วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลูกตุ๊ดรับได้ โบ ท้าเต้นฮิพฮอพระดับโลก!

หลังแต่งงานหวานชื่น ฉ่ำแฉะสุขทะลักล้นมาได้สักพัก ล่าสุดดีเจหนุ่มหน้ามน โบ ธนากร ชินกูล กำลังทำงานตัวเป็นเกลียวเลยทีเดียว เพราะใฝ่ฝันไว้ว่าอยากจะมีลูกน่ารักเอาไว้หยอกเล่นๆ แต่ยังติดภารกิจหนักอยู่ เรื่องสร้างบ้านให้เมียสวยใส พิม พิม์ภัชญา กับลูกน้อยในอนาคต จะได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา ตั้งใจไว้แล้วอีกไม่กี่ปีรับรองว่า บ้านสุดหรูหราจะเสร็จเรียบร้อยแน่! แต่ตอนนี้ขอขยันทำงานไปก่อน ทั้งงานในวงการและบทบาทใหม่เอี่ยมอ่องอรทัย ในฐานะผู้จัดเวทีประกวดเต้นฮิพฮอพในชื่อว่า ฮิพฮอพอินเตอร์เนชั่นแนลไทยแลนด์ Hip Hop International Thailand (HHI) (www.hiphopinternational.com) ที่เยาวชนไทยเคยไปเต้นระเบิดแรง สร้างชื่อคว้าอันดับ 5 ของโลกมาแล้วเมื่อปีที่แล้ว 2016 ที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา (คลิกดู)

ได้เวลาไปตามติดชีวิตหนุ่มโบกันแล้ว...แต่งงานมาหลายเดือนแล้ว ชีวิตตอนนี้เป็นไงบ้าง? “ชีวิตตอนนี้ก็แฮปปี้ดีครับ หมายถึงว่ามันก็ยังเร็วอยู่เนอะ ก็เพิ่ง 3 เดือนเอง ก็ราบรื่นดีครับ ถามเหมือนชีวิตหลังความตายเลยเนอะ (หัวเราะสนุก) ก็ยังเหมือนเดิมครับ เหมือนตอนก่อนแต่ง เพราะว่าตอนนี้เรายังไม่ได้มีลูก การใช้ชีวิตเหมือนเดิม ผมก็ทำงานเหมือนเดิม ตอนนี้เขาก็ทำธุรกิจขายของออนไลน์ แต่ก็ยังดูแลชีวิตกันเหมือนเดิมครับ มันอาจจะเปลี่ยนเยอะหน่อย ที่เราได้ใช้เวลาด้วยกันเยอะขึ้น แต่ว่าส่วนใหญ่ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมาก ผมคุยๆ กับแฟนว่าอยากจะมีลูกอีกสักปีหรือปีครึ่ง ตอนนี้ก็ทำบ้านอยู่ ก็เลยว่าเอาเป็นอย่างๆ ไป ถ้าเริ่มมีลูกช่วงนั้น อาจจะมาคิดแล้วว่า น่าจะมีความแปลกเยอะหน่อย ตอนนี้ไม่ค่อยเท่าไรครับ”

จัดการเรื่องบ้านถึงไหนแล้ว? “ยังไม่ถึงไหนเลย มีแค่ที่ดินอย่างเดียว คือที่ผมซื้อไปตั้งแต่ประมาณต้นปีที่แล้ว แต่ว่ายังไม่มีโอกาสที่จะลงทุนทำบ้าน เพราะว่าจริงๆ แล้ว ตัวบ้านผมเรียกผู้รับเหมามาออกแบบวางแปลนไว้แล้ว พอออกแบบแปลนเสร็จแล้วก็หยุดไว้ก่อน เพราะว่าเอาเงินมาลงกับงานแต่งก่อน ค่อยๆ ทำเป็นทีละอย่าง จบงานแต่งตอนนี้ก็ค่อยกลับมาทำบ้าน ก็จะใช้เวลาออกแบบ ผมว่า...จะอยู่ประมาณสัก 4 – 5 เดือน ถึงจะเริ่มลงเสาเข็มก็คงใช้เวลานานกว่าปีครึ่งนะ ผมว่าจริงๆ จะมีลากยาวไปถึง 2 ปี แต่ผมแค่คิดว่าสักปีหนึ่งก่อนบ้านเสร็จ ถ้าเราพร้อมจริงๆ ก็น่าจะมีพร้อมกับบ้านไปแหละ แต่ตอนนี้อยากจะทำบ้านก่อน ค่อยๆ ไปทีละอย่าง”

