วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บิ๊กตู่ลังเลใช้ม.44 หวั่นถูกครหาฟุ่มเฟือย ปมขสมก.-อีพาสปอร์ต

“บิ๊กตู่” ถก คสช.ลังเลงัด ม.44 เคลียร์ปัญหาอีพาสปอร์ต-รถเมล์ ขสมก. ลั่นไม่ยอมแพ้ ไม่ลืมตัว ทำอะไรแล้วมีปัญหาก็ขอโทษ สั่ง สตง.สอบงบฯบินดูงาน ตปท. ตีกรอบให้ชัดเจน ยัน “อุตตม-สนธิรัตน์” พร้อมแจงถือหุ้นเกิน 5 เปอร์เซ็นต์ ผิด ก.ม.จัดการหุ้นส่วนฯ “บิ๊กป้อม” บอกเรื่องส่วนตัวสั่ง ตร.รวบมือโพสต์เบอร์โทร.ลงเฟซบุ๊ก วิป สนช.ป้อง 7 สมาชิกนักโดดร่ม ยื่นใบลาถูกต้อง ไม่ถูกหักเงินตอบแทนพิเศษ สปท.การเมืองดัน 10 ข้อปูทางปรองดอง เล็งดันตั้ง กก.อำนวยความยุติธรรมทางอาญา ชพน.ชงพ้นช่วงเปลี่ยนผ่านให้เลือกตั้ง ส.ว.โดยตรง “นิพิฏฐ์” เตือน คสช.อย่าใช้อำนาจพิเศษพร่ำเพรื่อ ครม.ไฟเขียวแก้ ก.ม. 5 ฉบับเอาผิดวินัย ขรก.ย้อนหลัง

ท่ามกลางการจับตาของฝ่ายต่างๆว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.มีการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ฟุ่มเฟือยเกินไป ขณะที่ในที่ประชุม คสช.ที่หารือเพื่อแก้ปัญหาของ ขสมก.และแก้ปัญหาโครงการอีพาสปอร์ตหมดอายุ ยังมีการหยิบยกข้อเสนอให้ใช้มาตรา 44 มาเป็นข้อสรุปด้วย

“ประยุทธ์” ถก คสช.ก่อนประชุม ครม.

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 28 ก.พ.ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุม คสช.ก่อนเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมีรองหัวหน้า คสช. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการ คสช.พร้อมด้วยผู้บัญชาเหล่าทัพในฐานะสมาชิก คสช.นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ในฐานะสมาชิก คสช.และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุมด้วย โดยก่อนการประชุม ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายกฯว่า เป็นการหารือเรื่องวัดพระ ธรรมกายหรือไม่ นายกฯ กล่าวเพียงสั้นๆ ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า “คุณไปคุยกับเขาสิ” จนการประชุมเสร็จสิ้นลงเวลา 10.30 น.ทั้งหมดปฏิเสธให้สัมภาษณ์ต่างบอกให้รอฟังนายกฯ และรอการแถลงของโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

เผยสางปม ขสมก.–จดสิทธิบัตร

ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวก่อนการประชุม คสช.ว่าไม่ได้เป็นการประชุมเพื่อออกคำสั่งตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 สนับสนุนเจ้าหน้าที่ดำเนินการกับวัดพระธรรมกายแต่อย่างใด แต่จะเป็นเรื่องอะไรนั้น ขอให้รอติดตาม

ต่อมาเวลา 10.40 น. พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช.กล่าวภายหลังการประชุม คสช.ว่า เป็นการประชุมเรื่องการจดสิทธิบัตรในการประดิษฐ์ และเรื่องขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เกี่ยวกับการ บริหารเส้นทางเดินรถ รายละเอียดต้องรอการแถลงของ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

งัด ม. 44 รื้อรถเมล์ยอมรับกันหรือไม่

จากนั้นเวลา 15.15 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.กล่าวถึงผลการประชุม คสช.ในช่วงเช้าก่อนการประชุม ครม.ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการแก้ปัญหาเรื่องขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จะต้องทำอย่างไร เพราะรถเมล์วันนี้ไม่สะดวก ไม่ทันสมัย วิ่งทับซ้อนสาย หากจะใช้คำสั่งมาตรา 44 ก็ได้ แต่ถามว่าทุกคนยอมรับหรือไม่ หากยอมรับก็จบ โดยปรับเส้นทางการเดินรถเมล์ใหม่ บริษัทและ ขสมก.ตกลงกันได้ และสหภาพแรงงาน ขสมก.ไม่เคลื่อนไหว จะทำได้หมด ถ้ามีความขัดแย้งคงทำไม่ได้ ไม่ว่าจะมีกฎหมายใดๆ ตนบังคับไม่ได้เพราะคนไม่ยอมรับกฎหมาย ในต่างประเทศเขาไม่ยอม มีเพียงประเทศไทยที่ยังมีปัญหาอยู่

