วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ม.กีฬาชาติ

โดย บี บางปะกง

เรียน คุณบี บางปะกง

การกีฬามีความสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของชาติ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา สร้างความเข้มแข็งในครอบครัว สร้างวินัย สร้างคุณธรรม สร้างความรับผิดชอบต่อหน้าที่ เคารพในสิทธิของตนเองและผู้อื่น

สถาบันการศึกษาที่มีหน้าที่โดยตรงเกี่ยวกับการผลิตบุคลากรทางกีฬาคือ สถาบันการศึกษาทางด้านพลศึกษา วงการพลศึกษาไทยมีมาประมาณ 100 ปีแล้ว สถาบันการศึกษาด้านพลศึกษาแห่งแรกของประเทศไทยคือ โรงเรียนพลศึกษากลาง ตั้งอยู่ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ต่อมาย้ายมาตั้งที่สนามกีฬาแห่งชาติ เขตปทุมวัน ผู้ที่จบหลักสูตรของโรงเรียนพลศึกษากลางจะได้พลศึกษาเอกหรือ พ.อ. ต่อมาก็ยกฐานะเป็นวิทยาลัยพลศึกษา ผู้ที่จบหลักสูตร 2 ปี จะได้ประกาศนียบัตรการศึกษาชั้นสูง หรือป.กศ.สูง ด้านพลศึกษา ขณะเดียวกันก็ตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูพลานามัยในสนามกีฬาแห่งชาติใกล้กับวิทยาลัยพลศึกษา ผู้ที่จบหลักสูตร 2 ปี จะได้ประกาศนียบัตรการศึกษาชั้นต้น หรือ ป.กศ.ต้น ด้านพลศึกษาทั้ง 2 สถาบันขึ้นอยู่กับกรมพลศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ต่อมาปี 2513 ยุบโรงเรียนฝึกหัดครูพลานามัย ขณะเดียวกันยกฐานะวิทยาลัยพลศึกษาเป็นวิทยาลัยวิชาการศึกษาพลศึกษาและมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พลศึกษา ขึ้นอยู่กับทบวงมหาวิทยาลัย หลักสูตรปริญญาตรี 4 ปี สาขาวิชาพลศึกษา

กรมพลศึกษา สมัยศาสตราจารย์ นายแพทย์ บุญสม มาร์ติน เป็นอธิบดี มีความคิดว่าควรจะตั้งวิทยาลัยพลศึกษา สังกัดกรมพลศึกษาขึ้นมาเพื่อผลิตบุคลากรของเราโดยตรง จึงได้ตั้งวิทยาลัยพลศึกษาขึ้นมาทั้ง 4 ภาค จำนวน 17 แห่งต่อมามีการปฏิรูประบบราชการ ตั้งกระทรวงขึ้นมาใหม่ในจำนวนนั้นคือ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยกฐานะวิทยาลัยพลศึกษาเป็นสถาบันการพลศึกษา เทียบเท่ากรมๆหนึ่งในกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีอธิการบดี, รองอธิการบดีฝ่ายต่างๆ, ส่วนในต่างจังหวัดทั้ง 17 แห่งก็เป็นวิทยาเขตประจำจังหวัดนั้นๆ โดยมีรองอธิการบดีฯเป็นผู้บังคับบัญชา

ผู้ที่เรียนในโรงเรียนหรือวิทยาลัยพลศึกษาสมัยนั้นเป็นนักกีฬาทีมชาติส่วนใหญ่, ผู้ที่จบการศึกษา ก็จะเป็นผู้ฝึกสอน, ผู้ตัดสิน, ผู้บริหารจัดการกีฬา, ครูพลศึกษาสอนตามโรงเรียนในวิชาพลศึกษาและสุขศึกษา วิชาพลศึกษาเป็นวิชาที่สร้างสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจให้กับนักเรียนทุกคน

รัฐบาลชุดปัจจุบันรวมทั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติและสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เห็นความสำคัญของกีฬาจึงได้ออกพระราชบัญญัติจัดตั้งมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ โดยการปรับเปลี่ยนสถานะของสถาบันการพลศึกษา (สพล.) เป็นมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ เนื่องจากสถาบันการพลศึกษามีฐานบุคลากรที่เชี่ยวชาญด้านพลศึกษา กีฬา วิทยาศาสตร์การกีฬา วิทยาศาสตร์สุขภาพ ฯลฯ ปัจจุบันสถาบันการพลศึกษา มี 17 วิทยาเขต, มีโรงเรียนกีฬา 13 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ทุกภูมิภาคของประเทศ รวมทั้งมีอาคารเรียน, สถานที่ฝึกกีฬาทั้งในร่มและกลางแจ้งมีศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา วัสดุอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย

ประโยชน์ที่ประชาชนและประเทศชาติจะได้รับจากมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ คือ มหาวิทยาลัยจะผลิตบุคลากรทางการกีฬาที่มีความรู้ความสามารถออกไปขับเคลื่อนในหน่วยงาน องค์กรกีฬาจนเป็นวิถีชีวิตมากขึ้น ประชากรจะได้รับการปลูกฝังความรู้จากบุคลากรทางการกีฬาที่มีคุณภาพ, นักกีฬาได้รับการพัฒนาด้วยการนำวิทยาศาสตร์การกีฬามาประยุกต์ใช้ไปสู่กีฬาเพื่อความเป็นเลิศและกีฬาอาชีพ, จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชาติ อุตสาหกรรมการกีฬา จะพัฒนาความเข้มแข็งทางวิชาการ การวิจัยและการฝึกสอนกีฬาสู่การเป็น ศูนย์กลางทางการกีฬา (SPORTS HUB) ในภูมิภาคอาเซียน

และยังมีปลีกย่อยอีกมากที่มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติจะต้องทำจากโรงเรียน, วิทยาลัย, สถาบันการพลศึกษาจนมาถึงมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ นับเป็นความก้าวหน้าของวงการพลศึกษาและวงการกีฬาไทยอีกระดับหนึ่งที่หลายคนคาดหวังว่ามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติที่ตั้งขึ้นมานี้จะทำให้ประเทศไทย มีนักกีฬา มีบุคลากรทางการกีฬาที่มีคุณภาพ มีมาตรฐานสู้กับสากลได้ ขณะเดียวกันประชาชนก็จะได้รับความรู้จากบุคลากรที่จบด้านนี้ไปสู่การมีชีวิตที่ดีทั้งด้านสุขภาพ อารมณ์ สังคม

ดังคำกล่าวที่ว่า “กีฬาสร้างคน คนสร้างชาติ”

ประโยชน์ เทียนศาสตร์

oooooooooo

ในฐานะ “สื่อกีฬาอาชีพ” ซึ่งเป็นองคาพยพหนึ่งของการพัฒนาวงการกีฬาชาติ

ผมขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการก่อตั้ง “มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ”

ให้เกิดขึ้นได้ในเร็ววัน!!!

บี บางปะกง

2 มี.ค. 2560 02:52 2 มี.ค. 2560 02:52 ไทยรัฐ