บ้านหลังนี้คาดงบประมาณไว้เท่าไร? “หลังเท่าไรราคาคร่าวๆ น่ะเหรอ จริงๆ วางไว้ก็อยากให้ถูกที่สุด เราไม่ได้อยากใช้เงินเยอะหรอก ยังไงก็ต้องกู้ครับเท่าที่ดู คุยๆ กับแฟนจะพยายามหาเงินมาโปะ หรือว่าหาเงินดาวน์ให้มันเยอะที่สุดเท่าที่เราจะไหว ไม่อยากจะเสียดอกเบี้ยเยอะ ทางคุณพ่อคุณแม่แฟนก็ไม่อยากให้มาเสียดอกเบี้ยเยอะ เพราะว่าเสียดายเงินก็เลยคิดว่า เดี๋ยวรอพร้อมให้มีเงินก้อนแล้วให้สภาพเงินมันคล่องที่สุดเมื่อไรก็เริ่มลงเลย ก็จะได้แบบไม่ต้องไปเสียดอกเบี้ยกันอย่างนี้อ่ะ”

บ้านเสร็จแล้วกะมีลูกต่อเลย? “ก็วางแผนเอาไว้อย่างที่บอก เดี๋ยวบ้านใกล้ๆ เสร็จก็คงจะได้เริ่มคิด อีกสักประมาณปีหรือปีครึ่งอย่างนี้ครับ ส่วนตัวผมกับแฟนชอบเด็กครับแต่ว่าเรายังไม่รู้ว่าพอถึงเวลาที่ต้องมีจริงๆ เราต้องอยู่กับเขาตลอด ก็เลยขอเตรียมความพร้อมกว่านี้นิดหนึ่ง ตอนนี้ก็คงเป็นเรื่องบ้าน เพราะบ้านมันเริ่มแบบลงตัวว่ามีทิศทางที่ชัดเจนเมื่อไร ก็ค่อยมาคุยเรื่องลูกต่อ อยากมีลูก 2 คน เราก็คุยกันละเอียดแล้วจริงๆ เรื่องนี้พอมันใกล้ที่ต้องมี มันก็คงมีการต้องเตรียมตัวมากขึ้นกว่านี้ ทั้งตัวแฟนผมเอง แต่ว่าเดี๋ยวค่อยคิดอีกทีว่าต้องทำอะไรยังไงบ้าง ตอนนี้ไม่รู้เรื่องเลย

“ผมเคยคิดว่าเด็กผู้ชายน่ารักดี แต่พอมีหลานสาวก็ดี เลยอยากได้ลูกสาวคนแรก ผมเองเป็นน้องคนเล็กด้วย ก็คิดว่ามีพี่สาวมันดี คิดเองนะว่าพี่สาวมันอ่อนโยน ผู้หญิงคนโตจะดูแลพ่อแม่ได้ดีกว่าหรือเปล่า จะสามารถดูแลน้อง ไม่รังแกน้องมากอะไรอย่างนี้ นี่คิดเอง แต่ถึงเวลามาจริงๆ อะไรก็มาเถอะ เคยคุยกับแฟนว่าต่อให้ลูกเป็นตุ๊ดก็ไม่ได้เป็นปัญหา เพราะเพื่อนตุ๊ดเราเพื่อนเกย์เราก็ดูแลพ่อแม่ดีมาก เราเลยรู้สึกว่าจะเป็นอะไรก็เป็นเถอะลูก ขอแค่ดูแลตัวเองได้ก็พอแล้ว เรื่องลูกไม่ซีเรียส จะซีเรียสที่ว่ามันไม่มีลูกมากกว่า ถึงเวลาอยากมีแล้วมันไม่มีนั่นแหละ ก็อยากมีครับ”