ไม่ท้อไม่ลืมตัวรู้ถูกผิดขอโทษได้

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องสื่อตนไม่เคย ทะเลาะกับพวกท่านเลย ไม่เคยมีอะไรนอกในสักอย่าง ลองเปรียบเทียบดูในต่างประเทศ ห้ามสื่อเข้าที่ทำงานด้วยไม่ใช่หรือ ทีอย่างนี้ไม่ว่าเขา แต่มาว่าตนทุกวัน ถ้าเราไม่เปิดหัวใจเปิดความคิดของเราให้กว้าง จะไม่ได้เห็นสิ่งใหม่ๆ ในโลกใบนี้ ตัดสินใจด้วยสติปัญญา ความคิดความรู้สึกของเราเอง จะแก้ปัญหาอะไรไม่ได้ ปฏิรูปก็ทำไม่ได้ ถ้าเราไม่รับฟังใครเลย แล้วยังใช้วิธีการเดิมๆต่อสู้ต่อต้านเดินขบวนแล้วมันจะแก้อะไรได้ จะกลับไปที่เก่า กฎหมายอีนุงตุงนัง คดีมากขึ้น เจ้าหน้าที่หมดกำลังใจทำงาน ตนไม่ยอมแพ้อะไรอยู่แล้วจะทำเต็มที่ ขอบคุณแรงใจแรงสนับสนุนของประชาชนส่วนหนึ่ง แต่บางส่วนอาจจะชอบหรือไม่ชอบก็แล้วแต่ บังคับไม่ได้อยู่แล้ว แต่ให้รู้ว่าตั้งใจจริงที่จะทำให้ประเทศดีขึ้น และรู้ว่าอยู่ในฐานะใดไม่เคยลืมตัวเอง อะไรถูกคือถูก อะไรผิดคือผิด อะไรที่ทำไปแล้วอาจจะมีปัญหาตนก็ขอโทษ คนเรามันอยู่ด้วยคำเหล่านี้ ขอโทษ ขอบคุณ สวัสดี เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ชอบไม่ชอบต้องมีเหตุผล อย่าไปดันทุรัง ทุกอย่างถ้าดันทุรังไปมา ก็มีแต่ยับเยินด้วยกันทั้งคู่ คนที่เสียคือประชาชนและประเทศชาติ

สั่ง สตง.สอบงบฯหลักสูตรทัวร์นอก

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานตรวจเงินเผ่นดิน (สตง.) จะตรวจสอบงบประมาณไปดูงานต่างประเทศของหน่วยงาน รวมถึงองค์กรอิสระว่า กำลังให้ตรวจสอบอยู่ ต้องตรวจสอบทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรขององค์กรไหนก็ตาม ต้องไปดูว่ามันเหมาะสมหรือคุ้มค่าหรือไม่ แต่ถ้าไม่มีเลยคงไม่ใช่ เพราะถ้ามีแล้วเกิดประโยชน์ก็ควรมี แต่ต้องประหยัดงบประมาณแค่ไหนอย่างไร และไปทำจริงหรือไม่ หลังๆ ได้กำชับเสมอว่าไปไหนมาไหนต้องสรุปรายงานให้ทราบ การไปดูงานบางทีตนก็นำมาใช้ เช่น ไปดูงานที่ญี่ปุ่น ไปดูเขตเศรษฐกิจพิเศษ จะได้นำไปให้พิจารณาว่าเราควรจะทำอย่างไรหรือจะประยุกต์อย่างไร หลายคณะรายงานกลับมา ส่วนการใช้เงินคุ้มหรือไม่ให้ สตง.เป็นผู้ตรวจสอบเนื่องจากมีหลายหลักสูตรและเกิดขึ้นมานานแล้วด้วย ตอนนี้เราต้องมาตีกรอบกันว่าควรจะทำอย่างไรจะได้ชัดเจนขึ้น แต่จะบอกว่าไม่ให้ไปดูอะไรกันเลยก็ลำบาก หลายประเทศก็มีกันอยู่

