วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เลขาฯศาล รับ เด็ก-เยาวชน ก่อคดียาเสพติดจำนวนมาก หลังพบช่องว่างของ ก.ม.

เลขาฯศาล เผยคดียาเสพติดปัจจุบัน เด็ก-เยาวชน ถูกจับ กระทำความผิดจำนวนมาก พบ ก.ม.มีช่องว่างการกระทำระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ แนะบางครั้งต้องกำหนดโทษเท่าผู้ใหญ่ ขณะที่โฆษกสภาทนายฯ การลงโทษขอให้คำนึงถึงเจตนา เพราะเด็กอาจเป็นเครื่องมือ...

จากกรณีที่ปัจจุบันกลุ่มนักค้ายาเสพติดนิยมใช้เด็กและเยาวชนเป็นผู้ขนส่งยาบ้าคราวละมากๆ เพราะเมื่อเด็กถูกจับก็จะเข้าสู่ระบบกฎหมายวิธีพิจารณาคดีเยาวชน คือนำไปบำบัดฟื้นฟู และไม่มีประวัติการกระทำความผิด จึงสบช่องทำให้เด็กเข้าสู่วงจรการค้ายามากขึ้น

นายอธิคม อินทุภูติ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เผยว่า ยอมรับว่าขณะนี้มีรายงานจากศาลทั่วประเทศว่า มีเด็กและเยาวชนถูกจับในฐานมียาเสพติดไว้ครอบครองเพื่อจำหน่าย เป็นจำนวนผู้ต้องและจำเลยที่มากผิดปกติ เนื่องจากแก๊งยาเสพติดใช้เด็กร่วมในการกระทำความผิด บางคดีจับยาได้จากเด็กถึง 4 แสนเม็ด เรื่องนี้อาจเป็นเพราะคนร้ายสบช่องว่า กฎหมายวิธีพิจารณาคดีเด็กได้มีขั้นตอนและวิธีการสำหรับเด็กที่แตกต่างไปจากผู้ใหญ่ที่กระทำความผิดมาก อย่างน้อยก็เรื่องการประกันตัว

“จากการหารือและมีหนังสือให้คำแนะนำผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีเด็กและเยาวชนว่า ถ้าพบพฤติการณ์ว่ามีเด็กร่วมกระทำความผิดและมีพฤติการณ์ร้ายแรงเหมือนผู้ใหญ่ ก็ต้องใช้ความเคร่งครัดในการพิจารณาพิพากษาและกำหนดโทษ บางครั้งอาจจะต้องกำหนดโทษเสมอผู้กระทำผิดที่เป็นผู้ใหญ่ นอกจากคดียาเสพติดแล้ว ยังพบในคดีค้ามนุษย์ และคดีอุกฉกรรจ์อื่นๆ อีกด้วย” นายอธิคม กล่าว

ด้าน ว่าที่ พ.ต.สมบัติ วงศ์กำแหง อุปนายกฝ่ายบริหารและโฆษกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมป์ เผยว่า การที่จะลงโทษเด็กเสมอผู้ใหญ่นั้น ให้คำนึงถึงเจตนาที่แท้จริงของเด็กด้วยว่า มีความรู้สำนึกในการกระทำหรือไม่ ไม่รู้ว่าสิ่งที่ตนหิ้วมาคือยาบ้า ถ้าไม่มีถือว่าไม่มีเจตนากระทำความผิด และเด็กเป็นเพียง "เครื่องมือในการกระทำความผิด" ของแก๊งค้ายาเสพติด ดังนั้นแก๊งค้ายาจึงเป็นผู้ลงมือกระทำความผิดโดยอ้อม แต่เด็กไม่ผิด

ว่าที่ พ.ต.สมบัติ กล่าวว่า แม้เด็กไม่ผิด แต่ก็ยังถูกควบคุมตัวเข้าสู่กระบวนการตามระบบวิธีพิจารณาความคดีเยาวชนไปก่อน คงต้องถูกสอบสวนเพื่อตรวจสอบสักระยะเด็กอาจถูกกระทบบ้าง จะให้เบี่ยงออกไปจากกระบวนการยุติธรรมทางอาญาเลยคงไม่ได้ มันต้องเข้าเงื่อนไขประเภทคดี และอัตราโทษคดีนั้นๆ แต่คดียาเสพติดเป็นคดีนโยบายรัฐ ดังนั้นคนในกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบต้องช่วยกันตรวจสอบ ปัจจุบันกฎหมาย พ.ร.บ.ยาเสพติดได้แก้ไขใหม่แล้ว เปิดโอกาสให้ผู้ครอบครองเพื่อเสพแต่ถูกจับข้อหาครอบครองเพื่อจำหน่าย ได้พิสูจน์ตนเองว่ามีเจตนาซื้อมาเพื่อเสพเท่านั้น เพราะกฎหมายเดิมปิดปาก เพราะใครมียาในปริมาณที่กำหนดให้ถือเด็ดขาดว่าจำหน่าย.