พ่อแม่ว่ายังไงบ้างเรื่องหลาน? “พ่อแม่ฝั่งผมโชคดีที่มีหลานแล้ว แต่ฝั่งแฟนผมยังไม่มีหลาน ก็คงอยากให้มี เพราะว่าเขาเองก็ใกล้เกษียณแล้ว ถ้ามีลูกก็คงจะดี มีเด็กเล็กๆ ให้เขามาดูแล ให้เขามาเล่นด้วยอะไรอย่างนี้” ยังมีมุมหวานๆ อยู่มั้ยหลังแต่งงานไปแล้ว? “ไม่ค่อยครับ ผมกับแฟนตอนก่อนแต่งก็ไม่ค่อยมุ้งมิ้งนะ ผมไม่ค่อยมุ้งมิ้งไง ก็คือคุยเล่นกันตามปกติ มันจะไม่ค่อยมีประโยคหวานๆ ผมคุยกับแฟนตลอด เวลาคุยกันจะชอบแซวมากกว่า ไม่คุยอะไรหวานๆ ชอบคุยเล่นมีด่าเขาเล่นๆ เพราะเขาเป็นคนหัวเราะง่าย ด่าเขาแซวเขาก็โอเคแล้วครับ เขาเป็นแบบไม่โรแมนติกไม่มุ้งมิ้งครับ”

แล้วตอนนี้เห็นว่าให้แฟนดูแลบ้านเต็มตัว? “ก็ตอนนี้แฟนผมออกจากงานมาสองปีแล้ว ก็เลยให้อยู่ดูแลบ้าน แต่ก็ไม่ใช่ให้มาเป็นแม่บ้านอะไรแบบนั้น เพียงแต่ว่าจะดูแลเรื่องอาการ เขาเองก็ไม่ใช่คนขอบทำอาหาร แต่พอเขารู้ว่าเราชอบกินอะไร ก็จะไปเรียนมาทำให้กิน เวลาวันว่างๆ เขาก็ช่วยดูแลบ้านบ้าง เราไม่ได้ต้องการให้เขามาเป็นแม่บ้าน พอเขาลงมือทำเราก็รู้สึกดี เขามีความเป็นระเบียบมากกว่า มาจัดของให้ เราก็รู้สึกดีเหมือนกันที่มีคนมาช่วยดูแล ถึงจะไม่ได้ดูแลขนาดแม่บ้านเลย แค่นี้ก็เกินความคาดหมายเราแล้วครับ (ยิ้ม)”

แฟนเราเรียนทำอาหารเพื่อเรา เราเองทำอะไรเพื่อแฟนเราบ้าง? “ผมไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ตอนนี้ก็พยายามจะเป็นก็คือเรื่องอารมณ์ เพราะบางทีเราหงุดหงิดง่าย พอเป็นแบบนั้นผมชอบอยู่คนเดียว แล้วตอนนี้คือรู้แล้วว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียวไง ก็เลยมีโมเม้นต์ที่เขาต้องรับรู้ด้วย ซึ่งเราก็พยายามปรับความรู้สึกตัวเอง ก่อนเข้าบ้านก็จะพยายามลืมๆ เรื่องเครียดๆ ไม่อยากให้เขารู้สึกไม่ดีด้วย เพราะว่าตอนนี้เราใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแล้วนะ ทำอะไรมันมีผลกระทบถึงกันหมด เราไม่สบายใจ เขาก็ไม่สบายใจ เพราะฉะนั้นเวลามีเรื่องเครียด หรือว่าเรื่องไหนที่ไม่พอใจเขา อะไรที่อะลุ่มอล่วยได้ก็ทำ แต่ตอนนี้อย่างที่บอกว่าเพิ่งแต่งงาน 3 เดือนเองมันยังเร็วไป

“หลักในการใช้ชีวิตคู่ของผมก็คือ อะไรมันไม่ดีเราจะไม่ทำ ถ้าทะเลาะกันจะไม่ทิ้งไว้เกินวัน ผมเชื่อว่าอยู่ด้วยกันต้องมีเรื่องไม่พอใจอยู่แล้ว เพราะต่อให้คบกันนานแค่ไหน แต่พอมาอยู่ด้วยกันมันก็ต้องจูนอยู่แล้ว นิสัยคนเราไม่เหมือนกัน พยายามอดทนเยอะๆ อันที่ไม่ไหวหรือรับไม่ไหว เราก็เดินออกมาก่อน แต่อย่าทิ้งไว้เกินวันสำหรับผม เพราะถ้าทิ้งไว้นานเกิน เราอาจหลงลืมไปบ้าง มันอาจไม่ได้คุยกับประเด็นที่เราไม่สบายใจจริงๆ เพราะฉะนั้นถ้ามันไม่สบายใจเช้าหายไปทั้งวัน อย่างน้อยเย็นก็ต้องกลับมาคุยกัน อะไรที่เป็นเรื่องเล็กน้อยก็ปล่อยผ่านไป แค่นี้เองครับ”