ยัน 2 รมต.พร้อมขึ้นเขียงถือหุ้นเกิน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ ถูกยื่นร้องตรวจสอบถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนสามัญเกิน 5% เข้าข่ายผิดมาตรา 4 ของ พ.ร.บ.จัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรีอาจส่งผลให้ต้องพ้นจากตำแหน่งว่า ก็ตรวจสอบไป ได้สอบถามแล้วรัฐมนตรีบอกว่าพร้อมให้ตรวจสอบ ซึ่งได้ทำตามกฎหมายคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในการแจงทรัพย์สินทุกอย่าง ตนคิดว่าหากแจ้งไปแล้วและมีการประกาศออกมา แสดงว่ามีการตรวจสอบแล้ว ดังนั้นต้องมีการตรวจสอบก่อนขอให้เข้าใจขั้นตอนทางกฎหมายด้วย แต่ถ้ายังสงสัยอยู่ รัฐมนตรีทั้ง 2 คนก็บอกกับตนแล้วว่าพร้อมให้ตรวจสอบ

ส่ง “วิษณุ” หาทางออกอี–พาสปอร์ต

ด้าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า ได้หารือกันถึงเรื่องการจัดทำหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-พาสปอร์ต ที่จะหมดสัญญากับบริษัทเอกชนในอีก 3 วันข้างหน้า ซึ่งจะทำให้การทำพาสปอร์ตมีปัญหา กระทรวงการต่างประเทศหาทางออกไว้คือ จะต่อสัญญากับบริษัทเดิม เนื่องจากหากต้องประกวดราคาเพื่อหาเจ้าใหม่ ต้องใช้เวลา 1 ปี อย่างไรก็ตาม การต่อสัญญากับบริษัทเดิมถูกท้วงติงจากสำนักงานอัยการสูงสุดว่าทำไม่ได้ และต้องถูก สตง.ตรวจสอบ กระทรวงการต่างประเทศจึงขอให้ออกมาตรา 44 เพื่อให้บริษัทเดิมทำงานไปก่อน 1 ปี จนการจัดประกวดราคาแล้วเสร็จ ทั้งนี้ที่ประชุม คสช.เห็นว่ามาตรา 44 ฟุ่มเฟือยเกินไป จึงยังไม่ออกคำสั่งดังกล่าว แต่ให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เป็นหัวหน้าคณะ เชิญฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาหารือหาวิธีการที่จะทำความเข้าใจ ยึดกติกาอย่างเดียวโดยไม่คำนึงถึงความเป็นจริงก็แก้ปัญหาไม่ได้ จึงให้ไปดูว่า สตง.ยอมหรือไม่

“บิ๊กป้อม” อุบรวบมือโพสต์เบอร์โทร.

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมบุคคลที่นำหมายเลขโทรศัพท์ส่วนตัวไปเผยแพร่ในเพจเฟซบุ๊ก พลเมืองต่อต้าน Single Gateway เพื่อสันติภาพและความยุติธรรม จะดำเนินการต่อไปอย่างไรว่า “ขอให้เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวของผม”

“ดิสทัต” ไม่หวั่นถูกร้อง ป.ป.ช.

นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ในฐานะสมาชิก สนช. กล่าวถึงกรณีที่นายศรีสุววรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เตรียมยื่นร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณี 7 สนช.ขาดการประชุมมากอาจขัดต่อกฎระเบียบจนต้องพ้นสภาพว่า หลักฐานข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับตน อยู่ที่ สนช.แล้ว ตนได้อธิบายไปแล้ว ไม่มีอะไรจะอธิบายเพิ่มอีก ขณะนี้ สนช.กำลังตรวจสอบ หากมีการยื่นร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.พร้อมชี้แจง ไม่คิดว่าเรื่องนี้จะเป็นแรงกดดัน

