วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ต้องดับปัญหาที่เหตุ

โดย สายล่อฟ้า

ต้องใช้เวลา...แต่ก็ต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน

มีคำถามว่าการดำเนินการเพื่อจัดการกับวัดพระธรรมกายนั้นจะเอาแค่จับตัว “ธัมมชโย” ได้แล้วเลิกราต่อกัน หรือจะต้องสังคายนาลัทธิธรรมกายและวัดให้เรียบร้อย

เป็นคำถามที่ต้องคิดและไตร่ตรองให้รอบคอบรอบด้านเพื่อหาคำตอบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมันแค่ “ธัมมชโย” เท่านั้นหรือ? เมื่อจับได้ก็จบกระนั้นหรือ?

เพราะทุกวันนี้แม้เจ้าหน้าที่รัฐจะเข้าไปควบคุมพื้นที่ด้วย ม.44 แต่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นมันสะท้อนให้เห็นว่าไม่ได้เกรงกลัวอำนาจพิเศษแม้แต่น้อย

การต่อสู้ด้วยวิธีการที่แยบยลจนทำให้ไม่สามารถควบคุมได้อย่างแท้จริง

แม้กระทั่งการขอตรวจค้นบางพื้นที่ก็ยังไม่ยอมด้วยกลไกโล่มนุษย์ ทั้งพระฆราวาส ทั้งๆที่รู้ดีว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

อีกด้านหนึ่งก็บอกว่าไม่ได้อยู่ในวัดแล้ว แต่ก็ไม่ยอมให้ปฏิบัติหน้าที่

วันนี้มีความพยายามที่จะสร้างกระแสเพื่อสะท้อนให้โลกเห็นว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่นั้นไม่ต่างไปจากการทำลายพุทธศาสนาเรียกร้องให้ยกเลิก ม.44

ยิ่งสถานการณ์ผ่านพ้นไปเรื่อยก็ยิ่งเห็นความจริงว่ามีการปลุกระดมพระจากจังหวัดต่างๆ แล้วยังพบอีกว่ามีการให้ “พระปลอม” เข้ามาร่วมเพื่อสร้างแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง

แสดงว่าการบริหารจัดการของวัดพระธรรมกายนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องให้ “ธัมมชโย” ถือธงนำหน้าแต่มีทีมงานที่จะดำเนินการแทนได้

เพื่อดำรงไว้ซึ่ง “ลัทธิธรรมกาย” ให้อยู่คู่ประเทศไทยต่อไป

“ธัมมชโย” จึงเป็นเพียงแค่ “สัญลักษณ์” ในการต่อสู้เท่านั้น

ตรงนี้จึงตอบคำตอบได้ว่าจะยุติแค่จับตัว “ธัมมชโย” ได้เท่านั้นจึงไม่น่าจะใช่ แต่ต้องให้ความหมายที่กว้างไปกว่านั้นคือการจัดการรื้อทั้งขบวนการ

การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ได้ใช้อำนาจ ม.44 ให้นายพนม ศรศิลป์ พ้นจากตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และให้ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้บัญชาการสำนักคดีภาษีอากร ดีเอสไอ ดำรงตำแหน่งแทน

ถือว่ารัฐบาลเดินมาถูกทางเพื่อแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด

ที่ว่าอย่างนี้ก็เพราะครั้งที่นายพนมดำรงตำแหน่งสำคัญนั้นคงได้เห็นแล้วว่าไม่ได้ทำหน้าที่เพื่อแก้ไขปัญหานี้ในฐานะตัวเชื่อมระหว่างศาสนจักรกับอาณาจักร

เพื่อช่วยกันจรรโลงพุทธศาสนา

แต่กลับปรากฏว่า “จุดยืน” ของเขากลับไปแอบอิงข้าง “ธัมมชโย” มาตลอด ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจดีว่าอะไรเป็นอะไร สิ่งไหนผิดสิ่งไหนถูก

อ้างอย่างเดียวว่าไม่มีอำนาจจึงต้องคล้อยตามมาตลอด

ปัญหานี้หากนายพนมวางตัวให้เหมาะกับหน้าที่และความรับผิดชอบด้วยความเป็น “พุทธแท้” แต่พฤติกรรมคล้ายกับไปแอบอิงกับผลประโยชน์ลัทธิธรรมกายมากกว่า

ทำให้ “ธรรมกาย” กลายเป็น “รัฐอิสระ” ที่อำนาจรัฐเข้าไม่ถึง

จากนี้ไปควรจะถึงเวลาแล้วที่จะต้องร่วมมือกันระหว่าง 2 ฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายศาสนจักร ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงจะต้องร่วมมือกันแก้ไข

พ.ร.บ.สงฆ์ระบุอำนาจหน้าที่ของ มส. เอาไว้อย่างชัดเจน

ได้แก่การปกครองสงฆ์ให้เป็นไปโดยเรียบร้อยดีงาม ควบคุมส่งเสริมการศาสนา การศึกษาเผยแผ่สาธารณูปการ การรักษาสาธารณสงเคราะห์ การรักษาพระธรรมวินัย

เพื่อให้เป็นไปตามนั้นจึงต้องมีการจัดระเบียบคณะสงฆ์กันอย่างเคร่งครัด และสอดรับกับการแก้ไข พ.ร.บ.สงฆ์ที่ล้าสมัยและไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้น

นี่กระมังที่จะเป็น “คำตอบ” ว่าควรจัดการ “ลัทธิธรรมกาย” อย่างไร?

“สายล่อฟ้า”

28 ก.พ. 2560 12:00 ไทยรัฐ