ตอนนี้ยังต้องทำงาหนักอยู่มั้ย? “รับงานทุกอย่างครับผมตอนนี้ แต่ปกติผมก็ทำทุกอย่างอยู่แล้วครับ หมายถึงว่าจริงๆ งานตอนนี้มันก็ยังโอเคนะครับ มันก็ไปได้ดีไปเรื่อยๆ ตอนนี้ก็มีงานดีเจ งานพิธีกร ซึ่งมีอะไรก็ทำหมด อย่างล่าสุดตอนนี้ผมก็มีงาน HHI ที่ทำกับน้องๆ อยู่ ซึ่งจริงๆ งานนี้มันเป็นงานที่จัดขึ้นมาเป็นปีที่ 3 สำหรับผมแล้วแหละ แต่ว่ามันเป็นปีที่ 5 ของน้องๆ ทีม HHI (ฮิพฮอพ อินเตอร์เนชั่นแนล ไทยแลนด์ Hip Hop International Thailand) ซึ่งมันเป็นการแข่งเต้น จริงๆ ของทีม HHI

“ต้องเล่าให้ฟังก่อนเป็นเวทีการประกวดแข่งเต้น ถามว่ามันแตกต่างจากการแข่งเต้นอื่นๆ ในประเทศไทยยังไง ก็เพราะว่าการแข่งเต้นอันนี้ กฎกติกาทุกอย่าง มันเริ่มต้นมาจากอเมริกาครับ ก็มีคุณเอียนส์ ซึ่งเป็นตัวตั้งตัวตีจัดงานนี้ขึ้นมา เริ่มแรกมีขึ้นที่อเมริกา พอมันผ่านระยะเวลาไปสักพัก ฮิพฮอพจริงๆ มันกระจายไปทั่วโลกแล้ว มันไม่ใช่เฉพาะในอเมริกา ในเอเชียเราเองก็มี เกาหลีก็มี หลายๆ ประเทศเลย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ ลาว พม่า ฯลฯ เขาก็เต้นกันนะ เราก็มีทีมบีบอยคนที่ชอบเต้นฮิพฮอพอย่างนี้ครับ

“HHI (ฮิพฮอพ อินเตอร์เนชั่นแนล Hip Hop International) มันจะเป็นเวทีของการแข่งเต้นในสายฮิพฮอพ จะมีทั้ง Popping, Breakdance มีหลายๆ อย่าง แต่ที่เราเน้น เราจะเน้นประเภททีมครับ ทีมก็จะมีหลายทีม ทั้งทีมรุ่นใหญ่ ทีมรุ่นเด็ก จูเนียร์ รุ่นอายุ 13 - 18 ปี ซึ่งความเจ๋งก็คือคนที่เป็นกรรมการงานนี้ได้ จะต้องผ่านการอบรมโดยกรรมการที่เป็นคนอเมริกาก่อน หรือบางคนอาจจะเป็นชาติอื่นที่เขาผ่านการอบรมมาก่อนหน้านี้ เป็นรุ่นต่อรุ่นแบบนี้

“ทุกปีคนที่จะมาเป็นกรรมการต้องมาอบรมเพิ่ม เพราะกฎกติกามันจะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดครับ แล้วกรรมการก็ไม่ได้จะเป็นเฉพาะในเมืองไทยนะ ถ้ากรรมการในเมืองไทยอยากจะเป็นกรรมการระดับอินเตอร์ ต้องการไปตัดสินที่ต่างประเทศได้จะต้องไปเรียนเพิ่ม หมายถึงจะต้องไปเรียนเพิ่มในเรื่องของการเป็นกรรมการ ซึ่งมันทำให้เรารู้สึกว่า พอมันมีแบบแผนที่ชัดเจนแบบนี้แล้ว ทุกประเทศก็มีกลุ่ม HHI
(ฮิพฮอพ อินเตอร์เนชั่นแนล Hip Hop International) เป็นของประเทศตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น ฟิลิปปินส์ ลาว ฯลฯ เขาก็จะมีกฎกติกาเดียวกันทั้งโลก เพราะฉะนั้นเราก็จะสามารถลิงก์ไปได้ทุกประเทศทั่วโลก หลังจากเราได้แชมป์ในประเทศไทยแล้ว คนที่ได้แชมป์อาจจะเป็นที่ 1 ถึงอันดับที่ 3 ในแต่ละปี แต่ละรุ่นก็จะได้สิทธิ์

