกล้ชิดพระธัมมชโยยังอยู่ในวัดพระธรรมกาย ไม่มีทางที่พระธัมมชโยจะออกไปอยู่ข้างนอกตามลำพัง 2.ตรวจจับสัญญาณโทรศัพท์พบว่า มีบุคคลใกล้ชิดพระธัมมชโยติดต่อไปเมื่อวันที่ 18 ก.พ. ช่วงเวลา 04.00 น. หลังจากออกคำสั่งมาตรา 44 เมื่อวันที่ 16 ก.พ. แสดงให้เห็นว่าพระธัมมชโยยังอยู่ในวัด ไม่สามารถออกไปไหนได้ และ 3.เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ลูกศิษย์ของพระธัมมชโยกว่า 2,000 คนบุกเข้าไปเพิ่มกำลังในวัด ประกาศไม่ให้เจ้าหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าไปตรวจค้นอีก ดังนั้น หากต้องการให้เรื่องนี้ยุติลง ตนเสนอให้พระธัมมชโยออกมามอบตัว และให้สังคมช่วยกันเรียกร้องไปยังกระบวนการยุติธรรมว่า หากพระธัมมชโยมอบตัวควรได้สิทธิประกันตัวต่อสู้คดี จะได้ไม่ถูกจับสึกจากความเป็นพระก่อนที่คดีจะมีการตัดสิน เชื่อว่าหากดำเนินการตามนี้เรื่องทุกอย่างจะจบลง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้