วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อ้างเป็น ผบก.น.4 ไถเงินเหยื่อ กวาดไปเกือบแสน สุดท้ายไม่รอด โดนตามรวบ

หนุ่มวัย 27 แอบอ้างเป็น ผบก.น.4 โทรไปไถเรี่ยไรเงินเหยื่อเจ้าของร้านอาหารชื่อดังย่านรามคำแหง 3 ครั้ง โดยโกยเงินเกือบแสน เพื่อขอสนับสนุน ร.ร.ทางใต้ ค่าน้ำร้อนน้ำชา สุดท้ายความแตก เพราะเจ้าทุกข์เอะใจดันโทรไปขอยืมเงิน จึงแจ้งความตำรวจสืบตามจับได้ยกแก๊ง...

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 1 มี.ค. ที่ สน.บางชัน พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 พร้อมด้วย พ.ต.อ.มานพ น่วมลิวงศ์ รอง ผบก.น.4 พ.ต.อ.ศุภชัชจ์ เปี่ยมมนัส ผกก.สส.บก.น.4 พ.ต.อ.อดิศักดิ์ ชูพันธ์ ผกก.สน.บางชัน ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม นายเอกภพ หรือเต้ สุขหอม อายุ 27 ปี และนายครองราชย์ หรือฟิว จิตจำนงค์ อายุ 21 ปี ในข้อหา "ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นผู้อื่น" โดยผู้ต้องหาโทรศัพท์และแอบอ้างเป็น ผบก.น.4 หลอกประชาชนให้โอนเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้

พล.ต.ต.นันทชาติ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 ก.พ. นายคมสัน แซ่ตัง เจ้าของร้านอาหารวีว่า ร้านอาหารชื่อดังย่านรามคำแหง ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สน.บางชัน ให้ดำเนินคดีกับคนร้ายที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเมื่อวันที่ 22 ก.พ. มีบุคคลได้ใช้เบอร์โทรศัพท์หมายเลข 06-4278-3996 โทรหานายคมสัน อ้างว่า เป็นผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 (ผบก.น.4) ขอรับการสนุนช่วยเหลือโรงเรียนทางภาคใต้จำนวน 25,000 บาท ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินดังกล่าวผ่านธนาคาร

ด้านนายคมสันกล่าวว่า สาเหตุที่ตนเชื่อว่าปลายสายคือ ผบก.น.4 เนื่องจากมีเสียงที่คล้ายกัน และนายคมสันเคยพบกับ ผบก.น.4 เพียงไม่กี่ครั้ง และด้วยความเกรงใจจึงตัดสินใจโอนเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ และได้ส่งหลักฐานไปยืนยัน ภายหลังการโอนเงินคนร้ายได้ติดต่อกลับมาวันที่ 24 ก.พ. เพื่อขอเงินสนับสนุน โดยอ้างว่าเป็นค่าน้ำร้อนน้ำชาจำนวน 35,000 บาท นายคมสันก็โอนเงินดังกล่าวให้ ต่อมาวันที่ 25 ก.พ. คนร้ายได้ส่งข้อความมาขอยืมเงินจำนวน 50,000 บาท ซึ่งนายคมสันจึงเริ่มสงสัยว่าบุคคลที่โทรศัพท์มาข้างต้นว่าใช่ ผบก.น.4 จริงหรือไม่ จึงทำการตรวจสอบจากคนใกล้ชิดพบว่า บุคคลทางโทรศัพท์ไม่น่าจะใช่ ผบก.น.4 จึงเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สน.บางชัน

พล.ต.ต.นันทชาติ กล่าวต่อว่า หลังจากรับเรื่องได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์จนพบว่า หมายเลขดังกล่าวเป็นของนายเอกภพ เจ้าหน้าที่จึงทำการติดตามไปที่บ้านจนสามารถจับกุมตัวได้ดังกล่าว และจากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การรับสารว่า เป็นผู้โทรศัพท์ไปจริง โดยจะหาเบอร์กลุ่มเป้าหมายจากทางอินเทอร์เน็ต แล้วจากนั้นจึงโทรศัพท์ไปทำทีว่าจะขอเงิน ซึ่งนายเอกภพทำหน้าที่โทรศัพท์ไปขอเงินจากผู้เสียหายทั้ง 3 ครั้ง และได้เงินไปจำนวน 85,000 บาท โดยจะให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีของนายครองราชย์ โดยนายเอกภพจะปลอมตัวเป็น ผบก.น.4 และนายครองราชย์ทำหน้าที่เป็นนายเวรให้การโทรศัพท์ไปเร่งรัดให้ผู้เสียหายโอนเงิน ส่วนเงินที่ได้ไปนั้น ทั้งสองคนนำเงินไปใช้จ่ายส่วนตัว เล่นการพนันและเสพยาเสพติด

"โดยส่วนตัวตนไม่เคยโทรศัพท์ไปขอเงินสนับสนุนใดๆ จากใคร ดังนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นตน การกระทำดังกล่าวทำให้ตนและตำรวจได้รับความเสียหาย ใครที่ไม่รู้ก็ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกเกลียดชัง อย่างไรก็ตามอยากฝากไปถึงพี่น้องประชาชนให้ระวังตัวอย่าหลงเชื่อ เพราะจะเกิดความเสียหายตามมา สำหรับเรื่องของคดี ตนจะดำเนินการให้ถึงที่สุด และจะไม่ปล่อยให้คนแบบนี้อยู่ในสังคม" ผบก.น.4 กล่าว

ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายเอกภพเพิ่งพ้นโทษจากคุกเมื่อเดือน ส.ค.59 ในข้อหา "ฉ้อโกง" ซึ่งตอนนั้นนายเอกภพแอบอ้างเป็น ผกก.สน.บางยี่ขัน และหลอกผู้ประกอบการไปแล้วหลายราย นอกจากนี้ยังพบว่า กิจการทางบ้านของนายเอกภพทำนิตยสาร "โล่สยาม" ซึ่งเป็นหนังสือเกี่ยวกับตำรวจ จึงทำให้มีข้อมูลเกี่ยวกับตำรวจจำนวนมาก ส่วนนายครองราชย์มีหมายศาลคดียาเสพติด.



หนุ่มวัย 27 แอบอ้างเป็น ผบก.น.4 โทรไปไถเรี่ยไรเงินเหยื่อเจ้าของร้านอาหารชื่อดังย่านรามคำแหง 3 ครั้ง โดยโกยเงินเกือบแสน เพื่อขอสนับสนุน ร.ร.ทางใต้ ค่าน้ำร้อนน้ำชา สุดท้ายความแตก เพราะเจ้าทุกข์เอะใจดันโทรไปขอยืมเงิน จึงแจ้งความ 1 มี.ค. 2560 13:33 1 มี.ค. 2560 16:59 ไทยรัฐ