7 สนช.ไม่ถูกหักเงินตอบแทนพิเศษ

เมื่อเวลา 16.30 น. ที่รัฐสภา นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) แถลงถึงกรณีการตรวจสอบการลาประชุมและการลงมติของ 7 สมาชิกสนช.ว่า จากการตรวจสอบของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ยืนยันว่าทั้ง 7 คนลาถูกต้องตามข้อบังคับ ได้รับการอนุมัติจากประธาน สนช.อย่างถูกต้อง จึงไม่นำมาคิดคำนวณกับการลงมติ และไม่ได้ถูกหักเงินตอบแทนพิเศษ 40,000 บาท ตามข้อบังคับกำหนดเพราะได้ลาอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ตามมาตรา 111 ของร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังรอโปรดเกล้าฯ กำหนดว่าหากขาดประชุม 1 ใน 4 ของจำนวนวันประชุม ถือว่าขาดสมาชิกภาพ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากประธานรัฐสภา จึงถือว่าข้อบังคับของ สนช.เข้มกว่าของใหม่ เมื่อถามว่า ข้อบังคับ สนช.อนุญาตให้สมาชิกลาได้แบบไม่จำกัด หากประธาน สนช.อนุญาต นพ.เจตน์ชี้แจงว่า ถ้าไม่จำเป็นสมาชิกคงไม่ลา เพราะถ้าลาเกินกำหนดจะถูกหักเงินตอบแทนพิเศษ

5 พรรคเล็กโชว์กึ๋นระดมความเห็น

ส่วนความคืบหน้าในการดำเนินการเพื่อเตรียมสร้างการปรองดอง เมื่อเวลา 13.00 น.ที่กระทรวงกลาโหม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองในชุดคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง พร้อมคณะอนุกรรมการฯ ได้เชิญพรรคการเมืองขนาดเล็ก 5 พรรค คือ พรรคทวงคืนผืนป่าประเทศไทย พรรคพลังเครือข่ายประชาชน พรรคพลังสหกรณ์ และพรรคยางพาราไทย เข้าให้ข้อคิดเห็นในแนวทางสร้างความปรองดอง 10 ประเด็น ส่วนพรรคมหาชนจากเดิมที่ตกลงยืนยันเข้าร่วมหารือในวันนี้นั้นได้แจ้งเจ้าหน้าที่ขอเลื่อนนัดออกไปก่อน เนื่องจากติดภารกิจ ส่วนพรรคที่จะเข้าร่วมหารือกับคณะอนุกรรมการฯวันที่ 1 มี.ค.คือพรรคพลังชล จากนั้น พล.ต.คงชีพ ตันตระวานิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองจะแถลงข่าวสรุปรายละเอียดภาพรวมการหารือทั้งหมดอีกครั้ง

สปท.การเมืองชู 10 ข้อปรองดอง

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมพิจารณา รายงานผลการศึกษาการสร้างความปรองดอง ของอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษา รวบรวมความเห็น วิเคราะห์ และสังเคราะห์ประเด็นการแก้ไขความขัดแย้งและการสร้างความปรองดองทางการเมืองว่า เบื้องต้นอนุ กมธ.เสนอแนวทางการแก้ความขัดแย้ง 10 ข้อ ให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วม ยึดหลักกฎหมาย พิสูจน์ข้อเท็จจริง ใครผิดต้องรับโทษ จึงจะไปสู่การให้อภัยให้โอกาส ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลว่าจะใช้กฎหมายพิเศษหรือกฎหมายปกติ ซึ่ง กมธ.การเมืองจะอภิปรายให้รอบคอบอีกครั้งก่อนส่งให้วิป สปท.พิจารณาในวันที่ 2 มี.ค. แต่จะหารืออีกครั้งว่าจะส่งให้ที่ประชุม สปท.พิจารณาก่อน หรือจะส่งไป ครม. และคณะ ป.ย.ป.ที่รับผิดชอบโดยตรง เชื่อว่ารายงานฉบับนี้จะมีประโยชน์ต่อ ป.ย.ป. เป็นมาตรการนำไปใช้ได้ทันทีหรือใช้ควบคู่กับแนวทางอื่นได้

ขอปรับโมเดลก่อนส่งต่อวิป สปท.

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธาน กมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท.เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ในรายงานปรองดองได้ตั้งเป้าหมายความสำเร็จใน 1 ปีนับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติตามแผน มี 6 ภารกิจเพื่อแสวงหาความจริงและแก้ไขเยียวยาความรุนแรงในอนาคต ที่ประชุมเห็นว่าเนื้อหาและบางรายละเอียดควรปรับปรุงให้ชัดเจน จึงยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้ในขณะนี้ กมธ.จะพิจารณาอีกครั้งวันที่ 7 มี.ค. แล้วส่งให้ กมธ.วิสามัญกิจการสภา สปท. (วิป สปท.) วันที่ 9 มี.ค.