“โดยคุณมิกซ์ (ทฤฆมน ยอดจันทร์) ที่ถือลิขสิทธิ์ไลเซนซ์เจ้าเดียวในประเทศไทย ที่จะส่งเด็กเหล่านี้ในประเทศไทยไปที่อเมริกาได้ เราก็เลยรู้สึกว่ามันดีจัง พอปีแรกที่มีโอกาสได้ไปเจอพวกน้องๆ ที่เขาแข่งเต้น เห็นพวกน้องๆ แล้วเรารู้สึกว่าควรที่จะต้องสนับสนุน น้องๆ เป็นเด็กไทยเองก็เก่งมาก!!! เรารู้สึกว่าเก่ง เพราะว่าเขาไม่ได้มีสื่อโปรโมตอะไรเยอะ สื่อเดี๋ยวนี้มันมีอินเทอร์เน็ตก็จริง แต่ว่ามันไม่ได้มีประเทศไทยกับอเมริกา ความฮิพฮอพอเมริกามันชัดเจนกว่าเราอยู่แล้ว เราเองก็เหมือนห่างฮิพฮอพ แต่ว่าน้องๆ มีความสามารถมากๆ

“โดยเฉพาะที่เห็นน้อง 7 ขวบ 10 ขวบ เขาเต้นได้เก่งขนาดนี้!!! ถ้าส่งเสริมดีๆ เขาต้องไปได้ไกลมากๆ แน่ๆ เพราะฉะนั้นเราเลยรู้สึกว่า อยากจะมีโอกาสได้มาทำ HHI (ฮิพฮอพ อินเตอร์เนชั่นแนล ไทยแลนด์ Hip Hop International Thailand) ตรงนี้ก็เลยมาร่วมงานกับน้องมิกซ์ ก็ได้ร่วมงานกันเป็นปีที่ 3 แล้วครับ เลยอยากจะปั้นให้มันดีขึ้น ทำให้ดีขึ้นในที่นี้หมายถึงว่า ดีขึ้นในการที่จะมีเงินสนับสนุนมากขึ้น เพื่อช่วยเหลือน้องๆ หลายๆ กลุ่มให้เขาได้มีโอกาสบินไปแข่งที่อเมริกามากขึ้น เพราะว่าตอนนี้เราสนับสนุนได้แค่ทีมเดียวจริงๆ จากทั้งหมด 9 ทีม 10 ทีม

“เข้าได้สิทธิ์ก็จริง แต่ว่าตอนที่ผมเริ่มมาทำ ผมก็มีการรีเสิร์ชเรียกน้องๆ มานั่งคุยกันอย่างนี้ พอได้เข้าไปคุยก็เจอคุณพ่อคุณแม่เขา ก็เลยรู้ว่าปีก่อนน้องได้ไปแข่งนะ แต่ได้ไปเพราะว่าเอาบ้านไปจำนอง เราก็เริ่มคิดว่าการที่ได้ไป แต่ว่าต้องเสี่ยงขนาดนี้มันใช่หรือเปล่า ตามความฝันแต่ว่าคนทางบ้านไม่รู้เลยว่ามันคุ้มหรือเปล่า ที่เด็กกลุ่มหนึ่งต้องทำขนาดนี้ โอเคประสบการณ์มันหาไม่ได้หรอกนะ แต่ว่าการที่คนทั้งครอบครัวจะต้องมาลงทุนขนาดนี้ ผมว่าถ้าเราสามารถที่จะช่วยเหลือเขาได้ดีกว่านี้ โดยที่เขาไม่ต้องไปลำบากก็น่าจะดีนะ อีกอย่างเราไม่ได้อยากจะแค่ช่วยอย่างเดียว ตัวงานเองเราก็รู้สึกว่ามันโตได้ด้วยตัวของมันเองอยู่แล้ว ซึ่งเราเห็นว่าทีมนี้เขาทำงานไม่ได้เอาผลประโยชน์เป็นตัวตั้ง เขาทำเพราะว่าเขารักการเต้นจริงๆ น้องมิกซ์ที่ผมพูดถึงเขาก็เป็นนักเต้นมาก่อน พอมันมาอยู่กันแล้วก็รู้สึกว่าเป็นพี่เป็นน้องกัน
เราก็เห็นตรงกันว่าเอาเงินมาลงตรงนี้ก่อน ทำให้มันสำเร็จ