ดันตั้ง กก.อำนวยยุติธรรมทางอาญา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื้อหาของรายงานผลการศึกษาการสร้างความปรองดองทางการเมือง ภารกิจของคณะกรรมการเพื่อค้นหาความจริง ต้องศึกษาค้นหาและเปิดเผยต่อสาธารณะ ส่วนการเยียวยาต้องให้ผู้ได้รับผลกระทบ ได้รับการเยียวยาเบื้องต้นตามหลักเกณฑ์ที่มีอยู่ โดยกรรมการเยียวยาของรัฐบาลเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนการอำนวยความยุติธรรม เพื่อไม่ให้ถูกมองว่าเป็นเสือกระดาษ กมธ.จึงเสนอให้ตั้งคณะกรรมการอำนวยความยุติธรรมทางอาญา ตามร่างกฎหมายอำนวยความยุติธรรม

ชพน.ชงแผน 5 ข้อปฏิรูปการเมือง

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา โฆษกพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า ตนเป็นตัวแทนพรรคมายื่นข้อเสนอประเด็นการปฏิรูปการเมืองเพื่อเสนอเป็นแผนยุทธศาสตร์ชาติ ต่อคณะอนุ กมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปการเมืองเพื่อเสนอเป็นยุทธศาสตร์ชาติ ใน กมธ.การเมือง สปท. 5 ข้อคือ 1.ให้มีแผนยุทธศาสตร์ชาติในการพัฒนาระบบพรรค การเมือง ให้เป็นสถาบันทางการเมืองอย่างแท้จริง สมาชิกมีส่วนร่วมกำหนดนโยบายและคัดสรรผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง พรรคการเมืองก่อตั้งง่ายไม่ยุ่งยาก 2.กำหนดให้เลือกตั้งสุจริต ปลูกฝังค่านิยมและวัฒนธรรมการเมืองที่ดีที่ถูกต้องแก่เยาวชน หากทำผิดกฎหมายเลือกตั้งต้องดำเนินการให้เร็ว เฉียบขาด บทลงโทษรุนแรง 3.ควรกระจายอำนาจให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาและพัฒนาท้องถิ่น 4.พัฒนากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเมืองการปกครอง ปรับปรุงกฎหมายที่ไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ของประเทศ ยกเลิกกฎหมายที่หมดความจำเป็นและประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายที่ใช้ 5.เมื่อพ้นช่วงเปลี่ยนผ่าน อยากเห็น ส.ว.มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน เปิดกว้างให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากกว่าการเลือกโดยกลุ่มอาชีพ

เตือนอย่าใช้อำนาจพิเศษพร่ำเพรื่อ

วันเดียวกัน นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษก คสช.ระบุวันข้างหน้าถ้าไม่มีมาตรา 44 ไม่มี คสช.จะอยู่กันอย่างไรว่า อำนาจเบ็ดเสร็จของมาตรา 44 ใช้ได้ในสถานการณ์หนึ่ง ไม่สามารถใช้ได้ตลอดไป เมื่อเข้าสู่ประชาธิปไตยต้องปลุกจิตสำนึกให้อยู่ร่วมกันโดยไม่ต้องใช้อำนาจพิเศษควบคุม ส่วนกรณีที่มีบางฝ่ายบอกว่า คสช.กำลังเสพติดอำนาจมาตรา 44 นั้น ตนว่าคงไม่ขนาดนั้น แต่ไม่ควรใช้อำนาจพิเศษพร่ำเพรื่อ ควรใช้กฎหมายปกติก่อน แม้จะล่าช้าไม่เด็ดขาด แต่ใช้แล้วไม่เสียหาย เพราะเป็นกติกาเดียวกับที่สังคมโลกใช้และยอมรับ จึงต้องฝึกให้คนอยู่ได้ด้วยกติกาเดียวกันของสังคมโลก ทั้งนี้ เข้าใจว่าแต่ละคนมีวิธีการไม่เหมือนกัน ทหารอาจถูกฝึกให้อยู่ในระบบ มีระเบียบที่เด็ดขาด ไม่ใช่ระบบปกติ เราต้องเข้าใจและยอมรับ เพราะ คสช.เข้ามาด้วยอำนาจพิเศษจึงต้องใช้อำนาจพิเศษ แต่ยืนยันขอให้ใช้เท่าที่จำเป็น

ไฟเขียวแก้ ก.ม.เอาผิด ขรก.ย้อนหลัง

เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัต ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่า ครม.เห็นชอบและอนุมัติหลักการในการแก้กฎหมายที่คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เสนอ ให้แก้กฎหมาย 5 ฉบับ ประกอบด้วย พ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือน พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ และ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา โดยได้แก้ไขหลักเกณฑ์การดำเนินวินัยอย่างร้ายแรงกับข้าราชการประเภทต่างๆ ในกฎหมาย 5 ฉบับนี้ แต่ไม่ได้รวมเจ้าหน้าที่ในรัฐวิสาหกิจ ทำให้หน่วยงานต้นสังกัดสามารถดำเนินการทางวินัยกับข้าราชการในสังกัดที่พ้นจากราชการไปแล้วก็ได้ หากมีความผิดเป็นมูลเหตุในการกล่าวหาว่ากระทำความผิดวินัยอย่างร้ายแรง เกิดขึ้นระหว่างที่ผู้ถูกกล่าวหายังคงรับราชการอยู่ จะต้องเริ่มภายใน 1 ปี นับตั้งแต่คนนั้นพ้นจากราชการแล้ว และหากว่ามีกรณีที่จะต้องลงโทษต้องดำเนินการภายใน 3 ปี นับตั้งแต่พ้นราชการแล้ว

“ศานิตย์” ยันไม่ได้นั่งกุนซือไทยเบฟ

นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวภายหลังการประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินว่าที่ประชุมได้พิจารณาหนังสือชี้แจงของ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. และ สนช. กรณีถูกกล่าวหาว่ารับเงินเดือนที่ปรึกษาจากบริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่ปี 58 จนถึงปัจจุบัน เดือนละ 50,000 บาท เข้าข่ายความผิดต่อจริยธรรม และกฎหมายคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พร้อมกับหนังสือชี้แจงของบริษัทไทยเบฟฯ โดย พล.ต.ท.ศานิตย์ชี้แจงว่า ไม่ได้เป็นที่ปรึกษา ไม่มีการรับเงิน ส่วนที่ถูกระบุว่ามีการแจ้งว่าได้รับเงินดังกล่าวไว้ในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. อาจจะมีความผิดพลาด เพราะได้ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการเตรียมเอกสารและยื่นให้ โดยไม่ได้ทำด้วยตัวเอง ขณะที่บริษัทไทยเบฟฯ ชี้แจงว่า ไม่ได้จ้าง พล.ต.ท.ศานิตย์เป็นที่ปรึกษาของบริษัทฯ ทั้งนี้ ทาง ป.ป.ช.ยังไม่ได้ส่งสำเนาหนังสือรายละเอียดชี้แจงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ พล.ต.ท.ศานิตย์ ที่ผู้ตรวจการฯขอไป ต้องรอดูเอกสารก่อนจะชี้ถูกผิด

ครม.เท 1.7 แสนล้านสยบเลิก 30 บาท

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ผู้ช่วย รมว.พาณิชย์ แถลงผลการประชุม ครม.ว่า ที่ประชุม ครม.อนุมัติงบประมาณสำหรับหลักประกันสุขภาพแห่งชาติประจำปี 2561 และกรอบงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติปี 2562 ตามที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เสนอ วงเงิน 172,861,301,800 บาท และงบบริหารจัดการ สปสช. 1.8 พันล้านบาท เพิ่มจากปี 2560 จำนวน 7 พันล้านบาท โดยมีประชากรผู้ใช้สิทธิ 48,797,000 คน การอนุมัติงบประมาณดังกล่าวเป็นการยืนยันว่าไม่มีการล้มโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคตามที่มีข่าวลือ

“ไก่อู” ปัดไม่รู้ รบ.จ่อรีดภาษีน้ำเมา

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวรัฐบาลมีแนวคิดจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มว่า ตนไม่ทราบรายละเอียดและข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว และที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 28 ก.พ. ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ เมื่อถามว่า อาจยังอยู่ในขั้นตอนศึกษาของกรมสรรพสามิตหรือไม่ พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า “ไม่รู้เหมือนกัน แต่เมื่อเช้าฟังข่าวผ่านทางวิทยุ ยังนึกว่ามันออกมาเป็นกฎกติกาแล้ว ผมไม่รู้เรื่องนี้เลย”