“ก่อนที่จะมาพูดเรื่องของเงินที่จะมาแบ่งกัน ผมเองก็ทำมาเป็นปีที่ 3 ผมก็อยากจะส่งข่าวให้คนรู้จักเยอะๆ อยากให้คนมาสมัครเยอะๆ เพราะว่าตอนนี้ที่เรารู้ก็คือหลายๆ จังหวัด เขามีกลุ่มเต้นกันเยอะมาก แต่ว่าบางที่เขาก็ไม่รู้ว่า การที่เขามาที่นี่มันคุ้มหรือเปล่า ไหนจะเรื่องของค่าใช้จ่ายการเดินทาง แล้วบางทีก็ต้องแข่งหลายวัน เขาต้องมาพักที่กรุงเทพฯ ด้วย บางคนก็ไม่ได้มีกำลังในตรงนี้ เขาเก่งแต่ไม่มีเงินมาแข่ง หรือแข่งเสร็จแล้วยังไงต่อ เขาจะเอาเงินจากไหนไปแข่งต่อที่อเมริกาอย่างนี้ ก็เลยอยากจะโปรโมตงานของเราให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น อย่างน้อยคนมาร่วมงานมาซื้อของในงานเรา แค่คนละชิ้นสองชิ้นมันก็เป็นเงิน ที่จะสามารถเอามาหล่อเลี้ยงทีมงาน ให้สามารถจัดงานให้มันใหญ่ขึ้นงานสเกลที่มันดีขึ้น อีกอย่างกรรมการที่เป็นต่างชาติ ทุกอย่างมันมีค่าใช้จ่ายทั้งนั้น อยากจะได้กรรมการที่เขาเจ๋งจริงๆ เพราะว่านักเต้นเมืองไทยเขาไม่ธรรมดานะ เขาไม่สนใจนักเต้นที่ร้องเก่งเต้นเก่ง มันต้องนักเต้นที่เขาเต้นจริงๆ แทบไม่มีเลยในเมืองไทย เราเลยอยากได้คนที่มีความสามารถตรงนี้มา เพื่อจัดเวิร์คชอปเพื่อหารายได้ และก็ได้น้องมิกซ์นี่แหละครับมาช่วยตรงนี้ ซึ่งก็เป็นที่มาว่าทำไมถึงได้ร่วมงานกัน

“ในปีนี้ HHI (ฮิพฮอพ อินเตอร์เนชั่นแนล ไทยแลนด์ Hip Hop International Thailand) กำลังจะจัดขึ้นมาอีกครั้งในช่วงเดือนมษายน หลายคนที่รู้ข่าวแล้ว และอีกหลายคนที่ยังไม่ทราบ ก็อยากจะแจ้งว่า ตอนนี้ก็เข้ามาดูที่เว็บไซต์ของเราก่อนได้ครับ www.facebook/HHIThailand.com เข้ามาคลิกไลค์ไว้ก่อนได้ ซึ่งเราเองก็อยากได้แรงสนับสนุนที่มากขึ้น แบบไม่ต้องออกแรงมาก แต่อยากให้ช่วยกัน แล้วอีกอย่างทีมของน้องมิกซ์ เป็นทีมที่ทำงาน 90% ผมเองอาจจะเป็นแค่ 1% เองด้วยซ้ำ

“เราทำงานมาก็มาก แต่ในพาร์ตของการเป็นกึ่งๆ ผู้จัดเอง เราได้เห็นหลายๆ อย่าง เราเองก็อยากให้เด็กกลุ่มนี้มีโอกาสมากขึ้นด้วยครับ เพราะฉะนั้นก็อยากให้มาดูกัน HHI Thailand (ฮิพฮอพ อินเตอร์เนชั่นแนล ไทยแลนด์ Hip Hop International Thailand) เข้าชมฟรี!!! จริงๆ แล้ววันงานก็อยากให้มากันเยอะๆ ใครที่ชอบเต้น แต่ไม่รู้ว่าการเต้นแบบนี้แตกต่างจากแบบอื่นยังไง ผมจะบอกว่าเล่าไปแล้ว เราจะไม่เห็นภาพ เท่ากับมาเห็นด้วยตัวเองครับ”.

หลังแต่งงานหวานชื่น ฉ่ำแฉะสุขทะลักล้นมาได้สักพัก ล่าสุดดีเจหนุ่มหน้ามน โบ ธนากร ชินกูล กำลังทำงานตัวเป็นเกลียวเลยทีเดียว เพราะใฝ่ฝันไว้... 28 ก.พ. 2560 16:38 ไทยรัฐ