“วีระศักดิ์” ยันไทยหนุนสิทธิมนุษยชน

ที่สำนักงานสหประชาชาติ นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ วันที่ 27 ก.พ. (ตามเวลาท้องถิ่น) นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล รมช.ต่างประเทศ เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชอาร์ซี) โดยนายวีระศักดิ์ ขึ้นกล่าวถ้อยแถลงเสนอแนะแนวทางการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน 5 ข้อ คือ 1.ปลูกฝังค่านิยมและส่งเสริมทัศนคติที่ดีต่อการเคารพสิทธิมนุษยชน 2.ใช้สื่อสังคมออนไลน์และเทคโนโลยีให้ความรู้แก่สาธารณชนเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน 3.ภาครัฐควรทำงานร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในสังคม 4.ส่งเสริมการหารือและแนวทางที่สร้างสรรค์ในเวทีเอชอาร์ซี และ 5.แลกเปลี่ยนประสบการณ์และความช่วยเหลือซึ่งกันและกันเพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน โดยได้กล่าวถึงนโยบายต่างๆของรัฐบาลที่สะท้อนถึงการส่งเสริมแนวทางทั้ง 5 ประการ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ผ่านประชามติได้เน้นย้ำถึงหลักสิทธิเท่าเทียมกัน การคุ้มครองตามกฎหมาย การไม่เลือกปฏิบัติ การห้ามทรมานและเสรีภาพการนับถือศาสนา

ย้ำไฟฟ้าถ่านหินเริ่มนับหนึ่งใหม่

เมื่อเวลา 15.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงการทำอีเอชไอเอโรงไฟฟ้าถ่านหินว่า ให้นโยบายไปแล้วว่าต้องไปทบทวนใหม่ เริ่มตั้งแต่การเปิดเวทีสร้างความเข้าใจในเรื่องพลังงาน ไม่เช่นนั้นจะเริ่มด้วยการทะเลาะกันทุกครั้ง เพราะไม่ใช่มีผลกระทบเรื่องไฟฟ้าเฉพาะที่ จ.กระบี่ เท่านั้น ต้องสร้างโรงไฟฟ้าอีก แต่จะสร้างอย่างไรต้องดูว่าอะไรดี ปลอดภัย ที่จะรองรับการขาดแคลนไฟฟ้า เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน การทำอีไอเอ และอีเอชไอเอ เพื่อให้เกิดความมั่นใจให้ยุติทั้งหมด แล้วไปทำใหม่ ให้ทุกภาคส่วนเข้าไปมีส่วนร่วม เป็นการทำตามกฎหมายใหม่ ขอร้องอย่าเปิดประเด็นใหม่กันอีกเลย จะทำให้สับสน

จี้ สนพ.เร่งหามาตรการสำรอง

วันเดียวกัน ที่กระทรวงพลังงาน มีการประชุมผู้บริหารระดับสูง มีนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงานเป็นประธาน เพื่อหารือหลังมีคำสั่งนายกรัฐมนตรีให้ศึกษาการจัดรายงานผลการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และรายงานผลการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ) ของโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดกระบี่ ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ใหม่ โดยนายอารีพงศ์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ไปหามาตรการรองรับและเตรียมจัดทำแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (พีดีพี 2015) หรือปี 2558-2579 ใหม่ หากการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่เกิดความล่าช้าออกไป เพื่อเตรียมเสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งต่อไป นอกจากนี้ยังให้ศึกษาผลกระทบและปรับแผนรองรับหากโรงไฟฟ้าดังกล่าวไม่สามารถเกิดขึ้น โดยทำแผนสำรอง 2 และ 3 มารองรับ

“บิ๊กตู่” ถก คสช.ลังเลงัด ม.44 เคลียร์ปัญหาอีพาสปอร์ต-รถเมล์ ขสมก. ลั่นไม่ยอมแพ้ ไม่ลืมตัว ทำอะไรแล้วมีปัญหาก็ขอโทษ สั่ง สตง.สอบงบฯบินดูงาน ตปท. ตีกรอบให้ชัดเจน ยัน “อุตตม-สนธิรัตน์” พร้อมแจงถือหุ้นเกิน 5 เปอร์เซ็นต์ ผิด ก.ม. 1 มี.ค. 2560 08:13 ไทยรัฐ